Sunday, October 20, 2013

ข้อบ่งชี้ ชายที่มีรักแท้






9 ข้อบ่งชี้ถึงความซื่อสัตย์ของผู้ชาย ต่อคู่ของตนเอง
  1. สามารถ/พร้อมปกป้อง และดูแลผู้หญิงได้
  2. ให้เกียรติและเคารพสตรี ในฐานะคนในเพศแม่
  3. มีความซื่อสัตย์และเสียสละ พร้อมทั้งมีการแสดงออกที่ถูกต้องและเหมาะสม
  4. มีความพึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมี
  5. รักษาคำพูด และคำสัญญาต่างๆ
  6. ไม่เป็นคนที่เรียกร้อง หรือชอบเรียกความสนใจ
  7. เป็นคนที่ดูอบอุ่น และมีความเชื่อมั่นในตนเอง
  8. เขาต้องไม่ไช่คนที่อ่อนแอหรือถูกชักจูงง่าย
  9. เขาเป็นคนที่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้ 
 
◆◆◆ motivation of life ◆◆

Monday, October 14, 2013

ข้อคิดคำนึง 5



                     ผู้หญิง & ผู้ชาย

ผู้หญิงไม่ได้เป็น "ยาเสพติด" ที่ผู้ชายมุ่งให้ได้มาเพียงเพื่อสนองความสุขชั่วเวลาหนึ่ง
ผู้หญิงไม่ไช่ “เกม”  ที่ใครๆ เอามาเพื่อเล่นๆ กัน
ผู้หญิงไม่ไช่  "บุหรี่"  ที่เอามาดูด หมดเยื่อ และสิ้นใย ก็ทิ้งขว้างไป

ผู้ชายไม่ไช่  “สูตรทางคณิตศาสตร์”   ที่เราต้องคิด และจดจำไว้
ผู้ชาย ไม่ไช่ “ผู้รับใช้”  ที่มุ่งแต่จะใช้ๆ แล้วจบกัน
ผู้ชายไม่ไช่  “หุ้นในตลาดหลักทรัพย์”  ที่ต้องพิจารณาแค่เพียงผลตอบแทน หรือมูลค่าในการซื้อขายกัน
ผู้ชาย ไม่ไช่ “ธนาคาร” ที่ถ้าต้องล้มละลายแล้ว ก็สิ้นสภาพกัน

ทั้งชายและหญิง ต่างก็เป็นมนุษย์ ที่ต่างก็โหยหา เพื่อให้ได้มาซึ่งความอบอุ่น ความอ่อนโยน  ความเห็นอก เห็นใจกัน  อันเป็น  “รักแท้” และ “รักจริง”  ไร้ซึ่งข้อต่อรอง และข้อแม้ทางกายภาพใดๆ  มีเพียง “อุดมคติ”  ที่ต้องใกล้เคียงกัน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันจนถึงวันแห่งการตอบแทนจากดนยา  สู่ อาคีเราะห์  

Sunday, October 06, 2013

กุญแจไขความสุขสำหรับคนที่มีคู่



1. หากมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งใด ๆ ให้เงียบไว้ก่อน  ความสงบสยบความเคลื่อนไหว  สุภาษิตจีน สามารถใช้ได้เสมอ

2. เมื่อฝ่ายหนึ่งโกรธ อีกฝ่ายหนึ่งก็อย่าโกรธตาม  เพราะเมื่อโกรธบวกโกรธ ก็จะเท่ากับเชื้อไฟเผาพลาญทุกสิ่งรอบข้าง

3. จงตักเตือนด้วยถ้อยคำแห่งรักใคร่เสมอ

4. ลืมอดีตที่ผ่านมา แต่ให้มองหาอนาคตร่วมกัน

5. อย่าทำเป็น ไม่แคร์ หรือไม่แยแสใดๆ กับเขา

6. อย่าฝังความโกรธ แม้เพียงแค่จนถึงข้ามวัน หรือต้องข้ามคืน

7. พยายามสรรหาถ้อยคำสรรเสริญ ยกย่อง ต่อคู่ของเราเสมอ

8. โดยทั่วไปแล้ว คนที่ทะเลาะกัน  ฝ่ายใดที่ใช้เสียงมากที่สุด นั้นแหละคือคนที่ผิด

9, ถ้าคุณรู้สึกว่ามีความผิด อย่าได้ลำบากใจใด ๆ กับการยอมรับ และพร้อมเสมอที่จะกล่าวคำขอโทษ
อย่างจริงใจ

Wednesday, September 25, 2013

รักแท้




เป็นภาพประกอบเท่านั้น (ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเนื้อหาตามเรื่อง)
 

หญิง  :   มีผู้ชายหลายคนได้มากอดฉันแล้ว
ผู้ชาย   :   ต่อไป ฉันจะถนุถนอมและปกป้องเธอ ด้วยรักที่เต็มเปี่ยม
หญิง  :   "You are not my first....."
ชาย   :   "And you are my first...."

หญิง  :   อันตัวฉันนี้ผ่านชายมาหลายคนแล้ว
ชาย   :  ที่ฉันอยากได้คือใจเธอ
หญิง  :  มีชายบางคน มองฉันเหมือนโสเภณี
ชาย   :  แต่สำหรับฉันแล้ว เธอคือหญิงที่บริสุทธิ์ ไร้มายา และจริงใจ

ผ่านการสนทนาถึงตรงนี้ ผู้หญิงก็ร้องให้ แต่ก็ยิ้มอยู่ในที
และกล่าวว่า  "เราคงไม่เหมาะหรอก เพราะฉันไม่ไช่ผู้หญิงที่ดี"

ผู้ชายจ้องหน้าผู้หญิง พลางกล่าวว่า
"สิ่งสำคัญสำหรับฉันคือใจเธอ  ฉันไม่ได้หวังที่ร่างกาย ใจที่บริสุทธิ์
ไร้มายาจริต  หรือการเสแสร้งใด ๆ คือสิ่งที่ฉันใฝ่หา"

จบข่าว

บทเรียนจากเรื่องนี้
1. ผู้ชายที่ดีย่อมรู้จักให้ค่าผู้หญิง การให้ค่าที่แท้จริง ย่อมไม่ไช่เพราะความสมบูรณ์ของเรือนร่าง
แต่มีใจให้โดยปราศจากข้อแม้

2. ผูู้ชายที่ดี ไม่มองถึงความบกพร่องของช่วงเวลาที่ผ่านไป  แต่จะให้ความสำคัญกับความฝัน
ที่จะได้ร่วมกันถักถอสู่อนาคต

3. ไม่มีใครสามารถแก้ไขอดีตได้แล้ว แต่ด้วยความจริงใจ บริสุทธิใจ (อิคลาส) พร้อมทั้งขอลุแก่โทษ
อย่างจริงจัง ความบกพร่องใดๆ ในอดีต อาจจะเป็นบทเรียน หรือพลังเพื่อการหลอหลอมสู่สิ่งที่ดีงามสำหรับอนาคตได้


    Motivation  of life  

Thursday, September 12, 2013

โลกในมุมมองหนึ่ง




ท่านศาสดาได้กล่าวว่า
  “แท้จริงแล้วโลกนี้สวยงามและเขียวชอุ่ม  อัลลอฮได้สร้างสรรค์โลกนี้ให้กับทุกท่านแล้วพระองค์ก็จะดูพฤติกรรมของ มนุษย์  ในการภักดีพระองค์  จงใส่ใจต่อโลกนี้และและใส่ใจต่อเพศหญิง”

พฤติกรรมของมนุษย์ต่อโลกนี้  เราแบ่งได้เป็นได้  3   จำพวก
                1.  คนที่มองโลกเป็นมายา  โลกเป็นสิ่งที่ลอกหลวงน่าขยะแขยง  เขาจะปลีกตัวออกห่างจากการแสวงหาความสุขใด  ทางโลก  เหล่านี้เป็นมุมมองของมุสลิมในแนวคิดชูฟีบางจำพวก  บางคนก็จะไม่แต่งงาน  บางคนพยายามห่างไกลจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่าง ๆ    บางส่วนคิดว่าการแสวงหาความสุขหรือสร้างผลผลิตใดๆ  ทางโลก  จะทำให้พวกเขาห่างไกลจากพระเจ้าโดยมองว่า  ถ้าให้เข้าใกล้กับพระเจ้าเพื่อมุ่งสู่ความสุขที่แท้จริงในโลกหน้า  ก็ต้องละทิ้งความสุขแห่งโลกนี้ไปให้ไกล,  คนเหล่านี้ชีวิตมีสองทางเลือกเท่านั้น  ถ้าไม่โลกนี้ก็โลกหน้า  ทั้งสองโลกจะไม่มีความเชื่อมโยงต่อกัน

                2.  คนที่มองว่าความสุขในชีวิตที่ได้เกิดมาบนโลกนี้คือเป้าหมายสูงสุด  ด้วยเหตุนี้คนเหล่านี้จะทำงานหนัก  เพื่อให้ได้เงิน บ่อยครั้งก็ไม่คำนึงถึงความชอบธรรมหรือความถูกต้องนัก  เมื่อได้เงินก็จะจับจ่ายใช้สอยซื้อความสุขอย่างเต็มที่  คนกลุ่มนี้มักไม่คำนึงหรือไม่เชื่อความสุข  และความเป็นจีรังในโลกหน้า

                3.  คนที่มองว่าโลกนี้คือทางผ่านสำหรับก้าวไปสู่ความเป็นจีรังในโลกหน้า  คนกลุ่มนี้มองว่าอาคีรัตหรือโลกหน้าคือเป้าหมายที่จะเดินทางไปบนพื้นฐานของ การสร้างสรรค์สิ่งดี  ๆ  ในโลกนี้   ด้วยความภักดีต่อผู้สร้าง  คนเหล่านี้จะทำงานหนักเพื่อแสวงหาความโปรดปรานของพระเจ้า  มุ่งสร้างฐานะแต่จะไม่หลงระเริงกับฐานะที่เป็นอยู่  หากแต่จะใช้ฐานะเพื่อสร้างสรรค์ที่ดีงามต่อยอดไปเรื่อย  ๆ

อันตรายจากการลุ่มหลงในโลก
                ตั้งแต่โลกเรามีมนุษย์  ก็ได้ปรากฏการณ์แห่งความขัดแย้งเรื่อยมา  กรณีกอเบลและฮาเบลที่เป็นลูกของอาดัม  กับฮาวา  ซึ่งเป็นมนุษย์คู่แรกของโลก  ที่ทำลายล้างกันเพื่อต้องการครอบครองหญิงสาวคนหนึ่ง  ปรากฏการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นเรื่อยมา  และเพิ่มความเข้มข้นขึ้นมาอีกในโลกยุคหลังนี้ จากกรณีแย่งผู้หญิงอย่างเดียว  ก็เป็นการแย่งทรัพย์สิน แย่งตำแหน่ง  แย่งชื่อเสียง เป็นต้น

จากเพื่อนเป็นศัตรู  จากญาติกลายเป็นคู่อาฆาต  มีอยู่เกือบทุกหนทุกแห่งรวมทั้งในสังคมมุสลิมด้วย

ความลุ่มหลงในโลกดุนยาเช่นนี้ ก่อให้เกิดผลกระทบทางศาสนา และทางสังคมอย่างมาก เช่น
1. ไม่ตระหนักในเป้าหมายของการเดินทางในชีวิตที่ก้าวไปสู่ความเป็นนิ รันดร์ในโลกหน้าเพราะไม่มีการเตรียมตัวใด ๆ เพื่อจะไปสู่โลกหน้า  ชีวิตที่ต้องจมปลักกับความคิดที่จะครอบครองและทำให้ได้มาซึ่งสิ่งใด ๆ ทางโลก คนเหล่านี้จะอยู่ในสภาพขาดทุน เพราะลุ่มหลงในดุนยาลืมสิ้นเพื่อการเตรียมตัวสู่อาคีรัต

2. ไม่คำนึงถึงคุณค่าทางศีลธรรมและจริยธรรม ไม่คิดเรื่องฮาลาลและฮารอม สิ่งฮารอมจะมองเพียงเรื่องเล็กน้อย วิธีการไม่สำคัญเท่าเป้าหมายเพื่อให้ได้มาสนองอารมณ์และนัฟซู  คนเหล่านี้มักสร้างปัญหาให้กับโลก
3.  เกิดการทะเลาะวิวาทและขัดแย้ง มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย บางครั้งก็ก่อให้เกิดความรุนแรงถึงขั้นฆ่าฟันกัน
4. ลืมเป้าหมายชีวิตที่แท้จริง ที่อัลเลาะห์ให้มานั้นคือการแสดงความภักดีต่อพระองค์ สร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามต่อมวลมนุษย์

Wednesday, April 24, 2013

วจีแห่งรัก


ผู้ชายที่รักคุณจริง ย่อมไม่ไช่คนที่จ้องปลดกระดุมเสื้อคุณ   แต่เขาคือคนที่พยายามปกป้องคุณ ไม่ระรานคุณ และพูดกับคุณว่า "เธอคือคนที่ควรค่าแก่การปกปิด ปกป้อง และถนุถนอม"

คนที่รักคุณ แน่นอนว่าเขาย่อมไม่กระทำสิ่งนั้น เพียงเพื่อจะทดสอบความรัก และความจริงใจของคุณทีมีต่อเขา
ความจริงใจ เป็นเรื่องทางจิตใจ ที่ต้องใช้เวลาพิสูจน์ ไม่ไช่ใช้เรือนร่างมาทดสอบกัน

Friday, November 23, 2012

15 ข้อ เตือนใจ ถ้าต้องอกหัก





อกหัก


ต้องคิดว่า  เป็นเรื่องปกติ  เพระไม่มีใครสมหวังตลอดกาล  ไม่มีใครผิดหวังตลอดไป  ปัญหาที่กระทบต่อเราในวันนี้  เป็นวัคซีนในการสู้กับปัญหาใด    ในวันข้างหน้า   ซึ่งแน่นอนว่าจะมีความเข้มข้นมากกว่า  และให้ถือในข้อปฏิบัติ  ดั่งนี้

1.       เขาไม่ไช่คนที่ดีที่สุดสำหรับเรา  และเราอย่าจินตนาการว่ารักเราคือความ  Happy  Ending  ยังมีความ  Happy  อื่นๆ อีกมาก ที่ชีวิตเรา สามารถหามาได้

2.       ถ้าต้องร้องให้ก็ร้องเถิด  ร้องให้เต็มที่  การระบายทั้งน้ำตาเป็นการระบายที่ดีที่สุด  แรกเกิดเรามีน้ำตา  ทั้งน้ำตาเราและน้ำตาแม่เรา  แล้วเหตุไฉน เราจะร้องอีกไม่ได้

3.       หาทางออกกำลังกาย  ที่ใช้พลังงานเยาะ    เช่นว่ายน้ำหรือฝึกความแม่นยำในฝีมือ โดยการขว้างปาสิ่งของ  ปาต้นไม้  เป็นต้น (แต่ต้องไม่ทำให้เกิดความเดือดร้อน หรือความเสียหายใดๆ กับใคร)

4.       ขอบคุณเขาที่ทำให้เรารู้จักโลกใบนี้มากขึ้น  ความเจ็บปวดที่เขามีให้กับเรา จะเป็นบทเรียนสำคัญที่สุดสำหรับเรา   ในความมั่นคง  ความเข้มแข็ง  กับรักแท้  ที่อัลเลาะห์จะให้กับเราในอนาคต

5.       เปลี่ยนทรงใหม่ของตนเองทั้งทรงผม การวางตัว ท่าทีการแสดงออก  ที่เปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นว่าเราคือเรา   เขาไม่ได้มีอิทธิพลใดๆ ต่อเราอีกเลย

6.       กินอาหารที่เราชอบโดยเฉพาะที่มีคาโบไฮเดรตสูง   เช่น  ข้าว  ขนมปัง  หรืออาหารอื่นที่ทำจากแป้ง  เพราะเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง  สร้างความกระชับกระเชงให้กับร่างกาย

7.       ตื่นเช้าให้มองที่ตัวเอง  และบอกกับตนเองว่า  ฉันไม่ได้อกอัก  ฉันไม่จำเป็นเลยที่จะต้องคิดถึงคนแบบเขา

8.       ให้คิดตรงกันข้ามกับความรู้สึก  รักเขา  ซึ่งคนรักมักมองแต่สิ่งดี ๆ ของเขา โดยละเลยสิ่งไม่ดี  วันนี้เรามองภาพตรงกันข้ามบ้าง   เพราะในความเป็นมนุษย์ที่  Perfect  ทุกอย่างนั้นไม่มี  จึงไม่มีเหตุผลที่เรามองแต่ความดีของเขา

9.       อย่าให้มีเวลาว่างมากนัก พยายามทำอะไรก็ได้ ที่เราอยากทำ เช่น  รดน้ำต้นไม้    ไปเดินตลาด เล่นกีฬา  เลี้ยงสัตว์ที่ชอบ เป็นต้น

10.    ใส่เสื้อสีเขียว  หรือมองหาสิ่งที่เป็นสีเขียวให้มากที่สุด  นักจิตวิทยาบอกว่า สีเขียวถือเป็นสีที่สามารถกล่อมเกลาจิตใจได้

11.    ทิ้งหรือเก็บไว้ไกลตาบรรดาสิ่งของต่าง ๆ  ที่เขาเคยให้มา  หรือของที่เป็นสัญลักษณ์แทนเขา ทั้งรูปภาพ ของที่ระลึกต่างๆ เป็นต้น
12.    เขียนข้อมูลอันพึงประสงค์สำหรับชายหรือหญิงในฝันคนต่อไป  โดยใช้ประสบการณ์จากความผิดหวังที่เกิดขึ้นในอดีตเป็นบทเรียน  หลังจากนั้นก็ลองใคร่ครวญและพัฒนาตนเอง เพื่อการทำให้ตนเองเป็นดังคนที่ฝันนั้นควรเป็นอย่างไร ?

13.    อย่าประชดชีวิต อย่ามองว่าเราคือผู้แพ้  เพราะแพ้ ชนะ อยู่ที่ใจ และการรู้จักรักษาเกียรติยศของตนเอง การรู้จักดูแลตนเอง ไม่ถูกชักนำจากอารมณ์ ใฝ่ต่ำต่างๆ  นี่แหละคือผู้ชนะที่แท้จริง

14.    เราต้องให้ความยุติธรรมให้กับตนเอง  และสร้างความคิดเชิงบวกให้มากขึ้น  เขาจากเราไป หาไช่เพราะเราไม่ดีพอ แต่เขาไม่รู้จักรักษาความดีจากที่เรามีต่างหาก   

15.    จงเชื่อมั่นในสิ่งที่ถูกกำหนด  ถ้าการลากัน ทำให้เรา เจ็บปวด  หรือรวดร้าว ระทม ขมขื่น จงบอกกับตนเองว่า  อัลเลาะห์ได้กำหนดไว้แล้ว  เฉกเช่นเดียวกับช่วงเวลาที่เรามีความสุข นั้นเพราะเนิ๊ยะมัตที่ถูกกำหนดไว้  เรามีสุขได้   เราก็ทุกข์ได้  เราขอยอมรับกับทุกอย่างด้วยใจที่เปิดกว้าง

Friday, November 16, 2012

มูฮัรรัม



มูฮัรรัม  :  ย่างก้าวแห่งความรักต่อมวลมนุษย์


              ปรากฏการณ์สำคัญใด ๆ  ย่อมไร้คุณค่า  หากเราไม่ให้ความหมายหรือสร้างคุณค่าต่อปรากฏการณ์นั้น ๆ


วันที่ 1  มูฮัรรัม   ถือเป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งของปฎิทินอิสลาม  หรือปีใหม่อิสลามนั้นเอง  1 มูฮัรรัม    เป็นจุดกำเนิดของอริยธรรมที่มนุษย์ชาติทุกคนจะต้องทำการศึกษา     กับบ่อเกิดแห่งการเปลี่ยนแปลง อริยธรรมมนุษย์ครั้งสำคัญ   มูฮัรรัมเป็นช่วงตอนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่สามารถสร้างบทเรียนคณานับ    โดยเฉพาะต่อการสร้างความเข้าใจในความหมายของอิสลาม อันเป็นศาสนาที่รัดรึงวีถีชีวิตของผู้ศรัทธาต่อคำสอนที่ถูกต้องและครบถ้วน

                มูฮัรรัม  เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการก่อเกิดอริยธรรมมนุษย์ที่มุ่งเน้นเรื่องความรัก ความยุติธรรม  ความเท่าเทียม  ความสมานฉันท์ ในการมีปฎิสัมพันธ์ต่อเพื่อนมนุษย์ทุกหมู่เหล่า   ไม่ผิดนัก  ถ้าจะบอกว่าอิสลามเป็นศาสนาแรกที่มุ่งเน้นด้านสิทธิของผู้คนในการเข้าถึงการศรัทธาทางศาสนาโดยที่มีระบุถึงหลักการนี้ในคัมภีร์สูงสุดคือ  อัลกุรอาน

                ปฏิญญาสำคัญของมนุษย์ชาติ ซึ่งน่าจะเป็นปฏิญญาแรกของโลก ที่รู้จักกันในนามปฏิญญามาดีนะท์   เป็นข้อบ่งชี้สำคัญทางประวัติศาสตร์  ที่แสดงให้เห็นถึงความรักต่อเพื่อนมนุษย์  การเคารพในสิทธิ    และการให้คุณค่าต่อความเห็นที่ต่างของทุกผู้คนที่อยู่อาศัยในเมืองมาดีนะห์  การให้อิสระทางศาสนา  และการปกป้องต่อชนต่างศาสนิก  เป็นหนึ่งใน  47  ข้อที่ท่านศาสดาได้กำหนดไว้ในปฏิญญานี้

        เวลาผ่านไปถึง  1400  ปี  จากปฏิญญามาดีนะห์  โลกยุคใหม่เพิ่งจะได้เห็นองค์การสหประชาชาติ  (UN)  ประสบความสำเร็จในการจัดทำปฏิญญาสากลว่าด้วยเรื่อง สิทธิมนุษยชน

                 ความเชื่อที่แตกต่างย่อมไม่ไช่ประเด็นที่ทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม  ย่อมไม่ใช่ข้อจำกัดที่แต่ละฝ่ายจะได้ร่วมมือกันสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงาม   และให้เกียรติต่อความต่างทางความคิดที่แต่ละฝ่ายมี

                ท่านญาฟิร  บินอับดุลเลาะห์  ซึ่งเป็นสหายของท่านศาสดา  ได้กล่าวว่า  วันหนึ่งมีผู้คนกลุ่มหนึ่งแบกโลงศพของคนหนึ่งผ่านไม่ไกลจากที่ท่านศาสดาได้นั่งอยู่   ได้เห็นดั่งนั้นท่านศาสดาได้ยืนขึ้นตรง  พวกเราที่อยู่กับท่านศาสดาก็ได้ปฎิบัติตามที่ศาสดาได้ปฏิบัตินั้น  ท่านญาฟิรก็ได้ถามท่านศาสดา โอ้รอซูลุลเลาะห์  ศพที่หามมานั้นเป็นชาวยิว   ศาสดาได้ตอบว่า เขาไม่ไช่มนุษย์หรือ ?    เมื่อใดก็ตามแต่ที่พวกท่านได้เห็นขบวนศพผ่านมายังท่าน ท่านต้องยืนเพื่อให้ความเคารพ
                การให้เกียรติ  ต่อคนที่มีความเห็นต่าง  เป็นสิ่งที่ถูกปฏิบัตินับแต่สมัยศาสดา จนถึงเหล่าผู้สืบทอดนับเนื่องตามมา  ในยุคอูมัร  มีชาวยิวที่ยากจนเข้ามาหา   เมื่อได้พบกับอูมัร  ท่านก็ได้พาชาวยิวคนนั้นไปยังบ้านของท่าน  และได้บริจาคสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต  พร้อมกับได้สั่งให้ไปยังบัยตุลมาล เพื่อรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม พร้อมกับกล่าวว่า  แท้จริงซะกาตนั้นเพื่อคนยากจนและคนนี้ก็เป็นคนจนจากชาวคัมภีร์

                การแสดงออกถึงความอ่อนโยน ความรักและความใส่ใจต่อเพื่อนมนุษย์  เป็นสิ่งที่มุสลิมผู้ศรัทธาต้องกำหนดเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในแต่ละวัน  และในทุกช่วงก้าวของชีวิต  ไม่ว่าจะเป็นในช่วงชีวิตที่ตกต่ำ  หรือในช่วงที่มีอำนาจ หรือตำแหน่งสูงเพียงใด  บุคลิกภาพเช่นนี้ย่อมอยู่คู่กับเราตลอดไป

ในปี  1099  เมื่อพวกคริสเตียน  ได้ยึดครองแผ่นดินปาเลสไตน์  ถือเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่แผ่นดินแห่งนั้น  เกิดการรบราฆ่าฟันไม่หยุดหย่อน  แต่เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1187 ซอลาฮุดดีน อัยยูบี ได้ยกทัพยึดคืนแผ่นดินบาเลสไตน์  หลังจากที่ตกอยู่ในมือของพวกครูเสดมาเป็นเวลา 88 ปี ชาวเมืองเยรูซาเลมได้รับการปฏิบัติจากกองทัพของศอลาฮุดดีนอย่างดี และด้วยศีลธรรมอันสูง   ทุกคนในแผ่นดินแห่งนั้น ได้รับการปกป้องในเกียรติภูมิของตนเอง ทั้งชาวยิวและคริสเตียน สามารถปฏิบัติตามหลักความเชื่อ  และแนวปฏิบัติทางศาสนาของแต่ละคนได้อย่างเต็มที่และไม่มีการกีดกันใด ๆ ทั้งสิ้น

                ตัวอย่างข้างต้นถือเป็นข้อบ่งชี้ถึงความใจกว้าง  และการให้ความรักอย่างเต็มเปี่ยมต่อเพื่อนมนุษย์  โดยไม่คำนึงต่อภูมิหลัง  และความเชื่อใดๆ  โดยมีความยุติธรรมเป็นแกนหลักต่อการมีปฎิสัมพันธ์ต่อกัน

                อัลเลาะห์ทรงรักผู้ที่มีความยุติธรรม  และปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของผู้คน  อัลเลาะห์ได้กล่าวไว้ในอัลกรุอาน


ความว่า  "อัลลอฮฺมิได้ทรงห้ามพวกเจ้าเกี่ยวกับบรรดาผู้ที่มิได้ต่อต้านพวกเจ้าใน เรื่องศาสนาและพวกเขามิได้ขับไล่พวกเจ้าออกจากบ้านเรือนของพวกเจ้าในการที่ พวกเจ้าจะทำความดีแก่พวกเขา และให้ความยุติธรรมแก่พวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺทรงรักผู้มีความยุติธรรม" (มุมตาฮานะห์ : 8 )

                มูฮัรรัม  จึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญทางประวัติศาสตร์  เป็นช่วงเวลาที่เราต้องมาทำการศึกษา  และได้ตระหนัก ต่อคุณค่าทางศีลธรรม  ความหมายทางสังคมและการเมือง  ในการสร้างความรัก  และความใส่ใจต่อเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะต่อผู้เดือดร้อน หรือคนอ่อนแอโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ