Monday, August 22, 2011

ม่านใย มายา แห่งยอดหญิงคลีโอฟัตรา (6)

11. ชีวิตคู่กับสาวอียิปต์

วันนี้ผมไปโรงเรียนตามปกติ โดยช่วงนี้ผมต้องเข้าคอร์สอบรมภาษาอาหรับ โดยหนึ่งในคณะวิทยากรเป็นศาสตราจารย์ที่เคยเรียนในอียิปต์ และได้รู้จักกับผู้เข้าอบรมที่จบจากอียิปต์คนหนึ่ง เขาเป็นรุ่นพี่ผมหลายปี ....

ความที่จบจากสถาบันเดียวกัน ทำให้ผมสนิทกับเขามาก เขาเล่าถึงประสบการณ์ การใช้ชีวิตคู่ของเขากับผู้หญิงอียิปต์ ซึ่งเขาบอกว่า เป็นความข่มขื่นอย่างยิ่ง

เขาถามผมว่าแต่งงานหรือยัง แล้วแต่งกับผู้หญิงที่ไหน ? ผมก็ตอบตามความเป็นจริง เขาบอกกับผมว่า “หวังว่าเธอคงเป็นผู้หญิงที่ดี ปกติเมื่อจบมาจากนอก ทางครอบครัวก็คงจัดหาผู้หญิงดีๆ ให้อยู่แล้ว อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องเป็นผู้หญิงที่ผ่านจากโรงเรียนสอนศาสนาในระดับที่ดีๆ มาแล้ว”

เขาถามผมอีกว่า “ภรรยาคุณจบมาจากไหน เรียนศาสนามาบ้างหรือเปล่า ?”
ผมตอบไปว่า “รู้ว่าเธอเคยเรียนศาสนา ก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัย และจบมาด้วยเกียรตินิยม”

“อัลฮัมดูลิลลาห์ คุณเป็นคนที่โชคดีมาก ซึ่งผิดกับผมที่ผิดพลาดอย่างแรงในการตัดสินใจมีคู่”

เขาบอกกับผม และก็ทำให้ผมอยากรู้มากขึ้นว่าเป็นอย่างไร

เขาเล่าให้ผมฟังว่า “ตนเองได้ตัดสินใจผิดพลาดที่เลือกผู้หญิงอียิปต์มาเป็นภรรยา ถ้าไม่เช่นนั้นชีวิตผมคงไม่รวดร้าวอย่างที่เป็นอยู่นี้แน่นอน”

เขาบอกอีกว่า “คุณก็รู้ดีว่า ผู้หญิงอียิปต์นั้นสวยมากๆ ๆ ชีวิตผมในเวลานั้น หลงกับความสวยงามของผู้หญิงในประเทศนั้น และด้วยความสวยนี้แหละ ที่ทำให้ผมหมดสิ้นทุกอย่างทั้งทรัพย์สิน เงินทองของพ่อแม่ และเกียรติยศของตนเอง พ่อผมเกือบจะเสียสติ ตัวผมเองเกือบจะบ้าไปแล้ว”

ดูเพื่อนคนนี้จะอึดอัดกับปัญหาในครอบครัวตนเองมาก ไม่ทันที่ผมจะถามอะไร เขาก็เล่าต่อไปอีกว่า

“ผมเกิดมาเป็นลูกคนเดียว จากครอบครัวที่ถือได้ว่าร่ำรวยพอสมควร ผมไปศึกษาต่อที่อียิปต์ ก็ด้วยทุนจากทางบ้าน ในปีแรกที่ผมไปเรียนที่นั้น ผมสอบได้ระดับญัยยิด ซึ่งมีไม่มากนักที่นักศึกษาจากต่างชาติจะสามารถทำคะแนนได้ระดับนี้

และในปีที่สอง ผมก็ได้ไม่น้อยกว่าปีแรก ทำให้เจ้าของบ้านที่ผมเช่าอยู่ เขาประทับใจในตัวผม และเชิญผมไปกินข้าวที่บ้านเขา ในทุกครั้งที่เขาว่าง เขาก็จะเชิญผมไป และตรงนี้เองที่ทำให้ผมได้รู้จักกับลูกสาวเขา

ครั้งแรกที่ผมได้เห็นเธอผมก็ตะลึงเลย เพราะเธอสวยมาก สวยอย่างที่ไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ไหนสวยอย่างนี้มาก่อนเลย แต่เธอไม่คลุมผมนะอย่างไรก็ตาม ในเวลานั้นผมคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ผมต้องแต่งงานกับเธอคนนี้ให้ได้

และผมก็ไม่ได้ตบมือข้างเดียว เมื่อเธอคนนั้น ก็มีใจให้กับผมด้วย และเมื่อเรื่องนี้ได้รู้ถึงพ่อของเธอ พ่อเธอก็เรียกผมให้ไปคุย โดยบอกว่า ให้ผมเลิกติดต่อกับลูกสาวเสีย หรือไม่ถ้าคิดจะรักกันจริงๆ ก็ขอให้ นิกาห์ให้จบๆ ไปเลย แน่นอนว่า ผมต้องเลือกทางที่สองคือ นิกาห์

เมื่อเรื่องนี้ทราบถึงเพื่อนๆ ทุกคน ต่างก็ท้วงติงในเชิงไม่เห็นด้วย โดยพวกเขาบอกให้ผมเลือกผู้หญิงในประเทศจะดีกว่า ทั้งกริยามารยาทที่เรียบร้อย การแต่งกายก็มิดชิด.

ในตอนนั้นผมรู้สึกรังเกียจเพื่อน ผมคิดว่าพวกเขาคงจะอิจฉาผม

ในส่วนของผม ยังไงๆ ผมก็ไม่เปลี่ยนใจ ผมต้องแต่งงานกับเธอให้ได้ และผมก็ได้แต่งงานกับเธอจริงๆ โดยมีค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว
นอกจากมะฮัรที่สูงมากแล้ว ผมต้องซื้อบ้านใหม่ให้เธอ ต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้านให้ดูหรูหรา และงานแต่งก็ต้องจัดในโรงแรม

ในฐานะที่เป็นลูกคนเดียว ทางบ้านผมแม้จะไม่เห็นด้วยในตอนแรก แต่เมื่อผมยืนกรานจะเอาให้ได้ ทั้งพ่อและแม่ก็จำต้องยอม แม้ว่าต้องขายทรัพย์สินบางส่วนจากทางบ้านไป

และเมื่อจบปริญญาตรี ผมก็ชวนเธอกลับบ้าน โดยขอให้ขายทรัพย์สินทั้งหมดที่ผมซื้อให้เธอในอียิปต์ แต่เธอยืนกรานไม่ยอมขาย

เมื่อกลับบ้าน ผมได้สอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในขณะที่เธออยู่บ้านทำหน้าที่ดูแลลูกอย่างเดียว

ช่วงปีแรกที่กลับมาอยู่บ้าน ก็ไม่มีปัญหาอะไร เธอขออะไรผมสนองให้ทั้งหมด และทุกปีผมต้องพาเธอกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่อียิปต์

แต่เมื่อได้ลูกคนที่ 3 ชีวิตครอบครัวของผมก็ต้องลำบากมาก

เมื่อมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้เท่าเดิม และเธอไม่เคยเปลี่ยนแปลง วิถีการดำรงชีวิตเลย เธอไม่เคยประหยัด เธอคิดอยากได้อะไรผมต้องซื้อให้ เพราะหากมิเช่นนั้นเธอก็จะโวยวาย จะอยู่ไม่เป็นสุข ทำเอาบ้านเกือบจะพังไป เธอก็ไม่เคยแคร์ใคร แม้แต่ผมซึ่งเป็นสามี

เมื่อรายได้ไม่เพิ่ม ผมก็ต้องทำงานอื่นเสริม ผมไปทำธุรกิจด้วย โดยขอให้พ่อและแม่ได้ขายทรัพย์สินที่มีเพื่อทำทุน แต่ก็ไม่ประสบความ สำเร็จเลย
เมื่อไม่มีช่องทางใด ๆ ในการเพิ่มรายได้ ผมก็ต้องขอจากพ่อและแม่อีกครั้งหนึ่ง โดยขอให้ขายที่ดินแปลงสุดท้าย เพื่อเพิ่มทุนทำธุรกิจต่อให้ได้ แม้ท่านทั้งสองจะเสียใจแต่ก็ไม่เคยปฏิเสธผม

ชีวิตผมตกอยู่ในภาวะที่ลำบากมาก แต่เธอก็ไม่เคยสนใจใดๆ กับปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัว เธอยังคงเป็นเธอเหมือนเดิม ที่ผมต้องสนองทุกอย่างที่เธออยากได้ หากมิเช่นนั้น บ้านก็จะกลายเป็นนรก

ผมขอให้เธอขายเครื่องประดับที่ผมซื้อให้ออกไปบ้างในบางส่วน เธอปฎิเสธ และเธอก็จะเปรียบเทียบชีวิตเธอกับญาติๆ ของเธอที่ได้สามีเป็นชายอียิปต์ ที่เธออ้างว่ามีความสุขสบายกว่าเธอ

12. ชตากรรมของพ่อแม่บนความฟุ้งเฟ้อของหญิงอาหรับ

ผมเศร้าใจ และเจ็บปวดมากกับชีวิตตนเอง ผมเสียใจที่ตัดสินใจเลือกผู้หญิงเพียงเพราะความสวยงามบนเรือนร่าง ความสวยของเธอทำให้ผมหลงใหล และสิ้นคิด ชีวิตเหมือนคนไร้หลักยึด แม้จะได้ไปร่ำเรียนถึงต่างประเทศ

ในท่ามกลางความเจ็บปวดของผม ปรากฏว่ายังมีคนที่เจ็บปวดยิ่งกว่า และรับไม่ได้กับสภาพที่เกิดขึ้นในชีวิตผม และคนๆ นั้นก็ไม่ไช่ใครที่ไหน ก็เป็นพ่อและแม่ผมเอง

ทั้งสองเห็นผมอยู่ในสภาพเหมือนคนล้มละลาย พ่อจึงตัดสินใจขายบ้านที่อาศัยอยู่ ซึ่งก็เป็นทรัพย์สินชิ้นสุดท้ายแล้วที่เหลืออยู่
เงินที่ได้มาก็ให้ผมกอบกู้ธุรกิจทั้งหมด โดยทั้งพ่อแม่ผม ยอมไปปลูกกระต๊อบท้ายหมู่บ้านอาศัยหลบแดดหลบฝน

เมื่อถึงขั้นนี้แล้ว ผมยอมอดหลับอดนอนทำงานมากขึ้น ทุ่มเททุกอย่างในชีวิต เพื่อให้เกิดรายได้ ซึ่งก็โชคดี อัลฮัมดูลิลลาห์ ธุรกิจผมกระเตื้องขึ้นมาบ้างแล้ว

แต่แล้วสถานการณ์ในครอบครัว ก็กลับพลิกผันสู่ความเลวร้ายอีกครั้ง เมื่อเธอขอให้ผมพาเธอกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่อียิปต์ เป็นการขอที่ผมไม่อาจจะปฎิเสธได้ และที่ผ่านมาผมก็ไม่เคยปฎิเสธใด ๆ กับการร้องขอจากเธอ ทุกอย่างผมต้องสนอง สนอง และสนอง แม้แต่ในครั้งนี้ ผมไม่มีสิทธิขัดใจเธอเลย เพราะถ้าขัดเมื่อไร บ้านก็จะกลายเป็นนรกทันที

ผมไปอียิปต์ โดยไม่ได้พาลูกไปด้วย อีกทั้งเธอก็ไม่ยอมให้ลูกตามไป แม้จะข้องใจกับท่าทีเช่นนี้ แต่ก็เห็นดีด้วย เพราะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย

แต่เมื่อไปถึงอียิปต์ ก็ได้เห็นถึงธาตุแท้ และเป้าหมายเบื้องลึกของเธอ เมื่อเธอเอาแต่ตำหนิผม พร้อมกับแสดงความเบื่อหน่ายต่อหน้าพ่อแม่ และญาติพี่น้องของเธอ พร้อมบอกให้ผมหย่า และย้ำว่าเธอไม่มีความสุขเลยที่แต่งงานกับคนต่างชาติ เธอต้องการแต่งงานกับชายอียิปต์
เธอยังบอกอีกว่า เธอเจอผู้ชายคนนั้นแล้ว และจะมาขอในอีกไม่กี่วันนี้

เธอได้แสดงวาจาที่ก้าวร้าว ประหนึ่งว่าผมคือศัตรูคู่อาฆาต ไม่มีเยื่อใยใด ในความเป็นสามีภรรยา ที่มีลูกด้วยกันตั้ง 3 คนแล้ว มิน่าล่ะ เธอถึงไม่ยอมให้พาลูกกลับมาด้วย

ผมไม่ยอมหย่า แต่ตัดสินใจกลับบ้านให้เร็วที่สุด เพราะผมมิอาจ จะทนอยู่ดั่ง “ผู้อาศัย” แม้แต่ในบ้านที่ผมซื้อเองเมื่อครั้งแต่งงานใหม่ ๆ

ผมดูเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่างๆ ในบ้าน หลายอย่างที่ซื้อมาจากหยาดเหงื่อของพ่อผม พ่อผู้เป็นเจ้าของเงินที่แท้จริง แต่วันนี้ เพื่อลูกท่านยอมพาแม่ไปอาศัยอยู่ในซอกลืบ ท้ายหมู่บ้าน

ผมยิ่งมองก็ยิ่งรวดร้าวจิตใจ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านหยั่งลึกลงไปในหัวใจ

วันนี้ เป็นวันที่ 3 ที่ผมกลับมาอียิปต์ ผมไม่มีโอกาสได้คุยใด ๆ กับเธอเลย เว้นเสียแต่คำด่าและตำหนิผม

แม้แต่ในยามนอน เธอก็ไปนอนในห้องอื่น และเย็นนี้ ผมเห็นเธอแต่งตัวอย่างดีทั้งเสื้อผ้าและเครื่องประดับ ซึ่งก็คือทรัพย์สินที่ผมซื้อให้ ผมไม่รู้เธอจะไปไหน เธอออกจากบ้านไปไม่มีคำกล่าวแม้ซักคำ

คืนนี้ ผมนั่งรอเธอกลับบ้านทั้งคืน โดยไม่รู้สึกง่วงเลย ผมอยาก จะรู้ว่าเธอไปไหน เธอไปกับใคร แล้วไปทำอะไร ?

เวลาซุบฮิผ่านไป ย่างเข้าสู่เช้าวันใหม่ ผมเห็นรถเก๋งคันหนึ่งวิ่งมาจอดหน้าบ้าน แล้วก็เห็นเธอเปิดประตูเดินออกมา ดูท่าทางเธออิดโรย เธอคงไม่ได้นอนเลยทั้งคืน แล้วเธอไปทำอะไร ?

เธอย่างเท้าก้าวเข้ามาในบ้าน ผมไม่รอช้าเดินเข้าไปหา แต่เธอพยายามเลี่ยงไม่ยอมคุยกับผม ผมจับแขนเธอ พยายามคาดคั้นเอาความจริงให้ได้ ยังไงก็ต้องรู้ให้ได้ว่าเธอไปไหน ? ไปทำอะไร ?

เธอตอบอย่างไม่เกรงใจ และไม่รู้สึกกระดากปากแม้ซักนิดว่า ً“เราจบกันแล้ว และวันนี้ฉันเป็นของคนอื่น คุณไม่มีสิทธิใดๆ อีกแล้วสำหรับฉัน”

ได้ยินดังนั้น ผมหน้ามืด ผมทุบตีเธอไม่ยั้ง จนเธอร้องขอให้หยุด เธอไปแจ้งความต่อตำรวจ ผมถูกจับกุม แต่โชคดีที่ตำรวจพยายามไกล่เกลีย แทนที่จะดำเนินคดีฐานทำร้ายรางกาย แต่สิ่งที่นำความเจ็บปวดก็คือ ทุกคนในครอบครัวเธอเข้าข้างเธอทั้งหมด ทุกคนมองหน้าผมเป็นเสมือนผู้ร้ายที่ต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีให้ได้

เมื่อได้รับการปล่อยตัว ผมก็เดินทางกลับบ้านเกิดทันที ผมอยู่บ้านได้ไม่ถึงเดือนก็ได้รับจดหมายที่มีต้นทางมาจากอียิปต์ เมื่อเปิดดูก็พบเอกสารสองชิ้น ชิ้นที่หนึ่ง เป็นหนังสือแสดงการหย่า และอีกหนึ่งชิ้นก็เป็นสำเนาการจดทะเบียนสมรสระหว่างเธอกับชายคนหนึ่ง

ผมรู้สึกเจ็บใจมาก ยิ่งได้ยินเสียงลูกคนเล็กร้องเรียกหาแม่ บางคืนก็ไม่ได้นอน ต้องเฝ้าลูกที่ร้องให้สะอึกสะอื้นตามหาแม่.

- ยังมีต่อ -

ม่านใย มายา แห่งยอดหญิงคลีโอฟัตรา (จบ)

13. รู้ชะตากรรมของเพื่อน เข้าใจชีวิตตนเอง

ได้ฟังประสบการณ์ตรงจากเพื่อน ทำให้ผมคิดถึงไรฮานาอย่างที่สุด ใบหน้าของเธอฉายฉานขึ้นมาในห้วงสำนึกของผม เกือบหนึ่งปีที่อยู่ร่วมกับผม เธอไม่เคยขออะไรซักอย่าง เธอเป็นภรรยาที่ซอลีหะฮ์ ที่ทั้งชีวิตมีแต่ให้และความภักดียิ่งต่อชายผู้เป็นสามี

เป็นความโปรดปรานจากอัลเลาะห์ อย่างล้นเหลือที่ได้ประทานเธอมาให้เป็นภรรยาของผม ผมรู้สึกห่วงหาต่อเธออย่างยิ่ง ภาพชีวิตของเธอที่ได้ร่วมกับผมมา เวียนว่ายในห้วงคำนึง ช่างสุขใจเหลือเกิน แม้เพียงได้คิดถึงเธอ...

แล้วเธอตอนนี้ล่ะเป็นอย่างไร ?

สองเดือนแล้วที่ได้จากลากันมา ก็หมายความว่าเธอท้องได้แปดเดือนแล้ว คงถึงกำหนดคลอดในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ผมจำได้ว่าก่อนจากลากัน เธอได้บอกให้ผมถอนเงินที่เธอเก็บสะสม เพื่อให้เป็นค่าใช้จ่ายในตอนคลอด

ผมออกจากค่ายอบรมภาษา ก่อนถึงบ้านพัก ผมแวะซื้อเสื้อผ้าสำหรับไรฮานา และของใช้ทุกอย่างเท่าที่ผมนึกออกได้ สำหรับลูกที่กำลังจะเกิดมา

ผมหวังสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับเธอ เธอคงดีใจมากที่เห็นผมกลับมาพร้อมกับของฝากที่เธอคงคาดไม่ถึง
เมื่อถึงบ้านผมตรงเข้าห้องนอน ผมยังไม่ลืมสิ่งที่ไรฮานาได้บอกผม ก่อนที่ผมจะร่ำลากันที่บ้านเธอ เธอบอกว่า ได้ออมเงินไว้จำนวนหนึ่งเพื่อใช้ในตอนคลอด ซุกอยู่ใต้หมอน

ร่างกายผมสั่นเมื่อปรากฏว่า ใต้หมอนอย่างที่บอกไม่ได้มีแค่บัตร ATM แต่ยังมีกระดาษเขียนจดหมายสีชมพูดูหวานแวว ซ้อนพับอยู่หลายแผ่น ของใครกันหนอ. ระหว่างผมกับไรฮานาไม่เคยเขียนจดหมายรักสักฉบับ หรือเธอ... หรือมีใครติดต่อกับเธอ

กระดาษสีชมพูชุดนั้น ทำเอาผมใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ใจยังคิดว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะมีชายอื่นเข้ามา...

14. บทเพ้อรำพันจากยอดหญิงไรฮานา

ผมหยิบกระดาษสีชมพูนั้นขึ้นมาเปิดอ่าน โอ้รอบบี ! นี่เป็นบันทึกของไรฮานาที่มีต่อผม กับพฤติกรรมไมใยดีที่ผมมีต่อเธอ วันนี้ได้ประจักษ์ต่อผมเองแล้ว ผมได้ทำความผิดบาปอย่างมหันต์ ได้ทำซอเล็มต่อภรรยาของตนเอง

เธอได้มอบความรักอย่างที่สุดต่อผม ทุกส่วนเสี้ยวในหัวใจเธอมีแต่ความรัก ไม่เคยมีใจเป็นอื่น แม้สักนาที เธอมีความภักดีต่อสามี โดยไม่มีสิ่งใดๆ มาทำให้ต้องเบี่ยงเบนความรู้สึกเป็นอื่น

เธอหวังอยากได้รับความใส่ใจจากผมบ้าง แต่ผมไม่เคยมีให้เธอ เธออดทนและกล้ำกลืนความรู้สึกอันรวดร้าว กับความไม่ใส่ใจจากสามีตนเอง มีเพียงอัลเลาะห์ พระเจ้าผู้ทรงเมตตาอันเป็นผู้ที่เธอพักพิง เธอไม่เคยว่างเว้นจากการขอดุอา หวังความปราณีจากพระองค์ จงประทานสิ่งที่ดีให้กับสามี และให้สามีได้มีความรักอย่างแท้จริงต่อเธอ

“โอ้รอบบี ! ด้วยความสำนึกในคุณูปการอันล้นเหลือ จากพระองค์ ฉันขอนบน้อมต่อพระองค์ ลากัลฮัมดู ยารอบบี ผู้ให้ทางนำต่อฉันด้วยอัลกุรอาน ถ้าไม่ใช่เพราะความเมตตาจากพระองค์ ชีวิตฉันคงต้องตกอยู่ในห้วงมุอซียัตที่มีอยู่รายรอบในสังคม...”

“โอ้อัลเลาะห์ จงเพิ่มพูนความศรัทธา และความอดทนต่อบ่าวคนนี้...” ข้อความส่วนหนึ่งของไรฮานา

และในท้ายที่สุดไรฮานาเขียนเป็นถ้อยคำดูอา

“โอ้อัลเลาะห์ บ่าวผู้อ่อนแอและเต็มไปความผิดบาปคนนี้ ใคร่ขอวิงวอนต่อพระองค์ ด้วยพระองค์เท่านั้นที่บ่าวมอบหมาย ด้วยพระองค์เท่านั้นที่ขอพักพิง บ่าวคนนี้รวดร้าวใจเหลือเกิน เข้าเดือนที่เจ็ดแล้วที่บ่าวตั้งครรภ์ ทุกเวลาที่ผ่านมาบ่าวต้องอยู่กับความทุกข์ยาก เหตุไฉนเล่าสามีของบ่าวผู้นี้จึงไม่เคยสนใจ ไม่เคยเลียวแล บ่าวคนนี้บกพร่องในสิ่งใดหรือ ? ความรักที่บ่าวคนนี้มีให้กับเขายังน้อยไปหรือ ?”

“โอ้อัลเลาะห์ แม้นว่ามีความอ้อนด้อยใดๆ จากบ่าวคนนี้ โปรดจงประทานทางที่ดีที่สุด ให้ฉัน และสามีได้ก้าวเดินต่อไป”

“โอ้ อัลเลาะห์ ด้วยความเมตตาจากพระองค์ บ่าวคนนี้ขอวิงวอน ขอพระองค์อย่าได้ทรงโกรธกริ้วใดๆ ต่อสามี จงให้อภัย และอย่าได้ลงทัณฑ์ ใดๆ ต่อเขา ขอเพียงบ่าวคนนี้ คนเดียว ที่เจ็บปวดก็เพียงพอแล้ว”

“โอ้อัลเลาะห์ จงโปรดประทานความเข้มแข็งต่อบ่าวผู้นี้ ในการปฏิบัติตัวเช่นภรรยาที่ดี บ่าวมีความรักและซื่อสัตย์ต่อเขา โดยไม่คลอนแคลน พระองค์ย่อมรู้ดี ความรักนี้มั่นคง ยั่งยืน ตลอดไป ตราบสิ้นไปของชีวิตบ่าวคนนี้”

“โอ้อัลเลาะห์ จงโปรดประทานความสำนึกแห่งรักในใจเขาด้วยเถิด โปรดตักเตือนเขา ด้วยวิธีการของพระองค์”

“โอ้อัลเลาะห์ บ่าวคนนี้ขอความเมตตาจากพระองค์ โปรดจงรับดุอาอจากบ่าวคนนี้ ด้วยพระองค์เท่านั้นที่บ่าวขอวิงวอน มหาบริสุทธิ์ยิ่ง แด่อัลเลาะห์ผู้ทรงอภิบาล.....อามีน”

15. จบทุกข์ของเธอ แต่เพิ่มความรวดร้าวของเขา

น้ำตาผมไหลอาบสองแก้ม โดยไม่รู้สึกตัว รู้สึกเจ็บแปลบที่อก หายใจไม่ทั่วท้อง ผมเสียใจ และร้องให้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภาพความดีของไรฮานาฉายฉานเข้ามาในความรู้สึก ใบหน้าที่ขาวผ่อง ผิวพรรณอันอ่อนนุ่ม ราวทารกแรกเกิด ได้เวียนว่ายต่อหน้าผม น้ำเสียงที่อ่อนโยน ในวันที่เธอกอดขาผม ได้ผุดเข้ามาในห้วงคำนึง
ภาพแห่งความหลังที่ร่วมชีวิตคู่กับไรฮานา ได้ตราตรึงในความทรงจำ ทำให้รู้สึกห่วงหาอาทร และเกิดความรู้สึกรักต่อเธออย่างสุดซึ้ง และโดยพลัน เหมือนมีลมเย็นจากฟากฟ้า มากระทบกับห้วงลึกในดวงใจผม เป็นสายลมที่พัดกลิ่นใจอันบริสุทธิ์ของเธอ ลบภาพของคลีโอฟัตราออกไปจนหมดสิ้น มีเพียงภาพเธอที่ฝังแน่น ตราตรึงไปตราบชั่วนิรันดร์.

ความรู้สึกรักและห่วงหาต่อไรฮานา เข้ามาเกาะกุมจิตใจ ฝังรากหยั่งลึก จนสุดที่จะมีสิ่งใดมาโยกคลอนได้ ภาพของไรฮานาฉายฉานและเปล่งประกายในความรู้สึก ผมคิดถึงเธอจนควบคุมตนเองไม่ได้แล้ว

ผมตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ ชีวิตจากนี้ไป จะใส่ใจ จะดูแล จะปกป้อง จะคุ้มครอง ทั้งกายและใจของเธอ ด้วยหัวใจดวงนี้ ด้วยตัวตน และด้วยชีวิตนี้ทั้งชีวิต

โดยไม่รอช้า ผมไปที่บ้านเธอทันที หวังอยากพบเธอให้เร็วที่สุด ตลอดเส้นทาง ผมร้องให้ไม่หยุด แม้คนรอบข้างจะมองอย่างสมเพศ แต่ผมไม่ใส่ใจ สายตาของใครทั้งสิ้น

ไม่ทันได้เปิดรั้วบ้าน ทันทีที่แม่ยายเห็นผมก็เดินออกมารับผมที่หน้าบ้านทันที ด้วยใบหน้าที่บ่งบอกถึงความเศร้ารันทดอย่างที่สุด เธอร้องให้สะอึกสะอื้นเข้ามากอดเอวผม ผมรู้สึกแปลกใจ เกิดอะไรขึ้นในบ้านหลังนี้

ผมเช็ดน้ำตาตนเอง แล้วถามไปว่า “เกิดอะไรขึ้น แล้วไรฮานาอยู่ไหน ?”
แม่ยายผมร้องให้หนักขึ้นไปอีก เธอตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือราวคนป่วยหนัก “ไรฮานาและลูกคุณในท้อง ไป....แล้ว”

“ไรฮานาไปไหนเมาะห์” ผมถามด้วยความไม่เข้าใจ

แทนคำตอบ เธอมองไปยังสุเหร่าด้วยสายตาที่เหม่อลอยบ่งบอกถึงความรวดร้าว หรือเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เท่าที่ชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งพึงจะเผชิญหน้ากับมันได้ และชี้ไปยังกูโบร์ ซึ่งอยู่ติดกัน

แม้พอจะเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับไรฮานา แต่ผมยังพยายามปฏิเสธความจริง และหลุดคำถามแบบคนไร้ปัญญา

“ไรฮานา มีความสุขดีไช่ไหมเมาะห์”

จากคำถามนั้น แม่ยายผมก็ทรุดลงต่อหน้าผมทันที ผมพยายามประคองร่างแม่ยาย เธอก็ได้แต่พร่ำเรียกไรฮานา และพยายามบอกให้ผมได้เข้าใจว่า ไรฮานาได้เสียชีวิตแล้ว เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา โดยหกล้มในห้องน้ำ ลูกในท้องก็ไม่ปลอดภัย ทั้งสองคนได้เสียชีวิตไปหลังจากพาไปโรงพยาบาลได้ไม่นาน

โดยก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของเธอจะหมดลง ไรฮานาได้ฝากบอกให้ขอมาอัฟต่อสามีด้วย ที่ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน เธอไม่สามารถทำให้สามีความสุขได้ เธอฝากขอมาอัฟกับความทุกข์ยากต่างๆ ที่สามีต้องเผชิญ เธอได้ร้องขอให้สามีได้โปรดให้อภัยแก่เธอด้วย.....

ผมร้องให้อย่างคนไม่รู้สึกตัว น้ำตาเปียกชุ่มไปทั้งตัว ด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างแสนสาหัส

แม่ยายยังบอกอีกว่า “ตอนที่พาไรฮานาไปโรงพยาบาล ทางเราได้ให้เพื่อนบ้านไปตามบังที่บ้านพัก แต่ก็ไม่พบใคร เขาก็ตามไปที่โรงเรียน ทางโรงเรียนก็บอกว่าบังอยู่ที่ค่ายอบรมภาษา ....”

“...เขาก็กลับมา อีกอย่างหนึ่ง ไรฮานาได้ฝากเตือนไม่ให้พวกเราไปรบกวนบังด้วย เราก็ไม่รู้จะทำอย่างไร”

ความเจ็บปวดที่ประหนึ่งมีอาวุธร้ายนานาชนิด ทิ่มแทงหัวใจ สุดแสนจะทรมาน ชีวิตผมตอนนี้เหมือนคนไร้เลือดเนื้อ น้ำตารินไหล ประดุจสายธาร ปนกับสายเลือด....

โอ้ไรฮานา...
ทำไหมเธอจากไปเร็วเช่นนี้
ทำไหมฉันจึงไม่อาจจะมอบความรักให้แก่เธอได้
ทำไหม เมื่อฉันต้องการไถ่บาปตนเอง เธอก็ชิงจากฉันไป
ทำไหม เมื่อฉันจะให้เกียรติเธอ เธอก็ทิ้งฉันไป
ทำไหม เธอจากฉันไปโดยไม่ให้โอกาสผม แม้เพียงได้ขอมาอัฟ

อัลเลาะห์ได้ลงทัณฑ์ผมอย่างหนักหนา จนสุดจะทนทานแล้ว....อัสตัฆฟีรุลเลาะห์

ที่กูโบร์ ผมได้เห็นร่องรอยหลุมซึ่งเพิ่งกลบใหม่สองหลุม อยู่ติดกัน มีเสาหินฝังเรียงคู่กัน เสาต้นหนึ่งระบุชื่อไรฮานา และวันที่เธอเสียชีวิต ..

ผมสุดจะอดกลั้นกับภาพที่ปรากฏต่อหน้า ความอาวรณ์ต่อเธอมีอย่างสุดล้นเกินจะพรรณนา ตัวผมสั่นเทา หัวใจเต้นแรงและผิดจังหวะ ... ไรฮานาจงกลับมาเถิด


และแล้วทุกอย่างก็ดับมืดลง...

Astaghfirullah

Sunday, April 03, 2011

คำสั่งเสียจากพ่อ



โอ้ลูกรัก... การเป็นผู้ให้นาซีฮัต คนอื่นนั้นทำได้ง่าย แต่สิ่งที่ยากก็คือการเป็นผู้รับนาซีฮัต เพราะนัฟซู ของคนเรามักจะไปในทางเดียวกันกับสิ่งต้องห้าม โดยเฉพาะในหมู่ผู้ที่ไควคว้าหาวิชาความรู้ ที่กำลังสละเวลาคร่ำเคร่งเพื่อให้ได้วิชามา เพียงเพื่อการยกฐานะและความยิ่งใหญ่ทางดนยา* ของตนเอง เขาคิดว่าความรู้ที่เขาได้มาจะเป็นเสมือนเกราะป้องกันภยันตรายใดๆ ที่จะมาย่างเข้าหาชีวิตเขา เขาต้องการจะเรียน เขาต้องการจะรู้ แต่เขาไม่เคยคิดที่จะปฏิบัติในสิ่งที่เขาได้เรียน และในสิ่งที่เขาได้รู้.

อิสลามสอนเราว่า เมื่อใดที่เราได้ความรู้ เมื่อนั้นเราก็ต้องมีภาระกิจที่ต้องปฏิบัติ จากวจนะของท่านศาสดา ตอนหนึ่งความว่า "ผู้ที่ต้องรับโทษทัณฑ์หนักที่สุดในวันแห่งการตอบแทนก็คือ ผู้ที่มีความรู้ แต่ความรู้ที่เขามีนั้นไม่ยังประโยชน์ใดๆ"

โอ้ลูกรัก...เจ้าอย่ามีชีวิตอยู่กับความขาดแคลนอามัล และสูญสิ้นความสามารถประกอบภารกิจการงาน จงมั่นใจเถิดว่า ความรู้ที่ไม่มีการปฏิบัตินั้น จะไม่สามารถให้ความสำเร็จใด ๆ กับใครได้ เปรียบเสมือนนักรบที่มีอาวุธประจำกายที่ครบครัน ออกไปโรมรันกับราชสีห์ ที่เข้มแข็งและดุดัน แต่อนิจจาเขาไม่สามารถนำอาวุธออกมาใช้ แน่นอนเขาก็จะถูกราชสีห์ทำลาย. ถามตัวเองเถิดว่า ตัวเราในขณะที่มีความรู้และวิชาการอยู่ไม่น้อย เราได้นำความรู้เหล่านั้นมาปฎิบัติไหม ? ถ้าไม่ ชีวิตดนยาของเจ้าก็จะไร้ประโยชน์ ในขณะที่อาคีเราะห์เจ้าก็จะถูกโทษทัณฑ์จากอัลเลาะห์

โอ้ลูกรัก... บางคืนเจ้าก็ไม่ได้หลับนอน เจ้าคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือ ท่องจำตำรับตำรา อะไรคือแรงดันสำคัญให้เจ้าต้องทำเช่นนั้น ต้องการหาความยิ่งใหญ่ทางโลกหรือ ? ต้องการแข่งขันกับเพื่อนๆ หรือ ? ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็เป็นคนที่โชคร้าย แต่ถ้าเจ้าศึกษาหาความรู้ เพื่อการยกระดับแห่งกาลีมะห์ซาฮาดะห์ เพื่อการฟื้นขึ้นของซารีอะห์อัลเลาะห์ ตลอดจนการสร้างเสริมบุคลิกภาพที่ดี และการสร้างภูมิคุ้มกันจากนัฟซูที่ไม่เคยหยุดนิ่งจากการชักชวนเจ้าสู่ทางที่ชั่วร้าย เจ้าก็จะเป็นคนที่โชคดี

โอ้ลูกรัก... เจ้าจงดำรงชีวิตในแบบที่เจ้าต้องการ แต่เจ้าก็จงจำว่า ซักวันหนึ่งเจ้าก็ต้องตาย. เจ้าจงรัก ใครก็ได้ที่เจ้าชอบ แต่เจ้าก็ต้องไม่ลืมว่า ซักวันหนึ่ง เจ้าก็ต้องพรากจากกัน. เจ้าจงทำในสิ่งที่เจ้าอยากจะทำ แต่เจ้าก็ต้องตระหนักอยู่เสมอว่า เจ้าจะต้องรับผลจากการกระทำนั้น ๆ.

Monday, January 07, 2008


กุรบ่านที่ดีที่สุด

บันทึก ริมทะเลอันดามัน

ผมจอดรถที่คอกแพะท้ายเขตหมู่บ้าน และโดยทันทีก็ต้องสัมผัสกับกลิ่นมูลสัตว์ ที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนต้องใช้ผ้าปิดจมูก แต่ถึงกระนั้นก็ผู้คนมากมายแวะเวียนต่อรองราคาแพะ ผมเข้าใจว่าโดยส่วนใหญ่คงมองหาสัตว์ทำกุรบ่าน ผมเหลือบเห็นแพะตัวหนึ่งสีช๊อคโกแลต รูปร่างใหญ่โตและมีเขายาวเกินแพะทั่วไป

ในบรรดาแพะนับสิบตัว ผมดูแล้วแพะตัวนั้นดีที่สุดและสวยที่สุด จึงสอบถามราคาคนขาย คนขายบอกว่า “ตัวนี้ใหญ่ที่สุดราคา 4,000 บาท”

ได้ยินดังนั้นผมจึงต่อรองขอเป็น 3,500 บาท แต่ผมถูกคนขายตำหนิ บอกว่าต่อรองมากเกินไป ผมจึงต่อรองอีกครั้งหนึ่งให้เหลือแค่ 3,800 บาท แต่คนขายก็ยืนกรานไม่ลดให้

ผมหวังอยากได้แพะตัวนั้นมาก และคิดว่าการต่อรองน่าจะเป็นเรื่องปกติสำหรับการซื้อขาย ผมพูดกับคนขายอีกว่า “ยุคนี้น้ำมันขึ้นราคาไม่หยุด แพะไม่น่าจะขึ้นราคาตามไปด้วยนะ”

แล้วคนขายก็ตอบว่า “จริงอยู่ แพะไม่ได้กินน้ำมัน แต่แพะเดินทางมานี้ได้ก็ต้องใช้รถ รถก็ต้องใช้น้ำมัน รถไม่ได้กินหญ้าเหมือนแพะ” คนขายตอบผมด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจกับผมนัก

ผมจึงเปลี่ยนไปดูแพะตัวอื่นต่อ ที่เล็กกว่า และราคาน่าจะถูกกว่า ด้วยหวังอยากลดค่าใช้จ่ายสำหรับการกุรบ่านในปีนี้ เพราะยังมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ อีกมากที่ต้องใช้

ผมจึงถามราคาแพะตัวใหม่ที่เล็กกว่า คนขายตอบแบบห้วนๆ ว่า “ตัวนั้น 3,500 บาท”

แต่ไม่ทันที่ผมจะต่อรองราคา ก็มีผู้หญิงวัยกลางคนๆ หนึ่งเข้ามาในลักษณะการแต่งกายที่ซ่อมซ่อ ดูแล้วน่าจะเป็นเกษตรกร หรือคนรับจ้างทำไร่ทำนา

เธอเข้าไปถามราคา แพะช๊อคโกแลตตัวใหญ่ที่ผมอยากได้ในตอนแรก คนขายดูท่าขี้เกียจตอบ บอกกับเธอไปว่า “ราคา 4,000 บาท ไม่มีลดแล้ว”

ได้ยินราคาดังนั้นเธอจึงตอบไปว่า “แพงมากเลยน่ะ ลดหน่อยได้ไหม” คนขายไม่ตอบ แต่กลับชี้ให้ดูแพะตัวอื่นที่เล็กกว่า

แต่หญิงสาวคนนั้นกลับยืนกราน จะเอาแพะตัวใหญ่สุด เธอพูดว่า “ฉันอยากได้แพะตัวใหญ่สุดนั้น สำหรับทำกุรบ่านของฉันในปีนี้ ฉันอยากทำจากสิ่งที่ดีที่สุด”

ว่าแล้วหญิงสาวคนนั้น ก็ตกลงซื้อแพะตัวใหญ่นั้น โดยไม่พยายามต่อรองราคาอีก

ผมเห็นเธอหยิบถุงพลาสติกจากกระเป๋าเสื้อ เป็นถุงพลาสติกบรรจุเงินของเธอ ผมสังเกตเห็นมีเงินใบ 100 ไม่น่าเกิน 5 ใบ นอกนั้นเป็นใบ 50 กับ 20 บาท และมีเหรียญ 10 กับ 5 บาท รวมอยู่ด้วย ซึ่งกว่าจะนับครบ 4,000 บาท ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร

เมื่อนับเสร็จแล้ว เธอจึงหยิบเงินให้กับคนขาย แล้วพูดว่า “นี่เงินค่าแพะ ตัวใหญ่ที่สุดนั้น แล้วช่วยพาไปส่งที่บ้านด้วย”

คนขายก็รับเงิน และนับอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่ผมก็ยังคงยืนสังเกตุอย่างไม่ยอมให้คลาดสายตา

และแล้วคนขายก็พูดขึ้นมาว่า “มีเงินเกินไป 100 บาท” พร้อมกับหยิบเงินส่วนเกินให้กับหญิงสาวคนนั้น

แต่ผู้หญิงคนนั้นดูท่าจะตั้งใจให้เงินเกิน โดยเธอบอกว่า “เงินนั้น เป็นค่าส่งแพะไปที่บ้าน”

แต่คนขาย ก็ตอบไปด้วยความซื่อสัตย์ในอาชีพตนเองว่า “4,000 บาท ก็เป็นทั้งค่าขนส่งแล้ว เอาเงินคืนไปเถอะ ผมจะเอาเฉพาะตามราคาที่บอกไว้เท่านั้น”

เธอรับเงิน 100 บาทคืน พร้อมกับบอกถึงสถานที่ๆ จะให้คนขายไปส่ง แล้วเธอก็หันหลังกลับ

นอกจากการแต่งกายที่ดูซ่อมซ่อแล้ว พาหนะที่เธอขับมาก็เป็นมอเตอร์ไซค์รุ่นเก่า ขนาด 70 cc. ที่ไม่ค่อยจะได้พบเห็นนักแล้วในปัจจุบันนี้

ผมหันมาดูตนเอง อันตัวเรานี้ ถึงจะไม่ไช่คนรวย แต่ชีวิตก็ไม่เคยลำบาก และเดือดร้อนอะไร ในกระเป๋าผมมีเงิน ซึ่งสามารถซื้อแพะเหล่านั้นได้ไม่ต่ำกว่า 2 ตัว แต่เจตนาผมจะใช้เงินส่วนใหญ่เพื่อซ่อมบำรุงพาหนะคู่กายของตนเอง กับของใช้ส่วนตัวอื่นๆ

แพะหรือสัตว์สำหรับทำกุรบ่าน ก็คิดจะใช้เงินที่เหลือจากใช้ชื้อ “อุปกรณ์ดนยา” เหล่านั้น

ในขณะที่เธอคนนั้น ดูจากการแต่งกาย ดูจากพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง และดูจากเงินแบงค์เล็กแบงค์ย่อย ที่เธอนำมาซื้อแพะ ก็เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงฐานะของเธอทางดนยา

แต่เธอมีอีหม่านที่สูงส่ง เธอเชื่อมั่นในความโปรดปรานของอัลเลาะห์ เธอจึงไม่รีรอตัดสินใจทำกุรบ่าน จากสิ่งที่ดีที่สุดที่มี โดยไม่พะวักพะวงกับเงินที่ต้องเสียไป

เทียบกับเรา ผู้หวังมีบ้านหลังใหญ่โต มีรถคันใหม่เอี่ยม มีของใช้ที่ดูดี และราคาแพง ฯลฯ

วันนี้ ผมคิดถึงเธอ ผมนึกถึงตัวเอง ผมตั้งใจทำกุรบ่านจาก “เงินส่วนที่เหลือ” ซึ่งต่ำกว่าค่าใช้จ่ายปกติของตนเองมาก ผมใช้เงินเพื่อดนยาอย่างไม่คิดเสียดาย แต่สำหรับเพื่อ “พาหนะแห่งอาคีรัต” ผมกลับคิดมาก กลัวที่จะต้องสูญเสีย

โอ้อัลเลาะห์ ผู้ทรงคุ้มครองมนุษย์ จงทำให้บ่าวของพระองค์ ที่ไม่เคยได้สำนึกรู้ในนิกมัตทั้งหลาย ได้ตระหนักในความยิ่งใหญ่ และพึงกระทำความดี เพื่อความโปรดปรานของพระองค์.


Monday, July 30, 2007

บิดันดารีของฉัน



บีดันดารีของฉัน

ในทุก ๆ วันผมรู้สึกหัวใจฟองโตและเต็มเปี่ยมด้วยความรัก ห่วงหา สุดที่จะบรรยายได้ ในทุกเช้าผมได้ยินเสียงเธอที่อ่อนโยน รัดรึงใจ ผมรู้สึกสุขใจอย่างยิ่ง ภายใต้สายใยแห่งรัก และความใส่ใจจากเธอ

เธอไม่เคยทำอะไรให้ต้องกระทบกับความรู้สึกของผม แม้ว่าบ่อยครั้งไปที่โดยไม่ตั้งใจ ผมทำให้เธอรู้สึกเสียใจ แต่เธอก็ไม่เคยแสดงอาการไม่พอใจ ทั้งทางคำพูดหรือแม้แต่การแสดงออกทางสีหน้า หากแต่ใบหน้าเธอยังคงยิ้ม นัยตาที่ฉายแววแห่งความห่วงหา กริยาอาการบ่งบอกถึงความรักที่แสนจะลึกล้ำสุดที่จะพรรณนา ใด ๆ ได้

เธอคือใคร...?

จะเป็นใครอีกเล่า หากไม่ไช่หญิงผู้เป็นภรรยา....

เธอคือผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ได้มอบความรัก ความภักดี และมอบทั้งชีวิตให้กับผม

เธอคือผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ได้น้อมรับในความอ่อนแอและความบกพร่องในตัวผม

เธอคือผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เกิดมาเพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติของความเป็นลูกผู้หญิง ที่เปี่ยมด้วยศรัทธา

ชีวิตเธอนบน้อมแด่พระผู้อภิบาล เธอคือภรรยาของผม ที่ได้แต่งงานมากว่า 3 ปีแล้ว เราแต่งงานในช่วงอายุที่ยังน้อยมาก ผมแก่กว่าเธอ 3 ปี ในเวลาที่ผมยังเรียนในมหาวิทยาลัย ซึ่งก็เช่นเดียวกับเธอ

ก่อนแต่งงานเราต่างวิตกกังวล ว่าจะอยู่อย่างไร ในขณะที่เราต่างก็กำลังเรียนอยู่ แต่ภายหลังการอิสตีคอเราะห์ และความตั้งใจจริงของเราทั้งสองฝ่าย อัลเลาะห์ย่อมให้ทางสว่างแก่บ่าวที่ภักดีต่อพระองค์เสมอ

แต่ภายหลังการแต่งงาน สิ่งที่ผมกังวลในครั้งก่อนก็ได้มลายหายไปสิ้น เธอไม่ได้เป็นภาระใด ๆ หรือเป็นอุปสรรคต่อการเรียนเลยแม้ซักนิด หากแต่ผมยิ่งรู้สึกว่าชีวิตนี้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ชีวิตเต็มไปด้วยความหวัง มีความหมาย และมีกำลังใจในการก้าวเดินไปสู่อนาคตอันสดใสคู่กับเธอผม

ผมได้พบกับความสงบทางใจที่เฝ้ามองหามาอย่างเนิ่นนาน ได้พบกับความรักอันบริสุทธิ์ และเปี่ยมด้วยพลังได้รู้ถึงคุณค่าของหัวใจที่ภักดี มุ่งนบน้อมต่อพระผู้อภิบาลได้มีความสุข ภายใต้อีบาดะห์ที่มั่นคง


Tuesday, May 01, 2007

สุขเหนือความใฝ่ฝัน




บันทึก ณ ห้องแคบ ริมภูเขาสูง

ในช่วงเย็นย่ำสนธยา ผมกลับบ้าน ซึ่งแน่นอนว่าเย็นนี้จะไม่เหมือนกับทุกเย็นที่ผ่านมา จากที่ผมใช้ชีวิตร่วมกับพ่อแม่

วันนี้ผมรู้สึกเหนื่อย ล้า และเพลียเป็นอย่างมาก กับภารกิจที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละวัน ประกอบกับความยุ่งเหยิงของสังคม และความพลุกพล่านของผู้คน

แต่ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ ชีวิตผมจะมีความสุข เป็นความสุขที่อยู่เหนือจินตนาการ เป็นความฝัน ที่เป็นจริงได้เสมอ

จะเป็นความฝันอะไรอีกเล่าสำหรับชีวิตผม หากมิใช่กลับไปพบเธอ ผู้เป็นอิสตรี และได้กอดลูกที่ซอและห์ ที่เติบโตภายใต้การอุ้มชูของเธอ

ย่างก้าวแรกในบ้านที่เริ่มต้นการพบกันด้วยสลามและดุอาอต่อกัน ด้วยเราะห์มัตและเมตตาจากอัลเลาะห์ ผมเห็นหน้าเธอเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม อิสตรีผู้รัดรึงในใจผม เธอทำให้ผมหมดสิ้นลงสำหรับความเหนื่อยยากทั้งมวล เธอเป็นนิอมัตจากอัลเลาะห์ที่ผมมิอาจจะปฎิเสธิใด ๆ ได้

เวลา 2 ทุ่ม ผมเห็นลูกๆ นั่งอย่างพร้อมเพรียงในห้องเล็กๆ พร้อมกับเสียงหยอกล้อในระหว่างกัน ในห้องที่เธอได้จัดเตรียมไว้เพื่อการละหมาดโดยเฉพาะ ลูกๆ รอผมเพื่อนำการละหมาดอีซา ในขณะที่ในครัว ผมเห็นเธอยังคงขะมักเขม้นเตรียมอาหาร โดยไม่มีทีท่าของความเหน็ดเหนื่อยเลย เธอจึงเป็นนิอมัตจากอัลเลาะห์ที่ผมมิอาจจะปฎิเสธิใด ๆ ได้

เวลา 3 ทุ่ม ลูกๆ ทุกคนหลับสนิท แต่เธอยังคงเคียงคู่กับผม และบอกเล่าถึงภารกิจประจำวันที่เธอต้องรับผิดชอบ ในการอบรมและขัดเกลาจิตใจลูก ๆ ดูแลเรื่องการเงิน ผมรู้ถึงความเหนื่อยยากของเธอ ในการดูแลบ้าน จัดเตรียมอาหาร ส่งลูกไปโรงเรียน ซักล้างเสื้อผ้าและภาชนะ ฯลฯ ผมได้ประจักษ์ถึงความเหนื่อยยากของเธอ แต่เธอก็อดทนและยิ้มได้เสมอ เธอเป็นนิอมัตจากอัลเลาะห์ที่ผมมิอาจจะปฎิเสธิใด ๆ ได้

อิสตรีของฉัน นาซีฮัตเก่าๆ ในช่วงที่เราเพิ่งได้รู้จักกัน เราบอกถึงกันเสมอว่า “ชีวิตนี้คือการต่อสู้” เราก็ได้เห็นกันเป็นประจำเลยไช่ไหม ทั้งหญิงชราและเด็กเล็ก ๆ ที่กำลังตะกุยตะกายหาเศษสิ่งของในกองขยะ หวังเพียงให้ได้เศษเงินแลกกับเศษอาหารให้ได้รองท้อง แต่ชีวิตเราสองคนยังคงมีกินและมีใช้อยู่ นี่จึงเป็นนิอมัตจากอัลเลาะห์ที่เรามิอาจจะปฎิเสธิใด ๆ ได้

อิสตรีของฉัน นี้แหละเส้นทางเดินของชีวิตมนุษย์ ถึงจะทุกข์ยากและเหนื่อยล้าเพียงใด เราก็ต้องสู้กันอีกต่อไป อายุมากขึ้น เธอก็ต้องเหนื่อยขึ้น แต่เธอก็ยิ้มได้เสมอ เธอจึงเป็นนิอมัตจากอัลเลาะห์ที่ผมมิอาจจะปฎิเสธิใด ๆ ได้

อิสตรีของฉัน ย่างเข้าเดือนใหม่ในวันนี้ อายุเราเพิ่มขึ้น ลูกก็โตขึ้น ภาระเราก็มากขึ้น พึงรู้เถิดว่า ผมเป็นวันนี้ได้ก็เพราะเธอ เธอจึงเป็นนิอมัต เธอคือสตรีซอลีฮะห์ เธอคือภรรยาที่ประเสริฐ เธอจึงเป็นนิอมัตจากอัลเลาะห์ที่ผมมิอาจจะปฎิเสธิใด ๆ ได้

อัรเราะห์มาน อัลลามัลกุรอาน .... ฟาบีอัยยีอาลาอีรอบบีกูมา ตูกัซซีบาน

Friday, January 12, 2007

ยอดคุณพ่อกับลูกสาว



ในขณะที่คุณพ่อนั่งพักกายอยู่บนแคร่ใต้ร่มไม้หน้าบ้าน ลูกสาวที่กำลังเติบโตเข้าสู่วัยสาว ซึ่งได้สังเกตอาการของพ่อที่ไม่ค่อยจะปกตินัก ใบหน้าที่เหียวย่น หลังที่ค่อมลง อาการไอก็เริ่มถี่มากขึ้นทุกวัน เธอจึงเข้าไปถามพ่อว่า ได้เกิดอะไรขึ้นกับพ่อ ทำไมพ่อจึงไม่แจ่มใสเหมือนเมื่อตอนที่ลูกยังเล็ก ๆ อยู่ ได้ยินคำถามดังนี้ ผู้เป็นพ่อก็ตอบไปเพียงแค่ว่า “เพราะพ่อเป็นผู้ชาย”

ได้ยินดังนั้น เธอก็ยิ่งสับสน และไม่เข้าใจมากขึ้น จึงบอกพ่อไปว่า “พ่อจ๋าหนูไม่เข้าใจ”

แต่แทนที่พ่อจะตอบ พ่อเธอกลับดึงร่างของเธอเข้ามาใกล้ๆ และลูบไล้เส้นผม แทนคำตอบ

หลังจากนั้น เด็กสาวคนนี้ก็ไปถามแม่อีกว่า ได้เกิดะไรขึ้นกับพ่อ แม่ตอบว่า “โอ้ลูกสาวของแม่ ถ้าผู้ชายที่เขามีความรับผิดชอบ ต่อครอบครัวอย่างแท้จริง เขาก็จะเป็นอย่างพ่อนี่แหละ”

แม้จะไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่ทั้งพ่อและแม่ได้อธิบายไป แต่เด็กสาวคนนี้ไม่อาจจะหาคำถามอื่น ไปถามต่อทั้งสองคน เพื่อให้ได้เข้าใจให้มากกว่านี้ได้

***********

เด็กสาวเติบโตขึ้นเป็นสาวเต็มตัว แต่ความคับข้องใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับพ่อของตนเองก็ไม่ได้จางไป เธอยังคงครุ่นคิดอยู่เสมอว่า ทำไม่มือพ่อจึงหยาบกร้านมากขึ้น ใบหน้าก็เหี่ยวย่นมากขึ้นด้วย อาการไอก็ไม่ได้ทุเลาลง หลังก็ค้อมลงไปอีก

ในคืนหนึ่ง หลังจากที่เธอนอนหลับสนิท เธอก็ฝันไป ในความฝันนั้น เธอได้ยินเสียงหนึ่งที่นุ่มนวลมาก เป็นเสียงที่ไม่รู้ทิศทางมา แต่น้ำเสียงชัดเจนทุกถ้อยคำ เสียงนั้นบอกว่า “เราได้สร้างผู้ชาย เพื่อให้เป็นผู้นำในครอบครัว เป็นเสาหลักที่จะค้ำยันสำหรับทุกๆ ส่วนในครอบครัว เขาต้องทำงานหนัก เขาต้องแบกรับกับทุกปัญหา เขาต้องอดทน และเขาต้องกระทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนในครอบครัว อยู่ได้อย่างปกติสุข”

“เราได้ให้ร่างกายที่แข็งแรง เพื่อเขาจะได้ใช้ความเข้มแข็งนั้น โอบอุ้ม และปกป้อง ต่อทุกๆ คนในครอบครัว”

“เราได้ให้สติปัญญาและความสามารถ เพื่อที่เขาจะได้รู้จักการแสวงหาปัจจัยต่างๆ สำหรับชีวิต ที่ฮาลาล สำหรับทุกๆ คน ได้อย่างอิ่มหน่ำและสมบูรณ์ ถึงแม้ว่าคนในครอบครัวจะตำหนิหรือดุด่าด้วยความไม่พอใจก็ตาม”

“เราได้สร้างภาวะความเป็นผู้นำ ที่รู้จักการอดกลั้น รู้จักการให้ รู้จักการโอ่นอ่อนผ่อนปรน เพื่อให้สามารถรองรับได้กับทุกอารมณ์ของทุกๆ คนในครอบครัว"

“เราได้สร้างความเข้มแข็งสำหรับตัวเขา เพื่อให้เขาสามารถ ต้านแดดที่แผดเผา ต้านกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ต้านลมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง โดยไม่เอียงเอน เพื่อให้ครอบครัวอยู่ได้อย่างมั่นคง แม้ร่างกายเขาต้องทรุดโทรมไป โดยเขาต้องไม่บ่นหรือตั้งแง่ ชิงชังต่อผู้ใด โดยเฉพาะต่อผู้หญิง”

“เราได้สร้างความสมบูรณ์แก่สภาวะในใจเขา เพื่อที่เขาจะได้มีความรัก และให้ความรักอย่างเต็มเปี่ยมต่อทุกคนที่เกี่ยวข้อง และต่อทุกๆ สถานการณ์ที่ต้องเผชิญเข้ามาในชีวิต แม้จะอยู่ในท่ามกลางความชิงชังของผู้ใด”

“ด้วยสติปัญญาที่เราได้มีให้กับเขา เขาจะได้คิดและหาวิธีในการโอบอุ้มและเลี้ยงดูทุกๆ คนได้เติบโตและมีความก้าวหน้าภายใต้บทบัญญัตทางศาสนา”

“ด้วยสติปัญญาของเขา จะทำให้เขาสามารถดูแลภรรยา และให้ภรรยาได้ตระหนักด้วยว่า ภรรยาที่ดีคือภรรยาที่มีความภักดีต่อสามี ภรรยาที่ดีคือภรรยาที่พร้อมเคียงข้างกับสามีในทุกสถานการณ์ ทั้งสุขและทุกข์ และทุกจังหวะก้าวของชีวิต”

“ฉันได้ให้ใบหน้าที่หยาบกร้าน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า ผู้ชายนั้น จะต้องพร้อมด้วยพละกำลัง และสติปัญญา ในการสืบเสาะและแสวงหาลู่ทางเพื่อให้ครอบครัวของตนเอง ดำรงอยู่ได้ด้วยความสุข และร่างกายเขาที่ค่อมลง ก็เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่า อันผู้ชายที่ดีที่มีความรับผิดชอบนั้น เขาจะทุ่มเทพละกำลังอย่างสุดความสามารถ เพื่อความมั่นคงในครอบครัว โดยไม่มีสิ่งใดมาสั่นคลอนลงได้”

เสียงนั้นยังบอกอีกว่า “เราได้ให้กับผู้ชายที่มีความรับผิดชอบเต็ม ในฐานะผู้นำในครอบครัว เป็นเสาหลักที่จะต้องโอบอุ้มในทุกส่วน นี้คือความประเสริฐของผู้ชาย และทุกอย่างเหล่านี้ จะเป็นอามานะห์ที่เขาต้องแบกรับทั้งในดนยาและอาคีเราะห์”

สิ้นเสียงนี้ สาวน้อยก็สะดุ้งตื่นขึ้นทันที เธอรีบเร่งไปทำความสะอาดร่างกาย และเอาน้ำละหมาด และละหมาดตะฮ์ญูด จนถึงรุ่งสาง หลังจากนั้นเธอก็เดินเข้าไปชิดกับห้องของพ่อ เธอเห็นพ่อกำลังซีกิรอยู่ในขณะที่พ่อจะยืนขึ้นละหมาดซุบฮิ์ เธอก็เข้าไปจับมือและกอดเอวพ่อ แล้วก็ร้องให้สะอึกสะอื่น จนน้ำตาไหลอาบสองแก้ม ตกกระทบผ้าสญาดะห์เธอบอกกับพ่อว่า “หนูเข้าใจและตระหนักในภาระของพ่อ หนูรักพ่อ….”

Thursday, January 04, 2007

สุดที่รัก...รักที่สุด



'สุดที่รัก' มาถามฉันว่า "รักแค่ไหน"

ฉันตอบ "รักที่สุด"

พ่อแม่มาถามฉันว่า "รักแค่ไหน"

ฉันตอบ "รักที่สุด"

พี่น้องมาถามฉันว่า "รักแค่ไหน"

ฉันตอบ "รักที่สุด"

เพื่อนสนิท มาถามฉันว่า "รักแค่ไหน"

ฉันตอบ "รักที่สุด"

สัตว์เลี้ยงฉันออกลูก ฉันก็พูดกับมันว่า "รักที่สุด"

ต้นไม้ฉันออกดอก ฉันก็บอกมันว่า "รักที่สุด"

“สุดที่รัก” กลับมาถามในวันหนึ่งตกลงเธอรักฉันที่สุดหรือเปล่า???

ฉันตอบ "รักที่สุด"

สุดที่รักถาม แล้วพ่อแม่ พี่น้องกับคนอื่นๆ ล่ะไม่ได้รักที่สุดเหรอ

ฉันตอบ "รักที่สุดเหมือนกัน"

สุดที่รักโมโห "ฉันเป็นสุดที่รักของเธอ เธอต้องรักฉันที่สุดคนเดียว"

ฉันคิด... นิดหนึ่ง "แต่ฉัน...รักที่สุดทุกคน"

สุดที่รักงอน "คนหลายใจ...ไปตายซะ"

ฉันผิดตรงไหน…??? ที่ฉันรักคนสำคัญ? ในชีวิตฉันทุกคน ฉันสับสน…

ฉันจึงไปโดดน้ำตาย...ตามคำสุดท้ายของสุดที่รัก

ฉันขึ้นไปบน สะพานที่สูงที่สุด กระโดดลงไปในแม่น้ำตรงจุดที่ลึกที่สุด

ฉันไม่ตาย... เพราะฉันว่ายน้ำเป็น และฉันก็รักตัวเองที่สุด…

ฉันว่ายน้ำไปข้างหน้าเรื่อย ๆ จากแม่น้ำออกทะเล…

จากทะเลออกมหาสมุทร ว่ายจนกว่าจะสุดทาง ผ่านเกาะ ผ่านประเทศต่างๆ…มากมาย

แล้วฉันก็วนกลับมาที่เดิม สะพานเดิมที่ฉันกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย

ฉันค้นพบแล้วว่า โลกกลม มีเกาะ มีประเทศ ตั้งอยู่บนตำแหน่งต่างๆ บนโลก ไม่ทับซ้อนกัน

ทุกเกาะ ทุกประเทศมีความสำคัญ มีหนึ่งเดียว และอยู่ทุกมุมสุดของโลก

เหมือนความรักของฉัน เป็นทรงกลม มีคนสำคัญ?ตั้งอยู่บนตำแหน่งต่างๆ ของความรัก

แต่ละคนมีหนึ่งเดียว ไม่ทับซ้อนกัน

ทุกคนคือ 'สุดที่รัก' และฉันก็ 'รักที่สุด'

Saturday, December 23, 2006

ฉันได้รู้ว่า...

Photobucket - Video and Image Hosting

ฉันได้เรียนรู้ว่า... บางครั้งสัตว์ยังทำให้หัวใจเราอบอุ่นได้ดีกว่าคนเสียอีก

ฉันได้เรียนรู้ว่า... ผู้หญิงทุกคนอยากได้รับดอกไม้กันทั้งนั้น โดยเฉพาะเวลาที่ไม่ใช่โอกาสพิเศษ

ฉันได้เรียนรู้ว่า... ยากล่อมประสาทที่ดีที่สุดคือ สติสัมปชัญญะนั่นเอง

ฉันได้เรียนรู้ว่า... การได้นอนอยู่บนหญ้าเขียว ไม่ว่าจะอยู่ในทุ่งแห่งใด ก็ให้ความรู้สึกที่ดีได้ทั้งนั้น

ฉันได้เรียนรู้ว่า... การฟังเพลงเบาๆในยามที่เราเศร้าโศกนั้น ช่วยบรรเทาความทุกข์ในใจให้เบาบางลงไปได้อย่างมากมาย

ฉันได้เรียนรู้ว่า... คุณหาเงินได้มากขึ้นได้ แต่ไม่สามารถหาเวลาเพิ่มได้

ฉันได้เรียนรู้ว่า...หากเราละเลยความผูกพันกับพ่อแม่แล้วไซร้ เราจะหวนให้คิดถึงท่านเจียนตายยามเมื่อท่านจากไป

ฉันได้เรียนรู้ว่า... อย่ากอดรัดลูกให้แน่นเกินไป มันอาจจะกลายเป็นการทำร้ายลูกทางอ้อม

ฉันได้เรียนรู้ว่า... การได้รักและถูกรัก เป็นความรื่นรมย์อันยิ่งใหญ่สุดในโลก

ฉันได้เรียนรู้ว่า... คุณอาจรักใครบางคน ทั้งๆที่ไม่ได้ชอบเขามากมายก็ได้

ฉันได้เรียนรู้ว่า... ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เจ็บปวดยิ่งไปกว่าความเกลียดชัง นั่นคือความเมินเฉย

ฉันได้เรียนรู้ว่า... แม้ฉันจะต้องเจ็บปวด แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องอยู่อย่างเจ็บปวดเสมอไป

ฉันได้เรียนรู้ว่า... ความเอื้ออาทรนั้นสำคัญกว่า ความเพียบพร้อมบริบูรณ์เสียอีก

ฉันได้เรียนรู้ว่า... การลืมสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้วนั้น สำคัญพอกับการจดจำสิ่งที่ดีงามเอาไว้

ฉันได้เรียนรู้ว่า... การคาดเดานั้นมักจะเลิศหรูกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเสมอ

ฉันได้เรียนรู้ว่า... ฉันไม่อาจคาดหวังผู้อื่นให้แก้ปัญหาของฉันได้

ฉันได้เรียนรู้ว่า... เมื่อสิ่งเลวร้ายผ่านเข้ามา คุณจะปล่อยให้มันสร้างความขมขื่นใจให้คุณ หรือใช้มันเป็นพลังทำให้คุณเข้มแข็งขึ้นก็ได้

ฉันได้เรียนรู้ว่า... ถึงเราจะเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้ แต่เราปล่อยให้มันผ่านไปได้

ฉันได้เรียนรู้ว่า... หากต้องการคำตอบที่ดี ก็ควรถามคำถามที่ดีด้วย

ฉันได้เรียนรู้ว่า... ระดับความมั่นใจในตัวเองของคนคนหนึ่ง จะเป็นตัวเองของระดับความสำเร็จของเขาด้วย

ฉันได้เรียนรู้ว่า... อาจจะมีใครที่รักคุณอย่างจริงจังอยู่ก็ได้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะแสดงออกให้คุณรู้ได้อย่างไร

ฉันได้เรียนรู้ว่า... ในที่สุดแล้วผู้รับจะเป็นผู้แพ้และผู้ให้นั่นแหละคือผู้ชนะ

ฉันได้เรียนรู้ว่า... การเรียนรู้ที่จะให้อภัยนั้น ต้องการการฝึกฝน

ฉันได้เรียนรู้ว่า... คนเราไม่อาจเป็นวีรบุรุษได้ โดยไม่รู้จักการลงมือทำ

ฉันได้เรียนรู้ว่า... เคล็ดลับของการเติบโตอย่างสง่าผ่าเผย คืออย่าหมดความกระตือรือร้นที่จะพบพาผู้คนและสถานที่ใหม่ๆ

ฉันได้เรียนรู้ว่า... การซื่อสัตย์ต่อสิ่งเล็กน้อย ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย

ฉันได้เรียนรู้ว่า... การจากเพื่อนที่ใกล้ชิดที่สุดนั้น เป็นเรื่องยากกว่าที่ฉันเคยคิดเอาไว้มาก

ฉันได้เรียนรู้ว่า... การเยียวยารักษามิตรภาพที่บอบช้ำนั้น ทำเมื่อไหร่ก็ไม่สาย

ฉันได้เรียนรู้ว่า... ชีวิตจะเติมเต็มไม่ได้ หากปราศจากเพื่อน

สี กับตัวคุณ


วิเคราะห์สี วิเคราะห์ใจของคุณ (อาจจะถูกหรือผิดก็ได้)

**มะนาว(เขียวอ่อน)** คุณเป็นคนที่ค่อนข้างใจเย็น แต่เป็นคนที่เครียดง่าย คุณมักจะเป็นคนที่ขี้อิจฉา และมักจะขี้บ่นเสมอ แต่คุณก็มีความรับผิดชอบที่ดี และดูเหมือนคนรอบข้างดูจะรักและไว้ใจคุณเป็นอย่างมากทีเดียว
** เงิน ** คุณเป็นคนช่างคิด และขี้อาย และชอบที่จะลองสิ่งแปลกๆใหม่ๆเสมอๆ คุณชอบที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง คุณเป็นคนหัวไวพอควร เรียนรู้อะไรได้รวดเร็ว ความรักของคุณมักจะเจอแต่เรื่องที่ต้องมาขัดใจเสมอๆ
** ดำ ** คุณเป็นนักท้าทาย และมีความอดทนทีเดียว แต่คุณไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงในชีวิต เมื่อคุณได้ตัดสินใจอะไรบางสิ่งแล้ว คุณก็จะยึดมั่นความคิดนั้นไว้ตลอด ความรักของคุณก็ค่อนข้างดูแปลก และท้าทายทีเดียว
**เขียวมะกอก** คุณเป็นคนที่อบอุ่น และมักจะเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย คุณไม่ชอบความรุนแรงและรักความยุติธรรม คุณเป็นคนใจดี และร่าเริง แต่อย่าอิจฉาใครคนอื่นให้มากนักล่ะ
** น้ำตาล ** คุณเป็นคนชอบการกีฬา คุณมักจะเป็นคนที่ค่อนข้างหวงตัวเอง แต่บ่อยครั้งที่คุณตกหลุมรักคนอื่นอย่างง่ายดาย แต่เมื่อคุณได้พบเจอสิ่งที่ต้องการ และไม่ถูกใจคุณเมื่อไร คุณก็พร้อมที่จะยอมแพ้และปล่อยสิ่งนั้นทันที
** น้ำเงิน ** คุณเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบยกย่องใครสักเท่าไร และเรื่องมาก แต่คุณมีความคิดที่ดีเสมอๆ และ ชอบที่ตกหลุมรักใครง่ายๆ แต่คุณชอบปล่อยให้ความรักหลุดลอยไปอย่างง่ายดาย คุณมักจะรักตามใจคุณ ไม่ใช่ตามที่หัวใจคุณต้องการ
** น้ำเงินเข้ม** คุณเป็นคนที่มีเสน่ห์ และรักสนุก คุณมีความพยายามและความอดทนในการที่ทำสิ่งต่างๆดี และค่อนข้างจะหมกมุ่นในบางครั้ง แต่เมื่อคุณได้โกรธใครสักคนแล้ว ยากที่คุณจะให้อภัยได้
** ขาว ** ความฝันของคุณนำพาไปสู่จุดหมายของชีวิต คุณมักจะชอบอิจฉาคนอื่นๆ บางครั้งคุณก็ดูแปลกไป เมื่อเทียบกับความคิดคนอื่นๆ แต่คุณมีความพยายามในการทำสิ่งต่างๆที่ดี
** น้ำ (ฟ้า ) ** คุณเป็นคนที่มีอารมณ์ค่อนข้างที่จะแปรปรวน คุณมักเป็นคนสันโดษและชอบการท่องเที่ยว คุณเป็นคนที่เชื่อใจได้ แต่มักจะเป็นคนที่ค่อนข้างหูเบา ความรักที่คุณหวังไว้นั้นหายาก และมักจะเลิกรากันด้วยโดยง่าย และบางครั้ง คุณเองก็มักจะเจ็บปวดด้วยเรื่องความรัก
**สีแดง** คุณเป็นคนประเภทที่น่ารัก คุณอาจจะเลือกมากซะหน่อย แต่ก็มักจะไปหลงรักใครบ่อยๆ เข้า และคุณก็ชอบที่จะถูกรักซะด้วยสิ คุณสดใสและร่าเริง แต่บางครั้งก็มีอาการหมอง เศร้าซึม คุณเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้นุ่มนวล และดี และสิ่งนั้นเองจะทำให้คนอื่นชื่นชอบในตัวคุณ และสิ่งที่คุณเป็น คุณชอบคนที่คบหาด้วยง่าย และทำให้คุณมีความสะดวกสบายใจ
** ครีม ** คุณเป็นคนประเภทที่ชอบการแข่งขัน ไม่ชอบการพ่ายแพ้ และคุณมักจะร่าเริงอยู่เสมอๆ คุณเป็นคนที่น่าไว้วางใจได้ คุณมักจะเลือกความรักด้วยความระมัดระวังเสมอ และไม่ตกหลุมรักใครง่ายๆซะด้วยสิ แต่ถ้าคุณพบใครที่คิดว่าใช่แล้ว คุณก็ไม่ปล่อยความรักให้หลุดมือไปซะทีเดียวหรอก
** เขียวเข้ม ** คุณมักจะพิถีพิถันเกี่ยวกับตัวเอง และมักจะมองหาความรักที่ดูมีภูมิฐาน คุณมักจะเป็นคนตัดสินใจอะไรง่ายๆและขาดสติ ซึ่งมักจะตามมาด้วยปั­หาต่างๆ คุณชอบที่จะเป็นผู้ที่นำ และคุณชอบที่จะค้นคว้าหาเพื่อนใหม่ๆ เสมอๆ
** เทา ** คุณเป็นคนที่มีเสน่ห์ และ คล่องแคล่ว คุณไม่เคยซ่อนเร้นความรู้สึกของตัวเอง และมักจะเปิดเผยสิ่งที่อยู่ข้างในตัวคุณให้คนอื่นได้รับรู้ แต่บางครั้งก็นำมาซึ่งความเห็นแก่ตัวบ้าง คุณอยากจะเป็นคนสำคั­ และรักความยุติธรรม ปลอบใจคนเก่ง พูดโน้มน้าวได้ดี และคุณเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ ที่ดี
** เขียว ** คุณมักจะเข้ากับสิ่งใหม่ๆที่เข้ามาได้ดี คุณไม่ได้เป็นคนที่ขี้อายนัก กล้าแสดงออก แต่บางครั้งการพูดจาของคุณ ก็ทำให้ความรู้สึกของคนอื่นๆเข้าเจ็บปวดได้ คุณมักจะอยากเป็นคนสำคั­ของคนรักของคุณเสมอๆ แต่ส่วนให­่ผู้ที่เกิดช่วงนี้ มักจะยังโสด เพราะยังไม่เจอคนที่ถูกใจนัก
** ทอง ** คุณรู้ว่าอะไรที่ผิดหรือถูก คุณเป็นคนที่ร่าเริงทีเดียว สเปคของคนรักในใจคุณ หายากนัก แต่เมื่อคุณได้พบเจอแล้ว รับรองว่า คุณคงไม่ปล่อยให้มันหลุดลอยไปหรอกน่า
** ชมพู ** คุณมีความพยายามต่างๆที่จะทำให้ผลงานชิ้นนั้นๆออกมาดีที่สุด และมักจะชอบช่วยเหลือและดูแลผู้อื่น แต่บางครั้งความคิดของคุณก็คิดไปทางที่ไม่ดีบ้าง ส่วนเรื่องของความรัก คุณกำลังมองหาความรักที่โรแมนติกเหมือนในนิยาย ** เหลือง ** คุณเป็นคนอ่อนหวาน และใสซื่อ เป็นที่ไว้วางใจจากคนอื่นๆ และเป็นคนที่มนุษยสัมพันธ์ที่ดี ข้อตัดสินใจของคุณ มักจะนำพาไปเรื่องที่ดีๆเสมอๆ และคุณก็ชอบที่จะมีความรักแบบโรแมนติคซะด้วยสิ
** เลือดนกปนน้ำตาล** คุณเป็นคนที่ค่อนข้างฉลาดทีเดียว และรู้ในสิ่งที่ถูกและผิด คุณมักจะทำให้สิ่งต่างๆให้เป็นในสิ่งที่คุณต้องการ และบางครั้งสิ่งนั้นอาจทำให้คุณทำร้ายความรู้สึกของคนอื่นโดนที่คุณไม่รู้ แต่เมื่อถึงเรื่องความรัก คุณคือนักอดทนทีเดียว เมื่อคุณได้รักใครแล้ว ยากที่จะหาคนอื่นมาเทียบได้
** ส้ม ** คุณเป็นคนที่ค่อนข้างมีความรับผิดชอบในสิ่งที่คุณทำ คุณมักจะมีจุดประสงค์ ในสิ่งที่ตนทำอยู่เสมอๆ และชอบการแข่งขัน เมื่อคุณมีเพื่อน คุณจะพบว่า ยากนักที่จะเชื่อและไว้ใจใครสักคนได้ แต่เมื่อคุณได้เจอเพื่อนที่คุณถูกใจแล้ว คุณจะเชื่อในคนๆนั้นตลอดไป
** ม่วง ** คุณค่อนข้างดูลึกลับ ไม่เห็นแก่ตัว และไม่ค่อยจะคล้อยตามสิ่งต่างๆได้อย่างง่ายดาย การกระทำของคุณในแต่ละวัน อาจนำมาซึ่งความสุขหรือทุกข์ได้ คุณมักจะป๊อปในหมู่เพื่อนฝูงเป็นที่รักใคร่ คุณเป็นคนที่ขี้ลืม และคุณน่าจะมองหาคนที่เชื่อใจและไว้ใจได้ดีกว่า

47 ข้อสำหรับท่านชาย

Photobucket - Video and Image Hosting

ข้อพึงปฏิบัติสำหรับท่านผู้ชายที่แต่งงานแล้ว นำไปปฏิบัติเพื่อสร้างครอบครัวซากีนะห์ (เฉพาะท่านที่แต่งงานแล้วเท่านั้น ท่านที่ยังไม่แต่งงานห้ามนำไปปฏิบัติโดยเด็ดขาด)

1. ทุกจังหวะก้าวของชีวิต เราต้องผูกติดอยู่กับอัลเลาะห์ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องหมั่นดุอาอ เพื่อให้เป็นที่รัก
2. เมื่อกลับถึงบ้าน ต้องพูด และ สัมผัส กับภรรยา ก่อนที่จะไปทำภารกิจอื่นๆ ทุกอย่าง (จะสัมผัสด้วยวิธีการใด หรืออย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับความชอบและความเหมาะสมเป็นสำคัญ)
3. แสดงท่าทีห่วงใย อาจจะด้วยการสอบถามว่า งานในบ้านวันนี้เป้นอย่างไรบ้าง ? เหนื่อยไหม ?
4. จงเป็นผู้ฟังที่ดี สำหรับทุกๆ คำพูดจากภรรยา อย่ารีบด่วนในการตัดสินใจ โดยไม่ฟังทุกอย่างให้จบ สิ่งสำคัญสำหรับข้อนี้คือ ต้องใส่ใจ
5. จงให้เวลาอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน โดยในเวลานี้ต้องละทิ้งทุกอย่างสำหรับชีวิตตนเอง และเวลานี้ทั้งหมดต้องสำหรับเธอ
6. จงมอบดอกไม้ หรือน้ำหอม เพื่อเอาใจ ในยามที่เธออารมณ์ไม่ดี
7. ช่วยเหลือเธอ สำหรับกิจกรรมในครัว หรือบางครั้งก็อาจจะชวนไปทานนอกบ้าน
8. หมั่นยกย่องในความพิเศษๆ บางอย่างของภรรยา เช่น ผมสวยจัง (หมายถึงเส้นผมบนหัวของเธอ ไม่ไช่ผมที่หมายถึงตนเอง)
9. รู้จักเอาใจเมื่อเธอโกรธ หรือน้อยใจ (โดยเฉพาะในช่วงตั้งท้อง ผู้หญิงจะน้อยใจง่ายกว่าช่วงปกติ)
10. จงช่วยเหลือในกิจกรรมทุกอย่างที่เป็นภารกิจของเธอเท่าที่เราสามารถทำได้
11. อย่างเร่งรีบ เราต้องมีเวลาเผื่อไว้เสมอสำหรับทุกๆ กิจกรรมที่ร่วมกับเธอ
12. วันไหนที่กลับบ้านช้าจะต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเสมอ
13. ถ้าภรรยาขอความช่วยเหลือใดๆ ก็ต้องช่วย แต่ถ้าไม่สามารถช่วยได้ ก็ต้องบอกให้ทราบตรงๆ โดยไม่จำเป็นต้องสาธยายให้ยาว
14. ชีวิตผู้ชาย อาจจะมีบางช่วงเวลาที่อยากจะเงียบคนเดียว (โดยเฉพาะคนทำงานหนัก) ก็ต้องบอกให้ทราบพร้อมเหตุผล
15. เมื่อใดที่จิตใจเรารู้สึกว้าวุ่น หรือประสบกับความยุ่งยากใดๆ ก็ต้องบอกให้ภรรยาทราบ ด้วยถ้อยคำที่ดี อย่าพยายามปัดให้เป็นความผิดของภรรยา
16. เมื่อเธออยากจะพูด ก็ต้องเปิดโอกาสให้เธอได้พูดอย่างเต็มที่ และพยายามตั้งใจฟังในทุกๆ คำที่พูด
17. เมื่อใดที่จะออกนอกบ้านก็ต้องถามภรรยาเสมอว่า จะฝากอะไรไหม ?
18. จงบอกให้เธอรู้เมื่อคิดอยากจะนอนหรือต้องการพักผ่อน
19. จงกอดภรรยาอย่างทนุถนอมอย่างน้อยก็ 4 ครั้งต่อวัน
20. หมั่นโทรศัพท์ไปหาเธอจากที่ทำงาน ถึงจะไม่มีเรื่องราวอะไรมาก แต่อย่างน้อยก็ให้มีคำว่า “ยา ฮาบีบี อินนี อูฮิบบูกี” หรือถ้อยคำอื่นๆ ที่เป็นความเข้าใจตรงกัน และนำมาซึ่งความรู้สึกที่ซาบซึ้งกัน
21. พูดถึงด้วยถ้อยคำแห่งความรักให้ฟัง อย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน
22. ชวนกันอกไปที่ไหนๆ โดยไม่ต้องมีลูกไปด้วย (ในกรณีที่มีลูกแล้ว)
23. ลองคิดถึงคำพูดในเชิงร้องขอจากภรรยา ซึ่งอาจจะผ่านไปนานแล้ว วันนี้ถือโอกาสสนองในสิ่งนั้นเสีย
24. แสดงด้วยคำพูดที่บ่งบอกถึงความคิดถึงและห่วงหาเมื่ออยู่ไกลกัน
25. ชื้อของกินที่ภรรยาชอบกลับบ้านบ้าง แต่ไม่จำเป็นต้องทุกวัน
26. ทำอีบาดะห์ร่วมกันเสมอทุกครั้งที่มีโอกาส
27. ถ้าต้องไปไกลๆ หรือต่างจังหวัด เมื่อไปถึงที่หมายแล้ว ก็ต้องโทรบอกทันทีว่า “JazakalLAH ผม ถึงที่หมายโดยปลอดภัยแล้วนะ”
28. อย่าลืมช่วยโทรบอกให้เธอทราบรายละเอียดของที่พักด้วย รวมทั้งหมายเลขห้องและเบอร์โทรติดต่อ ของโรงแรมหรือห้องพัก
29. ช่วยนวดหลังเธอบ้างเมื่อมีโอกาส หรืออาจจะใช้เวลานี้รวมกับข้อที่ 5 เลยก็ได้
30. ไม่ผิดปกติเลยหากหมั่นแสดงออกถึงความรัก โดยการกระทำ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องเพศ
31. ช่วยจัดห้องนอน, เตียง, ผ้าห่ม (ทุกอย่างที่เกี่ยวกับที่นอน) บ้างเป็นครั้งคราว
32. ทำหน้าที่พรมน้ำหอมในที่นอนบ้างเป็นครั้งคราว อย่าให้เป็นหน้าที่ของภรรยาอย่างเดียว
33. อดทนและรับฟังในปัญหาของผู้หญิง
34. แสดงออกถึงความรักที่มีต่อเธอในงานสังคมด้วย อย่าให้เธอต้องเคว้งคว้างคนเดียว ส่วนเราก็เอาแต่เพื่อน
35. เมื่อเดินด้วยกัน ก็ต้องจับมือภรรยาด้วย ดีด้วยซ้ำไปถ้าจูงมือกันข้ามถนน (ไม่มีใครว่าตาบอดหรอก)
36. คุณผู้ชายลองทำหน้าที่ชงเครื่องดื่มที่ภรรยาชอบบ้างเป็นครั้งคราว (หรือหากได้ทุกครั้งก็ไม่ผิดปกติอะไร)
37. ถ้าต้องออกไปนอกบ้านด้วยกัน อย่าคิดให้ภรรยาเป็นคนเลือกสถานที่โดยตลอด (เป็นผู้ชายต้องรู้จักตัดสินใจด้วย)
38. เมื่ออยู่ในงานหรือสถานที่สาธารณะต้องแสดงออกถึงท่าทีที่บ่งบอกถึงความสำคัญของภรรยา (ภรรยาของตนเอง ไม่ไช่ภรรยาของคนอื่น)
39. ภรรยาต้องสำคัญกว่าลูกเสมอ
40. เมื่อภรรยาป่วย เราต้องหมั่นดูแล และใส่ใจในปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้น จงใส่ใจในตัวเธอ เหมือนกับที่เธอได้ใส่ใจในตัวท่าน (โดยทั่วไปภรรยาจะให้ความใส่ใจกับผู้ชาย มากกว่าที่ท่านผู้ชายจะใส่ใจในตัวภรรยา)
41. เมื่อถึงเวลานอน สิ่งที่ดีที่สุดก็คือ เข้านอนพร้อมๆ กัน
42. รู้จักการจูบลาบ้าง (ลาไปทำงานนะครับ ไม่ไช่ลาลับ)
43. รู้จักเอยคำขอบคุณบ้างเมื่อภรรยาให้บริการใด ๆ ต่อเรา
44. พยายามให้มีบ้างซักปีละ 2 ครั้ง ที่ร่วมรำลึกถึงบรรยากาศแห่งครั้งแรกที่ได้พบ กับบรรยากาศแห่งน้ำผึ้ง บุหงา ลดามาลย์
45. ร่วมออกกำลังกายด้วยกัน ถึงจะไม่ทุกครั้ง แต่ก็ต้องมีบ้าง เป็นครั้งคราว
46. ไปเที่ยวกัน ที่ไหนๆ ที่ไกลๆ ที่ชอบๆ
47. ไม่แปลกเลย หากคุณผู้ชาย รับหน้าที่ในครัว หรือซักรีดเสื้อผ้า และ ฯลฯ เพราะท่านศาสดามูฮัมหมัดก็ทำหน้าที่คล้ายกันนี้ คงไม่มีประชาชาติผู้สืบทอดจากท่านคนใด ที่คิดอยากทำตัวให้สุขสบาย มากกว่าตัวท่านศาสดา ฯ หรืออีกนัยหนึ่ง เมื่อท่านศาสดาทำงานหนัก อย่างนั้น ไม่ละเว้นแม้แต่งานในบ้าน ที่คนเรามักจะมองว่าเป็นเรื่องของผุ้หญิง แต่ท่านศาสดายังทำ แล้วเราเป็นใคร ? ทำไมถึงจะทำบ้างไม่ได้ ?

Monday, December 11, 2006

ชีวิตเด็ก


ส่วนหนึ่งเติบโตแบบตามมีตามเกิด แต่อีกส่วนหนึ่งถูกฟูมฟักอย่างดี



ใครจะเป็นผู้ทำลายช่องว่างเหล่านี้ ?


ศาสนาเป็นทางออกสุดท้าย แต่นักการศาสนาที่มีอยู่ในทุกวันนี้ ยุ่งอยู่กับเรื่องอะไร ?

พิสูจน์ตาคุณบอดสีไหม?

ชีวิตเรา

Tuesday, November 28, 2006

น้ำผึ่งปนเปื้อนยาพิษ คละเคล้ากับน้ำตา

Photobucket - Video and Image Hosting

บันทึก ณ มุมมืด

ในชั่วโมงก่อนรุ่งสาง

ภายใต้แสงจันทร์นวลผ่อง อร่ามเรืองไปทั่วยอดไม้

เสียงร้องคร่ำครวญ ปานใจจะขาดอยู่รอน ๆ ของหญิงสาวนางหนึ่ง ดังมาจากข้าง ๆ สัมผัสโสตประสาท ปลุกความสำนึกของข้าพเจ้า ให้ฉายฉาน ถึงเธอผู้นั้น หญิงสาวผู้ซึ่งอ่อนต่อโลก เขลาต่อสังคม แต่ถูกสภาพแวดล้อมฉุดกระชากตัวเธอ ให้ต้องแปดเปื้อนกับคาวราคีไปตลอดชีวิต…………

เธอ คือ อิตถีเพศ ผู้รวยด้วยรูปลักษณ์ ชวนให้เกิดเสน่หาสำหรับหลาย ๆ คน ที่พบเห็น เขาเหล่านั้น ใช้วาจาแทะโลมจิตใจของเธอให้อ่อนไหว เคลิบเคลิ้ม ให้ตกอยู่ภายใต้การชักใยของอารมณ์ฝ่ายต่ำ ลืมสิ้นคำสั่งเสียของพ่อแม่

“เขา” ชักพาเธอสู่สภาพและสิ่งแวดล้อมของสังคมในรูปแบบใหม่ สู่สถานที่หย่อนใจที่ยั่วยวน ชักพาชีวิตเธอสู่ความฟุ้งเฟ้อ หลงไหล สู่อริยธรรมแผนใหม่ สู่วิถีชีวิตที่ไร้แก่นสาร จนกระทั่งไม่สามารถควบคุมจิตใจตนเอง………..

สภาพการณ์เหล่านั้นได้ฉุดกระชาก ชีวิตเธอให้ต่ำลง ต่ำลง เธอสนุกสุดเหวี่ยงกับความฉาบฉวยของสังคม และความปลิ้นปล้อนของปากคำชาย แต่เธอก็หาได้สังวรณ์ใจไม่ ซัยฎอนนได้สิ่งสู่เธอให้เห็นคล้อยเกิดความปักใจ มั่นใจ ในคำหวานที่เขาพร่ำพรรณนา

มนุษย์ร้อยเล่ห์ พันมารยา แสร้งแสดงความจริงใจ มากเลี่ยมแพรวพราวขอเพียงให้ได้บรรลุให้สิ่งที่ตนปรารถนา

โอ้เธอเอ๋ย…ชีวิตเธอต้องประสบกับน้ำใจหฤโหด จากมือชายที่แปดเปื้อน คาวราคี แล้วเชียวหรือ…….

เมื่อเสร็จสิ้นอารมณ์หมาย ความเบื่อตามประสาชายผู้เจนโลก เธอจึงถูก “เขา” สลัดทิ้งไม่เหลือเยื้อใย เธอดังดอกไม้เหี่ยวเฉาไร้ซึ่งหมู่ภมร มาดอมดม ดังนกปีกหักเกินกว่าจะโบกปีกโผบินต่อไปได้

ชีวิตเธอหมองไหม้ หัวใจเธอแหลกเหลว น้ำตาประดุจสายธาร……

********

รอยระลึกเก่า ๆ เฝ้าหลอกหลอน, เชือดเฉือน, กัดกรีด, บาดลึก, ลงไปในดวงใจเธอ เธอคือความขมขื่น, เธอคือความปวดร้าว เธอ……..


บทเรียนสอนใจ

ผู้หญิงวัยรุ่นอย่างเรา ย่อมเป็นที่ต้องการของเขา และรักแท้ที่บริสุทธิ์ก็เป็นของสูงที่ทุกคนต่างก็ปรารถนา แต่ในสังคมและสภาพแวดล้อมที่มีอยู่รอบตัวเรา ที่มีแต่การเอารัดเอาเปรียบ, ชิงดี ชิงเด่น, กดขี่ แสวงหาผลประโยชน์ จะหาความยุติธรรมได้ยากยิ่ง ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเราจะไปหาความรัก เช่นนั้นได้ที่ไหนกัน เราต้องการความรักที่จะผลักดันให้ชีวิตเราสูงขึ้น ความรักเช่นนั้นให้ความหวัง, ให้พลัง, ให้กำลังใจแก่ชีวิต ความใคร่ต่างหากเล่าที่จะฝังและทำลายชีวิตเราไว้ในสุสาน แห่งความชั่วช้าโสมม