Monday, May 29, 2006

คุณลักษณะของผู้ชายที่ควรเลือก

ได้รับทราบข่าวคราว ความไม่ปกติสุขของชีวิตครอบครัวพี่น้องเราบางคน ทั้งๆ ที่เพิ่งผ่านการแต่งงานไปไม่กี่เดือน ผมก็รู้สึกเศร้าใจไม่น้อย วันนี้จึงขอนำเสนอคุณลักษณะของมนุษย์เพศผู้ ที่ควรแก่การเลือก เพื่อมาร่วมเรียงเคียงชีวิตกัน ดังนี้

1. ต้องมั่นใจว่าเขามีความยำเกรงต่ออัลเลาะห์และรอซูล
2. ต้องแน่ใจว่าเขามีความรู้ทางศาสนาที่ดีพอ
3. ต้องรู้ว่าเขามุ่งเชิญชวนมนุษย์สู่ทางที่ดีงาม และห้ามปรามในสิ่งที่ชั่วช้า
4. ต้องมีคุณลักษณะของการเป็นนักสู้ และมีความกระตือรือร้นเพื่อสร้างสรรค์ความสำเร็จใดๆ ในชีวิต
5. มีใจที่บริสุทธิ์ สังเกตได้จากการละเว้นจากพฤติกรรมใดๆ ที่เป็นหนทางที่จะนำไปสู่การกระทำที่ผิด
6. ไม่ละเลยในการขออภัยโทษ (เตาบัต) จากความผิดบาปใด ๆ ทั้งโดยเจตนาหรือเพราะความเผลอเรอ
7. เขาสามารถทำสิ่งที่ดีๆ ได้โดยไม่ใส่ใจว่าจะมีคนมาเห็นหรือไม่ ไม่สนใจในการยกย่องยกยอจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
8. มีใจมั่นคง ไม่อ่อนไหวต่อคำพูดที่ลบหลู่ หรือคำพูดไส่ร้าย หรือการดูถูกดูแคลนต่างๆ
9. สามารถทำภาระกิจที่ได้รับมอบหมายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
10. เป็นคนที่ใจกว้าง มีความอ่อนโยน ถ้อยทีถ้อยอาศัยกับเพื่อนมนุษย์ทุกคน
11. เป็นคนที่พร้อมให้อภัยเสมอ และไม่ถืออาฆาตพยาบาทใดๆ
12. มีใจสงบ ไม่มุทะลุ คงเส้นคงวา เคารพในเหตุผล
13. รู้จักบริหารการเงินแบบพอเพียง พอเหมาะ พอดี ไม่คล้อยตามค่านิยมทางสังคมที่
14. มีความคิดแบบพอเพียง และยึดมั่นในทางสายกลาง
15. ถ้า มี “เขา” อย่างนี้ ให้เธอเลือก ก็จงอย่ารีรอใด ๆ

Tuesday, May 16, 2006

คนกับสัตว์ ก็แบ่งความอบอุ่นกันได้

ค้นหาไข่มุก... ค้นหานิสัย


เวลาก้าวไปข้างหน้า ทุกๆสิบก้าวเราเหยียบหนาม ถ้าเมื่อไหร่ท้อแล้วเดินกลับหลัง ก็เท่ากับว่าที่ผ่านมาเราเจ็บฟรี สมมติว่าเราเป็นอัศวินที่ยิ่งใหญ่ต้องเดินทางไปนำไข่มุก 7 สี จากน้ำตก 7 ชั้นที่เมืองมหาอโรคยาธานี ซึ่งตั้งอยู่ที่สุดปลายสายรุ้ง เพื่อนำไข่มุกเม็ดนี้ไปรักษากษัตริย์อันเป็นที่รักของประชาชน แต่เราจะต้องผ่านสิ่งต่อไปนี้จึงจะได้ไข่มุกมา ลองดูนะว่าจะเลือกผ่านอะไร


**** เลือกเพียงข้อเดียวนะ ****

1. กระแสน้ำ อันเชี่ยวกราก ขนาดท่อนไม้ตกลงไป ถึงกับแตกกระจุย แต่ถ้าข้ามไป เราจะได้ไข่มุกทันที
2. หัวหน้าเผ่ากินคน อันดุร้าย แต่ถ้าเราสามารถ ทำให้เขาพอใจ เขาจะให้แผนที่ลายแทงแก่เรา
3. ป่าโปร่งที่มีดอกไม้ นก แมลง และผีเสื้อ แต่ต้องใช้เวลาข้ามป่านี้ประมาณ 3 เดือน
4. ดงต้นไม้ ที่เต็มไปด้วยหนาม และหนามเหล่านั้น ก็เต็มไปด้วยพิษ
5. ฝูงช้างป่า โขลงใหญ่มาก
6. ฝูงลิงป่าเกเร ที่คอยก่อกวนขว้างปา ผลไม้เน่าใส่นักเดินทาง
7. สุนัขจิ้งจอก จอมเจ้าเล่ห์ เป็นปรมาจารย์ของเจ้าตัวที่อยู่ในนิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดง
8.สิงโตเจ้าป่า ที่เต็มไปด้วย ความหิวโหย
9.นกแร้ง ที่คอยบินวนรอบๆ คอยจิกทึ้ง คนที่เดินผ่านไปมา
10. เจ้าของปราสาทขี้เหงา ที่ให้ลายแทงไข่มุกแก่เราได้ แต่เขาอาจจะไม่ยอมปล่อยเราไปไหน เพราะความขี้เหงาของเขา
11. งูที่คอยเฝ้า ปากทางเข้าน้ำตก 7 ชั้น





เฉลย
กระแสน้ำเชี่ยวกราก คุณเป็นคนดื้อรั้น เอาแต่ใจตัวเอง เชื่อมั่นในความคิดของตัวเองมาก จนบางครั้งไม่ยอมฟังเสียงใคร ยอมหักไม่ยอมงอ ข้อดีคือ จริงจังและจริงใจ ข้อเสียคืออาจมีปัญหากับคนอื่นได้ง่าย เพราะความแข็งกร้าวของตัวเอง

หัวหน้าเผ่าชาวเขา คุณเป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี และค่อนข้างจะมั่นใจในความสามารถในการผูกมิตรของตัวเอง ช่างเอาใจ และรู้จักผูกมิตร ข้อดี คือ มีเพื่อนมากมายใครๆ ก็ชื่นชอบในตัวคุณ ข้อเสียคือ บางครั้งคราวคุณดูเหมือนจะต้องผูกมิตร เพื่อประโยชน์บางอย่าง

ป่าโปร่งที่มีนก แมลงเล็ก ๆ คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี มีความคิดที่ปรารถนาดีต่อคนอื่นๆ เสมอ ยังมีความคิดที่เป็นเด็กๆ อยู่มากและยังคงความบริสุทธิ์ไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ข้อดีคือใครๆ ก็รักความไร้เดียงสาของคุณ และมักได้รับความเอ็นดูช่วยเหลือจากคนรอบๆ ข้างเสมอ ข้อเสียอาจถูกหลอก หรือโดนเอาเปรียบได้ง่ายๆ

ต้นไม้หนาม ต้นไม้พิษ คุณเป็นคนช่างติ ช่างวิจารณ์ละเอียดถี่ถ้วนและไม่ค่อยปล่อยให้ความผิดพลาดใดๆ หลุดรอดไปจากสายตา คุณจะรู้สึกหงุดหงิดเอาง่ายๆ หากมีใครทำอะไรนอกลู่นอกทาง ข้อดีคือคุณเป็นเหมือนกระจก ที่คอยส่งให้ใครๆ ได้เห็นข้อผิดพลาดและพร้อมที่จะแก้ไข ข้อเสียคือ มักมีคนไม่พอใจกับวิธีการตักเตือนที่รุนแรงของคุณ

ฝูงช้างป่า คุณชอบการทำงานเป็นหมู่คณะ รู้จักแบ่งปัน และช่วยเหลือผู้อื่น แคร์ความรู้สึกของคนอื่นเสมอ แต่ก็ไม่ชอบการเอาเปรียบ
ฝูงลิงป่า คุณเป็นคนฉลาด และรักเพื่อนพ้อง จนบางครั้งอาจถูกมองว่าเล่นพรรคเล่นพวก ประมวลสถานการณ์ต่างๆ เก่ง และรู้ทางหนีทีไล่เป็นอย่างดี มีความคิดแปลกๆ แต่มักซุกซ่อนไว้ไม่ให้ใครรู้

สุนัขจิ้งจอก คุณเป็นคนฉลาดและมีไหวพริบ สามารถเอาตัวรอดทุกสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี เพียงแต่บางครั้ง ก็ขาดความจริงใจ และไม่พร้อมที่จะร่วมหัวจมท้ายกับใคร แม้คนนั้นจะเป็นเพื่อนของคุณก็ตาม

สิงโต คุณเป็นคนชอบวางอำนาจให้ใครๆ เกรงกลัว รักความยุติธรรม และก็มักเป็นเผด็จการดด้วย คลั่งไคล้ในอำนาจ และความสามารถของตนเอง

นกแร้ง คุณเป็นคนที่วางแผนใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ ไม่เคยประมาทและระมัดระวังในการใช้ชีวิต รู้จักฉกฉวยโอกาส และเป็นนักธุรกิจที่ดี แต่บางครั้งชอบซ้ำเติม และไม่ค่อยให้อภัยใครง่ายๆ

เจ้าของปราสาท คุณเป็นคนใจดีมีเมตตา และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แต่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเองเท่าไรนัก จนบางครั้งก็ถูกทำร้าย เพราะความอ่อนไหวของตัวเอง

งู คุณเป็นคนขี้ระแวง ไม่ค่อยไว้ใจใครง่ายๆ จะทำอะไรล้วนแต่ต้องคิดหน้าคิดหลังอย่างรอบคอบ เก็บตัวและรักสันโดษ บางครั้งก็มองโลกในแง่ร้าย ไม่ยอมถูกชักจูงโดยง่าย ดื้อเงียบ

Saturday, May 13, 2006



การสร้างชีวิตที่เปี่ยมสุขในครอบครัว
เป็นหน้าที่ของใคร ?


เดือนนี้ ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานวาลีมะห์ ถี่มากเป็นพิเศษ ผมจึงเขียนบทความนี้ เป็นพิเศษให้กับพี่และน้องของเรา . ทั้งที่มีครอบครัวแล้ว และยังไม่มี หวังว่าคงมีสาระ และคงสามารถนำครอบครัวของเรา ให้เป็นครอบครัวแห่งรัก, ครอบครัวแห่งความสมัครสมานสามัคคี ร่วมเกี่ยวดอง และร่วมสร้างสรรค์ชีวิตครอบครัวที่เปี่ยมสุขอย่างยั่งยืนยาวนานตลอดไป.

************

โดยพลันที่การอีญาบและกอบูลสิ้นสุดลงโดยถูกต้องและสมบูรณ์ ก็ได้ก่อให้เกิดครอบครัวใหม่ระหว่างเขาและเธอขึ้นแล้ว จากเขาทั้งสองอีกไม่นานก็จะเป็นสามเป็นสี่ หรืออาจจะเกินกว่านี้. จากชีวิตของชายและหญิงโสดก็จะเข้าสู่สถานภาพใหม่ และไม่นานก็จะถูกเรียกว่า "Bapa" และ "Mama" , "Ayah" และ "Ibu" (หรืออื่นๆ ตามสะดวก) หรือหากชีวิตยืนยาวต่อไป ก็อาจจะถูกเรียกว่า "Dato' " หรือ "Nenek" ต่อไปในโอกาสข้างหน้า

ชีวิตแต่งงานในช่วงแรกๆ เป็นชีวิตที่สุขล้น เกินกว่าที่จะหาถ้อยคำใด ๆ มาพรรณนาได้ แต่สิ่งที่เป็นคำถามก็คือว่า ทำอย่างไรให้ความสุขที่ว่านั้น มั่นคง ยั่งยืน ตลอดไป ? ทำอย่างไรให้ความเข้าใจที่มีต่อกันและกันในช่วงเริ่มต้นนี้ จะเป็นความเข้าใจต่อกันตลอดไป ?


แท้จริงแล้วสำหรับมุสลิม ก่อนที่จะตัดสินใจร่วมชีวิตคู่ เพื่อร่วมก่อร่างสร้างครอบครัวใหม่ จะต้องเริ่มต้นด้วยเนียต (เจตนา) ที่ถูกต้อง ทุกคนจะต้องตระหนักในเป้าหมายของการแต่งงาน นั้นคือการรักษาเกียรติยศแห่งศาสนา และศีลธรรมของชีวิต เพราะเหตุนี้ ก่อนตัดสินใจร่วมชีวิตคู่ อิสลามจึงแนะนำให้เราเลือกว่าที่สามี/ภรรยา ที่มีอีมาน เพราะสิ่งนี้จะเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดในการก่อเกิดแห่ง "ครอบครัวสุขสันติ์"

เมื่อมีอีมาน ปัญหาชีวิตถึงจะหนักหนาเพียงใด ก็จะเป็นเรื่องเล็กน้อย ชีวิตครอบครัวจะอยู่ด้วยความสงบสุข,มีความอดทน,ถ้อยทีถ้อยอาศัยต่อกัน ความสุขที่แท้จริงเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ภายใต้การอามัลที่จริงใจ,จริงจัง และเต็มเปี่ยมด้วยความภักดีมั่นต่อองค์พระผู้อภิบาล ทั้งเขาและเธอมีความเพียรและพยายามอย่างที่สุดเพื่อร่วมกันก้าวเดินไปสู่ทางแห่งมัรฎอติลลาห์

นอกจากหลักการพื้นฐานเบื้องต้นดังที่ได้กล่าวมา ข้อแนะนำต่อไปนี้ จะมีส่วนอยู่ไม่น้อยสำหรับการสร้างครอบครัวในอุดมคติ

1. การสร้างครอบครัวแห่งการเรียนรู้

"จงอ่านเถิด ด้วยพระนามของอัลเลาะห์ ที่เป็นผู้สร้าง, ได้สร้างมนุษย์จากก้อนเลือด. จงอ่านเถิดเพราะพระเจ้านั้นเป็นผู้ที่สูงส่ง ….."
(ดู QS. อัลอาลัก : 1 - 5)

มุสลิมมิอาจจะนิ่งเฉยต่อการศึกษาและการเรียนรู้ได้ สิ่งนี้จะต้องเริ่มโดยทันทีที่สามารถทำได้ การศึกษาและเรียนรู้จะต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่อง. นอกจากผู้เป็นพ่อและแม่จะต้องปูพื้นฐานการเรียนรู้ให้กับลูกแล้ว พ่อกับแม่เองก็ต้องเป็นผู้ที่รักในการศึกษาและเรียนรู้ด้วย โดยต้องศึกษาและเรียนรู้ในวิชาการทุกๆ ด้าน ทั้งทางโลกและทางธรรม เมื่อครอบครัวใดสามารถซึมซับในความรู้ทั้ง 2 ด้านแล้ว ก็จะเป็นคนที่มีความคิดที่ดี ความคิดที่สามารถสร้างสรรค์และจรรโลงชีวิตอย่างสันติสุขได้

2. สร้างบรรยากาศแห่งรักในครอบครัว

จากนุอมาน บิน บาซีร (ร.อ.) กล่าวว่า ท่านศาสดา (ซ.ล.) ได้มีวจนะตอนหนึ่งความว่า "เปรียบประดุจมุมีนีน ในเรื่องของความรัก,ความเอื้ออาทร,ความห่วงใย ต่อกันนั้น เสมือนหนึ่งเรือนร่างเดียวกัน ถ้าส่วนใดของร่างกายเกิดเจ็บปวดขึ้นมา แน่นอนที่สุดว่า ส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ก็จะเจ็บปวดตามไปด้วย …… " มุตตาฟากุนอาลัยฮิ์

ความรัก สามารถเกิดขึ้นได้จากการแสดงออกต่าง ๆ เช่นการให้ความใส่ใจ,ความเสียสละ,ความเอื้ออาทร,ความอิคลาส (บริสุทธิ์ใจ) และความเข้าอกเข้าใจในกันและกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะเกิดความสำนึกแห่งการต้องรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง, การให้เกียรติและให้ความสำคัญในกันและกัน.

ในเรื่องของความรัก เราสามารถศึกษาได้จากบุคลิกภาพของท่านศาสดา ซึ่งท่านได้ให้ความสำคัญอย่างมากกับเรื่องนี้ เราสามารถรู้ได้จากการดำเนินชีวิตในครอบครัวของท่าน อย่างเช่นท่านชอบเรียกชื่อของท่านหญิงอาอีซะห์ ในชื่อที่เพราะพริ้ง เช่น "โอ้ฮูมัยรอห์" และบ่อยครั้งที่ท่านศาสดาได้พบกับหลาน (ฮาซัน,ฮูเซ็น) แล้วท่านก็จะเข้าไปโอบกอด และแสดงออกถึงความรักอย่างเต็มเปี่ยม. (ยังมีต่อ – ถ้ามีโอกาสเขียน)

Thursday, May 11, 2006



แบบทดสอบสำหรับคุณผู้หญิง

แบบทดสอบนี้สำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ (ผู้ชายอ่านได้) แบบทดสอบนี้จะวัดได้ว่าคุณขาดเสน่ห์หรือบกพร่องตรงไหนหรือไม่

โดยขอให้คุณ อ่านคำถามและเลือกคำตอบที่ตรงกับคุณมากที่สุดว่า "ใช่" หรือ "ไม่ใช่" จากนั้นขอให้เดินตามคำตอบที่เลือก จนกระทั่งได้ผลลัพธ์ในตอนท้ายเพื่อนำไปเทียบกับคำเฉลย

1. คุณถ่ายรูปขึ้นหรือเปล่า? * ใช่ (ไปข้อ 2) * ไม่ใช่ (ไปข้อ 3)
2. เคยมีคนพูดว่า "งานไหนขาดคุณ งานนั้นกร่อย บางหรือไม่"? * ใช่ (ไปข้อ 3) * ไม่ใช่ (ไปข้อ 6)
3. คุณยกมือบ้ายบายแฟนก่อนแยกกลับบ้านหรือเปล่า? * ใช่ (ไปข้อ 4) * ไม่ใช่ (ไปข้อ 8)
4. เวลาเดินเคียงไปกับชายที่ถูกใจ รู้สึกอยากจะควงแขนหรือจับมือเขา * ใช่ (ไปข้อ 13) * ไม่ใช่ (ไปข้อ 12)
5. ใส่ใจต่อท่าไขว่ห้างของตัวเอง * ใช่ (ไปข้อ 6) * ไม่ใช่ (ไปข้อ 9)
6. แม้ถูกชวนไปนั่งกินข้าวร้านซ่อมซ่อริมข้างทาง คุณก็ไม่รังเกียจ * ใช่ (ไปข้อ 7) * ไม่ใช่ (ไปข้อ 14)
7. ถ้ามีคนชมว่าคุณร้องเพลงเพราะ คุณจะกล้าร้องต่ออีกเพลงทันที * ใช่ (ไปข้อ 3) * ไม่ใช่ (ไปข้อ 8)
8. คุณมักจะมองหน้าของฝ่ายตรงข้ามเวลาทำความเคารพด้วย * ใช่ (ไปข้อ 4) * ไม่ใช่ (ไปข้อ 17)
9. สระผมเป็นประจำทุกเช้าไม่เคยขาด * ใช่ (ไปข้อ 14) * ไม่ใช่ (ไปข้อ 11)
10. จะต้องกดชักโครกห้องน้ำที่มีคนใช้ก่อนหน้าคุณทุกครั้ง * ใช่ (ไปข้อ15) * ไม่ใช่ (ไปข้อ 17)
11. เวลาหยิบนิตยสารขึ้นมาอ่าน จะไม่พลาดอ่านหน้าพยากรณ์โชคชะตาราศี * ใช่ (ไปข้อ10) * ไม่ใช่ (ไปข้อ 15)
12. ถ้าไม่ทำความสะอาดห้องให้เรียบร้อย จะรู้สึกไม่สบายใจ * ใช่ (ไปข้อ 21) * ไม่ใช่ (ไปข้อ 13)
13. สามารถทำอาหาร ทำความสะอาด ซักเสื้อผ้าได้อย่างสบาย * ใช่ (ไปข้อ 23) * ไม่ใช่ (ไปข้อ 22)
14. คิดว่าโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นผู้หญิง * ใช่ (ไปข้อ 10) * ไม่ใช่ (ไปข้อ 11)
15. พรมน้ำหอมเวลาออกไปข้างนอกเสมอ * ใช่ (ไปข้อ 19) * ไม่ใช่ (ไปข้อ 16)
16. วางตุ๊กตาหรือหมอนน่ารักๆไว้เต็มห้อง * ใช่ (ไปข้อ 18) * ไม่ใช่ (ไปข้อ 19)
17. เคยถูกผู้ชายที่ไม่ชอบตามตื้อ * ใช่ (ไปข้อ 12) * ไม่ใช่ (ไปข้อ 16)
18. เป็นคนไม่ชอบยอมแพ้คน ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม * ใช่ (ดูเฉลย ข้อ 2) * ไม่ใช่ (ไปข้อ 20)
19. มั่นใจในรูปร่างของตนเองเวลาไม่ใส่เสื้อผ้า * ใช่ (ไปข้อ 18)* ไม่ใช่ (ไปข้อ 20)
20. มักชมเสื้อผ้าหรือกระเป๋าของเพื่อนผู้หญิงบ่อยๆ * ใช่ (ดูเฉลย ข้อ 3) * ไม่ใช่ (ดูเฉลย ข้อ 4)
21. คุณคิดว่ารอบตัวคุณมีคนที่นิสัยไม่ดีปะปนอยู่ด้วย * ใช่ (ไปข้อ 18) * ไม่ใช่ (ไปข้อ 22)
22. ถ้าช่วงเช้าคุณเจอเรื่องไม่สบอารมณ์ จะอารมณ์ค้างไปจนถึงตอนเย็น * ใช่ (ดูเฉลย ข้อ 2) * ไม่ใช่ (ดูเฉลยข้อ 1)
23. ถ้ามีใครบอกถึงเคล็ดลับที่จะทำให้สวยงาม คุณจะไม่รั้งรอที่จะปฏิบัติตามทันที * ใช่ (ดูเฉลย ข้อ 1) * ไม่ใช่ (ดูเฉลย ข้อ 2)

คำเฉลย
1. ระดับความน่ารักของคุณ 100%เสน่ห์แบบหญิงสาว คุณนั้นเปรียบเสมือนนางเอกผู้อุทิศตัวและเสียสละสิ่งไหนที่คนทั่วไปคิดว่าเบื่อหน่ายแต่คุณจะทุ่มเททั้งพลังใจและพลังกายเพื่อลองทำมันละทิ้งความตั้งใจในการที่จะลองใหม่คราวหน้า เรียกว่ามีทั้งความร่าเริงสดใสและความเข้มแข็งในตัว ทำให้คนที่อยู่รอบข้างมีความสุข คุณยังมีอีกด้านที่เซ็กส์ซี่ซ่อนอยู่ในตัวด้วยบางครั้งบางคราวทำให้พวกผู้ชายตาค้างด้วยความคาดไม่ถึง นอกจากนี้คุณยังมีความหึงหวงซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจและนอกจากความน่ารักในตัว แล้วคุณยังมีความสามารถในการทำงานอีกด้วยแต่เนื่องจากเป็นคนที่ใส่ใจความรู้สึกของคนอื่นมากจนเกินไปทำให้คุณ เหนื่อยมาก ต้องหัดอย่าทำอะไรที่มันฝืนใจตนเองด้วย

2.ระดับความน่ารักของคุณ 80%เสน่ห์แบบเด็กสาว เรื่องที่คุณทำแม้จะมีผิดพลาดมาก แถมยังเป็นคนที่ใช้เครื่องไม้เครื่องมืออะไรไม่เก่งอีกด้วยแต่ความน่ารักของคุณอยู่ตรงที่การพยายามทำอะไรจริงจังและคุณเป็นคนที่อุทิศตนเพื่อคนที่รู้จักเรื่องใดๆที่ผู้หญิงทั่วไปตัดใจยอมแพ้แต่คุณยังพยายามทำต่อ คุณเป็นสาวสไตล์ ซื่อไร้เดียงสา บริสุทธิ์และมีความอดทนคล้ายนางเอกละครญี่ปุ่นยุคก่อนนั่นแหละ ชายหนุ่มใดที่อยู่ใกล้ คุณจะรู้สึกสงบและสบายใจเพียงแต่คุณมีความเป็นเด็กในตัวมากเกินไป ทำให้ขาดเสน่ห์แบบหญิงสาวที่เป็นผู้ใหญ่ชอบให้ผู้ชายเป็นที่พึ่งฝ่ายเดียวทำให้บางครั้งฝ่ายชายรู้สึกว่าคุณขาดอะไรบางอย่างไป ข้อเสียอีกข้อหนึ่งของคุณคือเป็นฝ่ายปรับตัวเข้าหาฝ่ายตรงข้ามอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่หัดมีความคิดของตัว เองซะบ้าง เสน่ห์ของคุณจะขาดไปอย่างน่าเสียดาย

3. ระดับความน่ารักของคุณ 60%เสน่ห์ที่แสร้งขึ้นคุณเป็นแบบที่หนุ่มๆอยากจะได้เป็นน้องสาวอยู่ด้วยแล้วมีทั้งความสนุกและความน่าเอ็นดูเพียงแต่ว่าในบางครั้งคุณเข้าใจความหมายของคำว่า "น่ารัก" ผิดไปสักหน่อย ลองถามตัวเองดูว่าคุณ เคยทำตัวออดอ้อน เอ๊าะแอ๊ะ ให้ดูน่ารักในสายตาฝ่ายตรงข้ามบ้างหรือไม่ วิธีการพูดจาของคุณถ้าลอง เทียบกับอายุจริงแล้วอาจพบว่าดูไม่สมอายุสักเท่าไหร่ บางคราวคุณเป็นฝ่ายตามตื้อผู้ชายมากเกินไปจนทำ ให้คุณดูน่าหดหู่ในสายตาของคนอื่น แต่กระนั้นก็ตามคุณยังเข้าใจผิดว่าสิ่งนั้นคือเสน่ห์ของคุณเองอีกที่คุณต้องแก้ไขอย่างรีบด่วนคือเลิกทำตัวน่ารักโดยฝืนธรรมชาติ คุณจะมีเสน่ห์ยิ่งกว่านี้ถ้าเป็นตัวของตัวเอง

4. ระดับความน่ารักของคุณ 40%เสน่ห์จากความรู้ คุณเป็นสาวมั่นที่ทรงความรู้และเก่งกาจในเรื่องการงานซึ่งเป็นเสน่ห์ประการหนึ่ง ของคุณซึ่งผู้หญิงหลายคนอยากเอาแบบอย่าง เพียงแต่ในสายตาของผู้ชายนั้น แม้เขาจะเห็นว่าคุณมีเสน่ห์แต่ไม่กล้าเข้าใกล้ มากเนื่องจากคุณมีความเป็นผู้ใหญ่จนเกินไปทำให้ผู้ชายไม่กล้าจีบ นอกจากนั้นยังเข้าใจผิด คิดว่าคุณนั้นเคร่งขรึม ไม่สดใส ซึ่งเป็นข้อเสียอย่างหนึ่งทำให้คุณไร้ชายเข้ามาใกล้ชิดหรือค่อยๆห่างคุณไป โดยไม่รู้ตัว คุณขาดความน่ารักแบบหญิงสาว ถ้าอยากจะปรับปรุงตัวไม่ให้ไร้คู่แล้วล่ะก็ต้องปลดภาระบนบ่าลงเสียบ้าง ยอมรับความเป็นตัวเองที่เป็นคุณ จะสามารถเพิ่มพูนเสน่ห์ของตนเองได้

Wednesday, May 10, 2006


ความรักเหมือนน้ำเปล่า


ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ถึงไม่มีรสชาติแต่ก็ขาดไม่ได้
ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้
ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า บางครั้งเราก็ต้องการมากแต่บางครั้งมันก็น่าเบื่อ
ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า มันทำให้เรารู้สึกสดชื่นและมีกำลังใจจะทำอะไรต่อ
ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า มันอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไรแต่มันมีอิทธิพลต่อชีวิตเรามาก
ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า น้อยไปก็กระหาย มากไปก็เอียน
ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ยิ่งห่างเหินมันนานเท่าไร ยิ่งกระหายมันมากเท่านั้น ใครจะ "ขัดขวาง" ความรัก คงจะไม่สำเร็จอย่างที่คิดใครจะ "ตัดใจ" จากความรัก คงจะทำไม่ได้เช่นกัน หรือใครที่คิดจะ "ลืม" ความรักล่ะก็ ไม่มีทาง เหมือนกับน้ำเปล่าคุณลืมน้ำเปล่าได้หรือ ?

และอย่าเข้าใจว่า ความรักคือน้ำหวาน หรือน้ำอัดลมซ่าๆ มันจะเป็นเพียงแค่น้ำเปล่าเท่านั้น ถ้ามันเป็นรักแท้ ต่อให้เป็นน้ำเปล่า ก็มีคุณประโยชน์เทียบเท่าน้ำหวาน หรือน้ำอัดลมถึงมันจะไร้น้ำตาลซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพลัง แต่น้ำเปล่า มันแทบไม่มีผลเสียเลย มันรักษาคุณค่าเอาไว้ได้ดีกว่าน้ำใดๆ น้ำเปล่า เจอกับเกลือ มันก็ละลายเกลือเหมือนกับรักแท้

คนที่รักคุณจริงๆ เมื่อคุณเจอกับความทุกข์เขาก็จะพยายามรับความทุกข์จากคุณไว้ให้มากที่สุดแล้ววันนี้คุณล่ะ ดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำหวานอยู่
ผู้หญิงกับประจำเดือน
หากพบว่าตนเองมีอาการอยู่ในกลุ่มใด ก็บำบัดให้ถูกต้องจะได้ไม่ต้องทรมานกันทุกๆ เดือน*
น่าสนใจมาก! ถ้าใคร มีแฟนควรจะ printไปให้แฟนศึกษาบ้างก็ดี เพื่อว่าคุณผู้ชายทั้งหลายจะได้เข้าใจผู้หญิงมากขึ้นแต่มีข้อแม้ว่าถ้ารู้จักกับอาการของมันแล้ว ก็ควรระงับอารมณ์ต่างๆ เหล่านี้เอาไว้บ้างเพราะยังไงๆ ก็ต้องรักษาสัมพันธภาพและชีวิตคู่ให้ยืนนานตลอดไป......

รู้ไว้ใช่ว่ากับอาการขณะมีรอบเดือน เมื่อใกล้มีรอบเดือน ผู้หญิง 80% ทั่วโลกมักเกิดความไม่สบายทางร่างกายและจิตใจสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอาการป่วยชนิดหนึ่งที่เรียกว่า PMS หรือ Premenstrural Syndrome หลายคนต้องสูญเสียสัมพันธภาพกับคนรัก บางคนตัดสินใจด้านธุรกิจผิดพลาดไปในช่วงนี้

อาการไม่สบายขณะมีรอบเดือนพบได้หลากหลายกว่า 150 ชนิด แบ่งเป็น 5 กลุ่มใหญ่

1.เจ้าน้ำตา ลักษณะอาการ : หดหู่ ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ ตัดสินใจอะไรยากขึ้น สับสนและหลงลืมบ่อยๆ นอนไม่พอ เหนื่อยง่าย รู้สึกเหมือนไม่ได้พักผ่อน
วิธีบำบัด : ดูแลโภชนาการให้ดี บริโภคอาหารไขมันต่ำให้มาก เพราะเกลือและไขมันที่สูงจะไปเพิ่มระดับเอสโตรเจน ทำใหเกิดอาการเช่นนี้ หาเวลางีบเมื่อรู้สึกเหนื่อย ทำสมาธิหรือเล่นโยคะ
แร่ธาตุที่จำเป็นช่วงนี้ : สังกะสี จะช่วยลดอาการเศร้า หดหู่ได้

2.ขี้โมโห ลักษณะอาการ : หมดความอดกลั้นจนระเบิดอารมณ์บ่อย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แปรปรวนจนตามไม่ทัน วิตกกังวล กว่าปกติที่เคยเป็น หุนหัน ทำอะไรโดยไม่ยั้งคิดบ่อยๆ รู้สึกสูญเสียโดยไม่มีสาเหตุ

วิธีบำบัด : บริโภคอาหารมื้อเล็กๆ แต่บ่อยครั้งขึ้น อาการนี้เกิดขึ้นเพราะขาดน้ำตาลในเลือด ทำให้หงุดหงิดง่าย การออกกำลังเช่นเดินหรือปั่นจักรยานจะช่วยให้ร่างกายปล่อยเอ็นเดอร์ฟินทำให้อารมณ์ดีขึ้น ควรบริโภควิตามินบี6

3.ท้องอืด ลักษณะอาการ : รู้สึกว่าเต้านมบวมและนุ่มกว่าเดิม เหมือนเนื้อเหลว เช่นเดียวกับหน้าท้อง น้ำหนักขึ้น มือเท้าบวมจนสังเกตได้ มีอาการบวมน้ำตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

วิธีบำบัด : ลดการบริโภคเกลือลง ออกกำลังให้ได้สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 20 นาที เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและขับน้ำส่วนเกินและตึงขึ้น เช่นเดียวกับวิตามินบี 6 และน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส ที่ช่วยแก้ปัญหาหน้าอก นุ่มเหลวได้ หากมีอาการท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อย ควรงดกาแฟและแอลกอฮอล์ ก่อนมีรอบเดือนไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์

4.ไม่มีแรง ลักษณะอาการ : มีปัญหาเกี่ยวกับผิวช่วงที่มีรอบเดือน เช่น สิวฝ้า ปวดศรีษะ และหลัง ไม่มีแรง ใจสั่น อารมณ์อ่อนไหวง่าย ร่างกายเจ็บปวดบ่อยโดยไม่มี สาเหตุ ขาดความกระตือรือร้นทางเพศ

วิธีบำบัด : การที่ผิวมีปัญหา ร่างกายเจ็บปวดหรือเป็นตะคริว เกิดจากการ ผันแปรของฮอร์โมนเพศ ดังนั้นควรงดอาหารหวานจัด แอลกอฮอล์ บุหรี่ และ สารกระตุ้นทุกชนิด ควรเดินออกกำลังวันละ30นาที บริโภควิตามินเอ เพื่อช่วย รักษาสภาพผิว หรือ น้ำมันอีฟนิ่งพรีมโรส ซึ่งมีกรดแกมมาไลโนเลอิกที่ช่วย รักษาสมดุลฮอร์โมน

5.หิวบ่อยๆ ลักษณะอาการ : อยากอาหารหวานจัด เช่น เค้ก หรือช็อคโกแล็ต อาหารเค็ม เช่น พิซซา หรือพวกถั่วอบเกลือ รับประทาน มากกว่าปกติ มีอาการเวียนศีรษะบ่อย

วิธีบำบัด : เกิดจากการที่สารเซโรโทนินลดลงอย่างรวดเร็ว ในช่วงก่อนมีรอบเดือน ทำให้ต้องการคาร์โบไฮเดรตมากกว่าปกติ เพื่อให้ร่างกายใช้ของหวานไปเพิ่มสารนี้ ควรควบคุมโภชนาการให้ถูกต้องและหากิจกรรมอื่นทำบ้าง จะได้ไม่คิดถึงเรื่องกินตลอดเวลา หรือรับประทานผลไม้แทนบางคนอาจมีอาการมากกว่า 1 กลุ่ม ซึ่งไม่ถือว่าผิดปกตินัก

Tuesday, May 09, 2006

โรแมนติก



….and you know honey, my love for you is growing and growing in every single day….

ข้อความจากอีเมลสองบรรทัดข้างต้น ทำให้ฉันรู้สึกอิ่มเอิบใจสุดที่จะพรรณนาออกมาได้…

ชีวิตแต่งงานของฉันแม้ว่าเพิ่งจะผ่านพ้นไปได้เพียงแค่ 3 เดือน. สำหรับบางคู่อาจจะเห็นว่ายังไม่ได้เข้าใจอะไรในกันและกันเลย แต่สำหรับฉัน แม้ว่าเวลาเพิ่งจะผ่านพ้นไปเพียงแค่นี้ และการแต่งงานที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรักมาก่อนเลย แต่เราเนียตด้วยลิลลาห์ ตะอาลา เราเชื่อมั่นว่าชีวิตคู่ของเราจะไม่สั่นคลอนใดๆ

เพื่อนๆ ของเราบางคนได้แสดงความกังขากับการแต่งงานของเรา บางคนก็พูดว่าคงจะมีสิ่งใด ๆ ผิดปกติแน่ เพราะเป็นการแต่งงานที่เกิดขึ้นอย่างทันด่วน โดยที่เพื่อนๆ ของเราทั้งสองฝ่ายไม่ทราบมาก่อนเลย พวกเขาคิดว่าคนสองคนที่ไม่ได้ผูกสัมพันธ์กันมาก่อนเลย แล้วต้องมาแต่งงานจะเป็นไปได้อย่างไร หรือว่า….

ข้อกังขาของพวกเขาก็เป็นไปอย่างหลากหลาย และล้วนคิดไปในทางที่ไม่ดีทั้งนั้น บางคนก็มองถึงขั้นว่าฉันคงไปพลาดท่าเขาแล้วมั้ง จึงต้องมาแต่งงานอย่างรีบด่วนอย่างนี้

เราสองคนรู้จักกันมาแค่ 2 อาทิตย์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดความรู้สึกถึง "ความรัก" กับช่วงเวลาเพียงแค่นี้ แม้ว่าจะมีสำนวนฝรั่ง ที่กล่าวว่า "Love at the first sight" แต่ จะมีใครเล่าที่เชื่อว่า คำว่า "Love" ของเราสองคน ช่างสวยงาม และพริ้งเพราสกาวตายิ่งนัก เกินกว่าที่ฉันจะสรรหาถ้อยคำใด ๆ มาบอกกล่าวถึงความรู้สึกที่มีนี้ ใครไม่เชื่อก็พิสูจน์เอง

ความเป็น "แฟน" ของเราได้เริ่มต้นหลังจากที่ได้มีการอีญาบ กอบูล เสร็จสิ้นลงแล้ว อัลฮัมดูลิลลาห์ ความรู้สึกของเราที่มีต่อกันและกัน ทั้งความรู้สึกรัก หวงหา อาทร มีอย่างสุดล้นในทุกห้วงอณูของหัวใจ

ฉันรู้สึกประหลาดใจ ทำไม เพื่อนๆ ของฉันหลายคนที่นิยมใช้ชีวิตเป็นคู่ ไปไหนมาไหนด้วยกัน ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้นิกาห์ พฤติกรรมหลายอย่างที่เป็นไปอย่างฮารอม แต่เขาก็ยังทำได้ ไม่ละอายใจหรือขัดเขินเลยแม้ซักนิด ฉันคิดมาโดยตลอดว่าทำไม พวกเขาถึงไม่นิกาห์ เพื่อว่าทุกสิ่งที่ฮารอม จะได้เป็นฮาลาลเสียที ?

พวกเขาคงไม่รู้หรอกว่า การมีความรัก ความเสนหา และความสุขอย่างเต็มเปี่ยมนั้น จะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริงก็หลังจากที่ทุกอย่างได้เซาะห์ด้วยสายใยแห่งการนิกาห์ ที่ผูกมัดทางใจระหว่างเราสองคนแล้วเท่านั้น การเป็นแฟนกันที่ฮอตกันนักในหมู่เพื่อนฝูงเรา ใครจะไปห้ามกันเล่า หากว่าทุกอย่างได้ฮาลาลเสียแล้ว การเป็นแฟนกัน ที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และมีคุณค่าในกันและกัน ก็หลังจากที่ได้อีญาบและกอบูลแล้วเท่านั้น

พวกเขาคงไม่รู้ แต่บัดนี้ได้ประจักษ์แก่ชีวิตฉันแล้ว หลังจากการอีญาบและกอบูลของฉันและเขาสิ้นสุดลง และนั้นคือจุดเริ่มต้นการเป็นแฟนของเราสองคน

เคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง มีเหตุจำเป็นที่เราต้องห่างเหินกัน ซึ่งก็เพียงแค่คืนเดียว แต่เรารู้สึกเหมือนกับว่าต้องจากลาไปเป็นเดือนเลยทีเดียว เราโทรศัพท์คุยกัน และส่ง SMS ถึงกัน ตลอดเวลา เราสุดที่จะทนใจไหวกับการที่ต้องห่างเหินกันแม้เพียงแค่ชั่วระยะเวลาสั้นๆ

คงไม่มีชีวิตแต่งงานของใครหรอกที่ไม่มีเรื่องขัดแย้งกันเลย ชีวิตแต่งงานของฉันก็เหมือนกัน แต่ทุกครั้งที่เรามีเรื่องไม่ลงรอยกัน เราก็จะหันเข้าหาหลักการศาสนา เราศึกษารูปแบบการดำเนินชีวิตของท่านศาสดา แล้วทุกอย่างก็จะจบสิ้นลงด้วยดี ชีวิตเราก็จะหวานชื่นเช่นปกติ ไม่มีความรู้สึกตะขิดตะขวงใจใด ๆ ทั้งสิ้น. แต่สำหรับคู่ที่ยังไม่นิกาห์ หากมีเรื่องระหองระแหงใจใด ๆ บทสรุปสุดท้ายอาจจะต้องหมายถึงการเลิกลากัน ทั้ง ๆ ที่ทั้งเขาและเธอก็ได้มีพฤติกรรมเย้ยหยันต่อบทบัญญัติทางศาสนามานักต่อนักแล้ว พวกเขาได้ทำความผิดบาปมหันต์ พวกเขาได้ทำในสิ่งที่ อัลเลาะห์ทรงโกรธกริ้ว

"และเจ้าจงอย่าเข้าใกล้การซีนา แท้จริงแล้วการซีนานั้นเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียวจ และเป็นทางแห่งความชั่วช้า" (อัลอิสเราะอ : 32)

การนิกาห์ ถือเป็นพันธะสัญญาในกันและกันที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ที่หลอมรวมคนสองคนให้เป็นหนึ่งเดียวโดยอัลเลาะห์ และหากมีเรื่องขัดแย้งใด ๆ เราก็จะไม่ใช้อารมณ์เข้ามาตัดสิน แต่เราจะเข้าหาอัลเลาะห์ เราดูหลักการของพระองค์. การที่ต้องเลิกลากันก็คงจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายมากสำหรับคู่ที่ยังไม่มีการนิกาห์ แต่สำหรับคนที่นิกาห์กันแล้วเข่นฉัน (และก็คงจะเช่นเดียวกับคู่สามี-ภรรยา ท่านอื่น ๆ ) การนิกาห์ ถือเป็นเกราะกำบัง หรือเป็นกำแพงขวางกั้น ให้เราหลีกห่างจากการกระทำใด ๆ ที่เป็นที่โกรธกริ้วของอัลเลาะห์

เราเชื่อว่า ความรักที่เกิดขึ้นภายใต้การนิกาห์ เป็นความรักที่อยู่ภายใต้ร่มเงาแห่งทางนำจากอัลเลาะห์ อัลเลาะห์ทรงมีความรักและความเอื้ออาทรต่อเรา และอัลเลาะห์ได้ประทานความรักแก่เราให้มีในกันและกัน อินซาอัลเลาะห์ เราจะร่วมกันโอบอุ้มและดูแลความรักที่มีต่อกันและกันนี้ตลอดไป ความตายเท่านั้นที่จะพรากเราไป และเราก็ยังหวังว่าอาคีรัต ในสวงสวรรค์ของพระองค์เราคงจะได้ร่วมชีวิตกัน ณ ที่นั้นอีก … อามีน

Monday, May 08, 2006

รักเรา รักตลอดไป

รักเรา รักตลอดไป

วันวาเลนไทน์ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับอิสลาม และเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเลยที่มีพวกเราบางคนไปให้ความสำคัญกับวันนั้น

พูดถึงเรื่องของความรัก อิสลามได้สอนให้เรามีความรักต่อเพื่อนมนุษย์ทุก ๆ คน แต่ความรักในระหว่างเพศนั้น จำเป็นและจะต้องผ่านช่องทางที่ถูกต้องเท่านั้น หลักซารีอะห์ได้กำหนดเรื่องนี้ไว้แล้วอย่างชัดเจนรักเรา (มุสลิม) จะไม่มีการชักนำไปสู่ความชั่วร้าย หรือสนองกิเลศตัณหาใดๆ

ในอิสลามได้แบ่งความรักออกเป็น 3 ประเภท
1. ความรักของคอลิก (ผู้สร้าง-อัลเลาะห์) ต่อมัคลูก (ผู้ถูกสร้าง-มนุษย์)
2. ความรักของมนุษย์ต่ออัลเลาะห์ (มัคลูก-คอลิก)
3. ความรักของมนุษย์ที่มีต่อมนุษย์ด้วยกัน
มีหลายอายัตในอัลกุรอาน และมีหลายตอนในอัลฮาดิษ ที่กล่าวถึงเรื่องนี้ จากซูเราะห์อาลีอิมรอน อายะห์ที่ 103 อัลเลาะห์ได้กล่าว ความว่า “อัลเลาะห์ได้ผูกใจ (รวมเป็นหนึ่งด้วยนิอมัตแห่งอิสลาม) จนพวกเขาเหล่านั้น ด้วยนิอมัติ ของอัลเลาะห์เป็นมุสลิมที่เป็นเครือญาติกัน”

จากอายะห์นี้ (รวมทั้งอายะห์อื่นๆ ) เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่า อัลเลาะห์ต้องการให้ เหล่าชนผู้ศรัทธาทั้งหลาย มีความรักและความปรองดองกัน ประหนึ่งเป็นพี่น้องกัน และทรงโกรธกริ้วต่อพฤติกรรมใด ๆ ที่สร้างแตกแยกและความชิงชังกันความรักที่เกิดขึ้นระหว่างมนุษย์ด้วยกัน มักจะไม่ยั่งยืน และขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และสภาพแวดล้อมรอบข้าง

แต่ความรักของมุอมินต่ออัลเลาะห์ ทั้งด้วยอีมาน ด้วยความตักวา และด้วยความรักของอัลเลาะห์ต่อบ่าวของพระองค์ นั้น มั่นคงตลอดไป
จากความหมายของอัลกุรอานตอนหนึ่ง “จงกล่าวเถิด (โอ้มูฮัมหมัด) ถ้าเจ้ารักอัลเลาะห์อย่างแท้จริง ก็จงตามเรา แน่นอนที่สุดว่า อัลเลาะห์รักพวกเจ้า และทรงให้อภัยโทษ จากความผิดบาปของเจ้า และ (จงจำไว้) อัลเลาะห์นั้น ทรงยิ่งในการให้อภัย และทรงยิ่งในการรอบรู้” (อาลีอิมรอน : 31)

คุณค่าของความรักนั้นสูงมาก อาบีฮูรัยเราะห์ กล่าวว่า ท่านรูซูลุลเลาะห์ ได้กล่าวว่า “ด้วยพระนามของอัลเลาะห์ ที่ชีวิตและจิตในฉันอยู่ในมือของพระองค์ พวกเจ้าจะไม่ได้ลิ้มรสของสวรรค์ เว้นเสียด้วยความศรัทธาและจะไม่มีความศรัทธานอกเสียจาก จะมีความรักต่อเพื่อนมนุษย์” ท่านรอซูลได้กล่าวอีกว่า “เจ้าชอบใหม่ถ้าฉันจะบอกวิธีการที่เมื่อใครปฏิบัติแล้ว จะสร้างความรักกัน? สิ่งนั้นก็คือ เจ้าจงนำสลามฝากให้กับผู้คนในหมู่พวกเจ้า”

สำหรับมุสลิมมีหลายวิธีการในการสร้างความรักและความปรองดองในระหว่างกัน เช่นการไปเยี่ยมเยียน (ซียาเราะห์) การฝากสลามและละเว้น จากการกระทำใด ๆ ที่จะกระทบความรู้สึกต่อกันและหากเราต้องการให้การพูดถึงความรักของเราให้ดูพิเศษมากขึ้น เราก็อาจจะหาช่วงตอนสำคัญ ๆ สำหรับชีวิต เช่นในวันที่สำเร็จการศึกษา วันที่ได้รับรางวัลสำคัญใด ๆ สำหรับชีวิต วันครบรอบปีของการแต่งงาน ฯลฯ ด้วยการจัดให้ จัดเลี้ยง หรือเยี่ยมเยียน

แต่อย่างไรก็ตาม มุสลิมไม่อาจจะตามรูปแบบการแสดงถึงความรัก ดังเช่นที่สังคมอื่นเป็นอยู่ เช่น การแสดงออกถึงความรักในวันวาเลนไทน์ ซึ่งนอกจากจะผิดหลักการแล้ว ความรักที่ถูกจำกัดเฉพาะเวลา เฉพาะโอกาส เฉพาะสถานที่ นั้น ไม่ได้ให้อะไรกับมนุษย์เลย

14 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่ ชาวตะวันตกกำหนดเป็นวันแห่งความรัก ซึ่งมีส่วนเชื่อมโยงกับเรื่องของนักบุญที่ชื่อว่า วาเลนไทน์ หรือวาเลนติโน ซึ่งถูกกษัตริย์ Cloudius 2 จับขังคุกจนเสียชีวิต เพราะละเมิดคำสั่ง ชาวคริสต์ จึงกำหนดให้วันนี้เป็นวันแห่งความรัก เพื่อเป็นการระลึกถึงนักบุญคนดังกล่าว
ในอิสลามไม่จำกัด เป็นการเฉพาะว่า ความรักจะเกิด จะมี หรือจะแสดงได้เฉพาะในวัน ใด ๆ แต่อิสลามให้เรามีความรัก ต่อเพื่อนมนุษย์ทุกคน ในทุกช่วงเวลา และความรักในอิสสลามจะต้องไม่นำไปสู่พฤติกรรมล่อแหลมในทางเพศ หรือความเสื่อมเสียทางศีลธรรมใด ๆ

เพราะนั้นไม่ใช่ความรักหากแต่เป็นเรื่อง มุงกัร เป็นเรื่องน่ารังเกียจ น่าละอายอย่างยิ่งเราต้องไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของความคิดแบบตะวันตก ที่มุ่งแต่กอบโกยความสุขเหนือศีลธรรมและจรรยาการนักพบปะ มอบดอกไม้ และออกไปไหนต่อไหนกันสองคน เหมือนดังที่เกิดขึ้นนี้ จะเป็นส่วนชักนำให้เกิดพฤติกรรมอื่นๆ ตามมา ซึ่งก็จะนำความเสื่อมเสีย และความตกต่ำทางศีลธรรมจนยากจะแก้ไขได้

เราจะต้องกลับหาค่านิยมในแบบอิสลามที่แท้จริง เพราะความรักในอิสลาม นั้น ยั่งยืนและยาวนาน ตลอดเวลา ไม่จำกัดเฉพาะวันใด หรือช่วงเวลาใด เวลาหนึ่ง

Saturday, April 29, 2006

เวลาและสิ่งสำคัญของชีวิต

ชายหนุ่มคนหนึ่งได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยเอกชน เพื่อให้เป็นวิทยากรพิเศษสอนวิชาปรัชญาให้กับนักศึกษาปริญญาโท
เขาเตรียมการสอนอยู่หลายวัน จึงตัดสินใจจะสอนนักศึกษาเหล่านั้นด้วยแบบฝึดหัดง่าย ๆ แต่แฝงไว้ด้วยข้อคิด

เขาเดินเข้าห้องเรียนมาพร้อมด้วยของสองสามอย่างบรรจุอยู่ในกระเป๋าคู่ใจ เมื่อได้เวลาเรียน เขาหยิบเหยือกแก้วขนาดใหญ่ขึ้นมา แล้วใส่ลูกเทนนิสลงไปจนเต็ม
"พวกคุณคิดว่าเหยือกเต็มหรือยัง" เขาหันไปถามนักศึกษาปริญญาโท


แต่ละคนมีสีหน้าตาครุ่นคิดว่าอาจารย์หนุ่มคนนี้จะมาไม้ไหนก่อนจะตอบพร้อมกัน.. "เต็มแล้ว..."

เขายิ้มไม่พูดอะไรต่อหันไปเปิดกระเป๋าเอกสารคู่ใจ หยิบกระป๋องใส่กรวดออกมา แล้วเทกรวดเม็ดเล็ก ๆ จำนวนมากลงไปในเหยือกพร้อมกับเขย่าเหยือกเบา ๆ
กรวดเลื่อนไหลลงไปอยู่ระหว่างลูกเทนนิส อัดจนแน่นเหยือก เขาหันไปถามนักศึกษาอีก "เหยือกเต็มหรือยัง"

นักศึกษามองดูอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันมาตอบ "เต็มแล้ว..."

เขายังยิ้มเช่นเดิม หันไปเปิดกระเป๋าหยิบเอาถุงทรายใบย่อมขึ้นมา เททรายจำนวนไม่น้อยใส่ลงไปในเหยือก เม็ดทรายไหลลงไปตามช่องว่างระหว่างกรวดกับลูกเทนนิสได้อย่างง่ายดาย เขาเทจนทรายหมดถุง เขย่าเหยือกจนเม็ดทรายอัดแน่นจนแทบล้นเหยือก

เขาหันไปถามนักศึกษาอีกครั้ง "เหยือกเต็มหรือยัง"

เพื่อป้องกันการหน้าแตกนักศึกษาปริญญาโทเหล่านั้นหันมามองหน้ากัน ปรึกษากันอยู่นานหลายคนเดินก้าวเข้ามาก้ม ๆ เงย ๆ มองเหยือกตรงหน้าอาจารย์หนุ่มอยู่หลายครั้ง มีการปรึกษาหารือกันเสียงดังไปทั้งห้องเรียน จวบจนเวลาผ่านไปเกือบห้านาที หัวหน้ากลุ่มนักศึกษาจึงเป็นตัวแทน เดินเข้ามาตอบอย่างหนักแน่น
"คราวนี้เต็มแน่นอนครับอาจารย์"


"แน่ใจนะ"

"แน่ซะยิ่งกว่าแน่อีกครับ"

คราวนี้เขาหยิบน้ำอัดลมสองกระป๋องออกมาจากใต้โต๊ะแล้วเทใส่เหยือกโดยไม่รีรอ ไม่นานน้ำอัดลมก็ซึมผ่านทรายลงไปจนหมด

ทั้งชั้นเรียนหัวเราะฮือฮากันยกใหญ่

เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี "ไหนพวกคุณบอกว่าเหยือกเต็มแน่ ๆ ไง" เขาพูดพลางยกเหยือกขึ้น

"ผมอยากให้พวกคุณจำบทเรียนวันนี้ไว้ เหยือกใบนี้ก็เหมือนชีวิตคนเรา ลูกเทนนิสเปรียบเหมือนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต เช่น ครอบครัว คู่ชีวิต การเรียน สุขภาพ ลูก และเพื่อน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่คุณต้องสนใจจริง สูญเสียไปไม่ได้...."

"เม็ดกรวดเหมือนสิ่งสำคัญรองลงมา เช่น งาน บ้าน รถยนต์ ทรายก็คือเรื่องอื่น ๆ ที่เหลือเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราจำเป็นต้องทำ แต่เรามักจะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้.... เหยือกนี้เปรียบกับชีวิตของคุณ ถ้าคุณใส่ทรายลงไปก่อน คุณจะมัวหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเล็ก ๆน้อย ๆอยู่ตลอดเวลา ชีวิตเต็มแล้ว...เต็มจนไม่มีที่เหลือให้ใส่กรวด ไม่มีที่เหลือใส่ให้ลูกเทนนิสแน่นอน..."

"ชีวิตของคนเราทุกคน..ถ้าเราใช้เวลาและปล่อยให้เวลาหมดไปกับเรื่องเล็ก ๆ น้อยๆ เราจะไม่มีที่ว่างในชีวิตไว้สำหรับเรื่องสำคัญกว่า...
เพราะฉะนั้นในแต่ละวันของชีวิต เราต้องให้ความสนใจกับเรื่องที่ทำให้ตัวเราและครอบครัวมีความสุข ใช้ชีวิตเล่นกับลูก ๆ หาเวลาไปตรวจร่างกาย
พาคู่ชีวิตกับลูกไปพักผ่อนในวันหยุด พากันออกกำลังกายเล่นกีฬาร่วมกันสักชั่วโมงสองชั่วโมง เพื่อสุขภาพและความสัมพันธ์ที่ดีในชีวิต

เราต้องดูแลเรื่องที่สำคัญที่สุดจริง ๆ ดูแลลูกเทนนิสของเราก่อนเรื่องอื่นทั้งหมด..."

"หลังจากนั้นถ้ามีเวลาเหลือเราจึงเอามาสนใจกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัวเรา..."

นักศึกษาคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม "แล้วน้ำที่อาจารย์เทใส่ลงไปล่ะครับ หมายถึงอะไร"

เขายิ้มพร้อมกับบอกว่า "การที่ใส่น้ำลงไปเพราะอยากให้เห็นว่า ไม่ว่าชีวิตของเราจะวุ่นวายสับสนเพียงใด ในความสับสนและวุ่นวายเหล่านั้น
คุณยังมีที่ว่างสำหรับการแบ่งปันน้ำใจให้กันเสมอ...."
มะเร็งปากมดลูก

สิ่งที่ข้าพเจ้าอยากจะบอก และไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครอีก

หากใครมีพี่ น้อง ที่เป็นผู้หญิง ก็บอกได้. มะเร็งปากมดลูกไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ แต่เกิดได้จากการใช้ทิชชูในเวลาทำ กิจวัตร จะเกิดจากเป็นเชื้อราเล็กๆ และขยายวงกว้างจนกลายเป็นมะเร็งร้าย

ตอนนี้มีคนเป็นกันมาก แต่ไม่ต้องกังวลหากตรวจพบตั้งแตเริ่มต้น สามารถรักษาหายได้แน่นอน

สาเหตุส่วนหนึ่งก็มาจากทิชชู ทิชชูมีสารเคมีตัวฉกาจที่เมื่อใช้เป็นเวลานานติดต่อกันจะทำให้เกิดเชื้อราในช่องคลอดได้

หมอแนะนำว่าหลังจากเสร็จกิจในห้องน้ำ ให้ใช้ทิชชูซับแทนการเช็ดและต้องซับครั้ง เดียว ไม่เกิน 10วินาที เป็นการหลีกเลี่ยงการเกิดเชื้อราได้ 50 %

Thursday, April 27, 2006



เธอผู้ภักดี

ในท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ ในบ้านนั้น เต็มไปด้วยความโศกสลด เมื่อผู้เป็นสามีของบ้านได้กลับสู่เราะห์มัตของอัลเลาะห์ตะอาลา. ในบรรดาผู้คนที่มากหน้าหลายตาที่ได้มาเยียมเยียน ก็มีเธอผู้นั้น ผู้เป็นภรรยาของผู้ล่วงลับ กับชุดแต่งกายสะอาดสะอ้าน และดูเรียบร้อยมาก ในท่าทีที่สงบเสงี่ยมแต่สายตาก็ฉายแววแห่งความเศร้ารันทดอยู่ไม่น้อย.

ในขณะที่การห่อศพด้วยผ้าขาว กำลังจะเสร็จสิ้น คงเหลือแต่เพียงใบหน้า เธอก็ได้เข้าใกล้ศพและก้มลงจูบหน้าผากสามีผู้กำลังจะไปในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้ว เธอบอกกับสามี ด้วยถ้อยคำบางอย่างที่ฉันไม่อาจจะได้ยินได้.

และแล้วร่างของสามีเธอก็ถูกเคลื่อนย้ายไปฝังในกูโบร์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเธอนัก เธอก็ตามหลังไปและรออยู่จนกระทั้งฝังเสร็จสิ้น และในช่วงเวลานั้นทั้งญาติพี่น้อง และเพื่อนๆ ก็ได้มาหาเธอ ให้สลามกับเธอ พร้อมกับแสดงความเสียใจกับความพลัดพรากที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่น่าสังเกตก็คือภายหลังการฝังศพเสร็จสิ้นลงแล้ว เธอสามารถทำตัวให้เป็นปกติได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง เธอตอบขอบคุณต่อทุกคนที่ได้มาเยี่ยมเยียน ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

ฉันได้เข้าไปใกล้เธอ และพูดว่า “ก๊ะ บังเขาไปดีแล้ว ก๊ะซอบัรได้ดีมากเลย อัลเลาะห์คงจะตอบรับในสิ่งดีๆ ที่บังได้ทำไป” เธอแค่มองมาที่ฉัน โดยที่ไม่ได้ตอบอะไรใดๆ ทั้งสิ้น แต่เธอก็ยังคงยิ้มอย่างกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งก็ยิ่งเพิ่มความแปลกใจให้กับฉันมากขึ้นไปอีก.

ไม่มีใครดีใจกับการที่ต้องพลัดพราก ยิ่งคนที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันมานานนับสิบปี โดยเฉพาะครอบครัวของเธอ ผู้ชึ่งได้ชื่อว่าเป็นครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรัก เป็นครอบครัวที่เปี่ยมสุขอย่างยากที่จะหาครอบครัวใดมาเทียบเคียงได้กับสังคมยุคปัจจุบัน.

ไม่กี่วันหลังจากนั้น ฉันก็ได้ไปหาเธอผู้นั้นอีกครั้งหนึ่ง เธอก็ยังคงประกอบภารกิจปกติ เหมือนเมื่อตอนที่สามีเธอยังอยู่ “อัสสาลามูอาลัยกุม ก๊ะ กำลังยุ่งมากละซินะ “

เธอตอบว่า “วาอาลัยกุมุสลาม น้องมานั่งนี้ก่อน พี่ไม่ได้ยุ่งอะไรหรอกจ๊ะ”

ฉันสนใจเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตคน เพราะถือว่าคนทุกคน กว่าจะผ่านชีวิตมาถึงวันนี้ได้ ก็ได้สั่งสมความรู้และประสบการณ์ต่างๆ มากมาย ความรู้ที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยชีวิต ย่อมจะต้องมีค่ามากมาย มากกว่าความรู้จากสถาบันการศึกษาใดๆ ในโลกนี้

ฉันไม่รีรอใดๆ ที่จะสอบถาม ถึงความรู้สึกค้างคาใจ “ทำไมดูก๊ะ ไม่มีความเศร้าโศกเสียใจนัก กับการจากไปของบัง ทั้งๆ ที่ใครต่างก็รู้กันว่า ครอบครัวของก๊ะเป็นครอบครัวที่รักใคร่กันมาก สามารถเป็นตัวอย่างสำหรับครอบครัวอื่นๆ ได้เป็นอย่างดีเลย”

เธอตอบว่า “ทำไมน้องต้องถามอย่างนั้นด้วย พี่ก็คือมนุษย์ปุถุชนธรรมดาๆ คนหนึ่ง ทำไมพี่จะไม่เจ็บปวดล่ะ กับการจากลา ที่หมายถึงทั้งชีวิตเช่นนี้”

แล้วเธอก็เงียบเสียงลง ฉันพยายามหาคำพูดที่ฟังดูแล้วปกติที่สุด เพราะกลัวว่าจะกระทบต่อความรู้สึกของเธอ ฉันถามเธอว่า “ดูๆ แล้ว ก๊ะปรับตัวได้ดีมากเลย ก๊ะสามารถยิ้มและพูดคุยกับทุกคนได้เหมือนปกติ แม้แต่ในช่วงที่......กูโบร์ ก๊ะก็ยิ้มได้ ไม่มีใครเห็นน้ำตาของก๊ะเลย”

เธอมองมาที่ฉัน และตอบคำถามอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “ความเศร้าโศกเสียใจของคนๆ หนึ่ง ต้องหมายถึงแค่การหลั่งน้ำตาเท่านั้นหรือ ? ฉันไช้ชีวิตร่วมกับบังมานับสิบปี ในฐานะลูกผู้หญิง ตอนนี้ฉันได้สูญเสียผู้ชายอันเป็นที่รักยิ่งของฉันแล้ว และในฐานะภรรยาที่ต้องเคารพภักดีต่อสามี ซึ่งเขาต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ”

เธอกล่าวขยายความเพิ่มว่า “ความเจ็บปวดไม่จำเป็นต้องหลั่งน้ำตาเสมอไป เราอาจจะยิ้ม หรือหัวเราะไปก็ได้ ในฐานะลูกผู้หญิงฉันเศร้าและเสียใจมาก แต่ในฐานะภรรยา ฉันรู้สึกมีความสุขกับสิ่งที่เป็นไป บังเป็นผู้ชายที่ดีมาก เขาในฐานะสามีของฉัน นอกจากจะยกย่องฉัน ให้เกียรติฉันแล้ว เขายังแนะนำฉัน ตักเตือนฉัน บังเป็นผู้นำครอบครัว และเป็นสามีที่ประเสริฐที่สุด บังได้สอนฉันในหลายๆ เรื่อง. เขาหมั่นบอกรักฉัน บอกถึงความห่วงใยในตัวฉันทุกๆ วัน แม้แต่บางวันที่เราทะเลาะกัน บังก็ยังมีใจบอกรักฉัน หรือแม้แต่บางครั้งที่เราโกรธกันถึงขั้นไม่ยอมพูดจาใดๆ แต่คำว่ารักจากเขา ก็มีมาถึงฉันอย่างไม่ห่างหาย บางทีเขาก็เขียนข้อความเช่นนั้น ใส่ในกระเป่าเสื้อของฉัน”

เธอบอกอีกว่า “พี่ถามบังว่าทำไมต้องทำอย่างนั้น บังก็ตอบว่า ‘ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร และไม่ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นเช่นใด บังรักเธอ และห่วงใยเธอเสมอ’ บังจะทำทุกอย่างเพื่อแสดงให้เห็นถึงความรักที่มีต่อฉัน คำพูดของบังยังคงติดตรึงใจฉันจนถึงทุกวันนี้ และตลอดไป น้องลองคิดดูซิ มีผู้หญิงที่ไหนบ้าง ที่จะไม่เจ็บปวดกับการที่ต้องจากลาจากผู้ชายที่สุดรัก และสุดห่วง ต่อฉัน แต่ว่า...” เธอเงียบเสียงลง

“แต่ว่าอะไรหรือก๊ะ” ฉันถามเธอในทันทีทันใด เพราะอยากรู้จริงๆ

เธอก็ตอบในทันทีว่า “แต่ในฐานะของภรรยา ฉันไม่สามารถที่จะร้องให้ได้”

ฉันถามต่อว่า “แล้วทำไมล่ะ ?”

“ในฐานะของภรรยาพี่ไม่อยากเห็นบังเขาไปโดยที่ฉันต้องร้องให้ ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา บังเขาไม่ได้เป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งของฉันเท่านั้น หากแต่เขาคือสามีฉัน เขาคือครู เขาคือผู้นำ เขาคือมูรอบบี อันไม่อาจจะหาได้ที่ไหนอีกแล้ว เขาไม่ห้ามหรอกหากว่าฉันจะเสียใจ แต่เขาย้ำเตือนฉันเสมอว่า ยังไงๆ ก็อย่าถึงขั้นต้องร้องให้คร่ำครวญ... โลกนี้แค่ทางผ่านชั่วคราว แล้วนับประสาอะไรที่เราต้องไปร้องให้”

เธอย้อนความหลังชีวิตการเป็นภรรยาของเธอว่า “ในคืนหนึ่ง เราละหมาดร่วมกัน ฉันเห็นบังร้องให้ ฉันแปลกใจมาก เพราะตลอดระยะเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ฉันไม่เคยเห็นเขาเป็นอย่างนั้นเลย และเหตุการณ์ในคืนนั้น ก็เป็นสิ่งที่ฉันไม่อาจจะลืมได้ตลอดไป คืนนั้นบังบอกฉันว่า ‘ถ้าวันหนึ่งข้างหน้า ไม่ว่าใคร ต้องไปก่อน คนที่ยังอยู่ต้องไม่ร้องให้ เพราะจะทำให้คนที่ไปก่อนต้องเสียใจ และไปโดยที่ต้องพะวงกับคนที่อยู่ข้างหลัง’ ฉันจึงต้องตามในสิ่งที่ได้สัญญากันในคืนนั้น เพราะอยากให้บังไปดี ไปแบบมีความสุข”

ไม่ทันที่ฉันจะพูดอะไรต่อไป เธอก็พูดต่อไปว่า “ฉันจะมีความสุขมาก หากได้รู้ว่าบังเขามีความสุข ในช่วงสุดท้ายที่เราได้อยู่ร่วมกัน ฉันอยากให้บังได้รู้ว่า ไม่ว่าจะเป็นช่วงชีวิตนี้ หรือในอาคีรัตข้างหน้า ฉันรักเขามาก และใจฉันยังพร่ำบอกเขามาโดยตลอด ถึงความประทับใจ และขอขอบคุณอย่างที่สุดต่อบัง เพราะถึงแม้บังจะไปจากชีวิตฉันแล้ว แต่บังก็ยังได้ทิ้งมรดกอันล้ำค่าต่อฉัน นั้นคือความรักต่ออัลเลาะห์ ครั้งหนึ่งบังเคยพูดกับฉันว่า หากเราไม่สามารถร่วมชีวิตกันบนโลกนี้ได้แล้ว ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะในฐานะสามี-ภรรยา เราจะพบกันอีก และได้ร่วมชีวิตอย่างยาวนานในอาคีรัต หรือในสวงสวรรค์ของพระเจ้า ตราบเท่าที่เรายังยึดมั่นในแนวทางของอัลเลาะห์ และตอนนี้บังก็ได้เดินทางล่วงหน้าจากฉันไปแล้วด้วยดี น้องดุอาอให้พี่ด้วย เพื่อที่ว่าพี่จะได้เดินทางต่อไปด้วยดี อีกเช่นกัน พี่รักบังมาก พี่อยากได้พบกับบังอีก”

เธอจบคำพูดของเธอในวันนั้น ด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าเธอเปี่ยมด้วยความสุขอย่างยิ่ง แต่ก็ทำให้คนฟัง น้ำตาหลั่งออกมาอย่างไม่รู้ตัว.