Tuesday, August 23, 2011

ม่านใย มายา แห่งยอดหญิงคลีโอฟัตรา (3)

5. ฝันเห็นคลีโอฟัตรา


เย็นวันนี้ ผมกลับจากโรงเรียนท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักมาก ถึงบ้านก็เกือบหมดมักริบแล้ว ผมรู้สึกปวดหัวอย่างมาก เหมือนจะเป็นไข้ เรี้ยวแรงเกือบจะหมดสิ้น การเคลื่อนไหวของร่างกายก็เป็นไปอย่างยากลำบาก

ไรฮานา ประคองผมเข้าบ้าน ดูเธอแสดงท่าทีที่ห่วงใยต่อผมมากเมื่อเห็นผมตัวสั่นเธอก็อาสาต้มน้ำอุ่นให้ผมอาบ และทำถั่วต้มให้ผมกิน

ถั่วต้มเป็นอาหารโปรดของผม และเป็นอาหารชนิดเดียวที่ผมสามารถกินได้ในทุกช่วงเวลา

เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจผมก็เข้าห้องนอนทันที ไรฮานาเข้ามาถามถึงอาการพร้อมกับบีบและนวดตามตัวผม สติปัญญาของผมตอบสนองต่อสิ่งภายนอกได้ไม่มากนัก ได้ยินเพียงคำพูดบางคำของไรฮานา ที่แสดงถึงความห่วงใยต่อผมอย่างลึกซึ้ง หลังจากนั้นผมก็เห็นเธอผละจากผมไปอ่านอัลกุรอาน เธออ่านได้ดีมาก เธอออกเสียงได้ถูกต้อง ไม่มีติดขัดตรงไหนเลย ....

ไรฮานาเธอเป็นผู้หญิงที่ดีมาก แต่ใจผมไปไกลถึงต่างแดน ยังห่วงหา และอาลัยอาวรณ์ต่อเธอคลีโอฟัตรา


วันนี้ผมได้รับเชิญร่วมรับประทานอาหารค่ำที่บ้านของเธอ ผมไปก่อนเวลาเล็กน้อย บ้านเธอหรูหราใหญ่โตราวกับวัง คนในบ้านเธอพาผมเที่ยวชมสวนหย่อมและสัตว์เลี้ยงสวยงามหลายชนิด ที่เธอเลี้ยงไว้ภายในบริเวณบ้าน

แค่ภายนอกของบ้านก็จัดได้สวยงามและหรูหราขนาดนี้ แล้วในบ้านล่ะจะขนาดไหน ผมรำพึงอยู่ในใจ ด้วยความรู้สึกเพลิดเพลินอย่างยิ่งกับอาณาบริเวณโดยรอบ

และในทันใดนั้นก็มีคนในบ้านเธอออกมาเรียกผม โดยบอกว่าทุกคนในบ้านกำลังรออยู่ที่ห้องอาหาร

ผมไม่รอช้า ก้าวเท้าเดินตามคนในบ้านเธอทันที ผมคิดในใจว่า เธอคงจะเห็นด้วยและตกลงกับผม และครอบครัวเธอก็คงจะยินดีด้วย เพราะหากมิเช่นนั้น พวกเขาคงไม่ชวนผมมาที่บ้านแน่ๆ

ผมดีใจจนสุดจะบรรยาย ตัวสั่นและเดินไม่ค่อยจะเป็นจังหวะ อีกแป๊บเดียวผมจะได้พบกับเธอแล้ว ยิ่งเข้าใกล้ห้องเธอ ผมก็ยิ่งตื่นเต้นและตัวสั่นมากขึ้น และเมื่อถึงประตูห้อง....

บังๆๆ ตื่นเถิด ตอนนี้ตีสี่ครึ่งแล้ว บังยังไม่ละหมาดอีซา เลย

ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมา โอ้เราฝันไปหรือนี่ ผมรู้สึกเคืองไรฮานานิดๆ ที่รบกวนเวลาสำคัญ แต่ผมก็ต้องลุกขึ้น

แม้ว่านั้นเป็นเพียงความฝัน แต่ฝันนั้นช่างสวยงามมาก แต่แล้วไรฮานาก็มาตัดความฝันอันเจิดจรัสของผมไป ทำให้ผมยิ่งไม่พอใจในตัวไรฮานามากขึ้น แต่เธอก็ไม่ผิด เธอได้พยายามทำในสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว

มาอัฟเถิดบัง หากบังไม่พอใจ แต่บังยังไม่ละหมาดอีซา นี่ก็เกือบเข้าซุบฮิ์แล้วเธอบอกกับผม ในขณะที่เธอยังอยู่ในชุดตาลือกง เธอคงจะละหมาดกลางคืน

ชีวิตผมเหมือนคนที่ต้องขัง ภายใต้อาถรรพ์ของคลีโอฟัตรา

ซึ่งไม่รู้ว่าจะออกไปได้อย่างไร แม้หญิงที่อยู่ข้างผมตอนนี้จะดีขนาดไหน แต่ม่านใยจากคลีโอฟัตรา สลักแน่น จนมิอาจจะ สลัดทิ้งไปได้


บัง บ่ายวันนี้ มีงานเลี้ยงอากีเกาะห์ ที่บ้านจูมะห์ ทุกคนในครอบครัวเราจะไปพบกันที่นั้น รวมทั้งแม่บังด้วย งานนี้เราต้องไป เพราะหากเราไม่ไป ในขณะที่คนอื่นอยู่กันครบ จะไม่ดีมากเลยเธอบอก พร้อมกับวางถ้วยน้ำชาให้กับผม


ตกลงผมจะไป แล้วเธออย่าเครียดหรือวิตกกังวลใดๆ กับเรื่องของบัง บังหวังว่าฮานาจะมีความสุข

ถ้อยคำแรกที่ผมพูดกับไรฮานา ในเช้านี้ ดูเธอยิ้มระรื่นเพราะเป็นครั้งแรกที่ผมพูดด้วยถ้อยคำอย่างนี้ ด้วยความตระหนักในความดี และความจริงใจจากเธอ

- ยังมีต่อ -

ม่ายใย มายา แห่งยอดหญิงคลีโอฟัตรา (4)

6. ความสุขของไรฮานา

ไรฮานา หญิงสาวที่แต่งกายมิดชิดมาโดยตลอด เธอเป็นผู้หญิงที่พิเศษมาก เธอมีความอดทนเป็นยอด เธอทำหน้าที่ในฐานะภรรยาได้อย่างน่ายกย่อง ไม่มีแม้เพียงจุดเล็กๆ ที่จะนำมาติติงได้เลย

ไม่เคยปรากฏเธอแสดงสีหน้าบึงตึง หรือแสดงความโกรธ หาก แต่ใบหน้าเธอจะยิ้มโดยตลอด ไม่ละเว้นแม้แต่ในช่วงที่หลับ มีเพียงแววตาเท่านั้นที่บางครั้งฉายแววของความเศร้าหมอง

เธอไม่เคยแสดงกริยาชิงชังใดๆ ต่อผมเลยแม้ซักครั้งเดียว ในทางกลับกัน ผมต่างหากที่ยังไม่สามารถทำใจยอมรับกับเธอได้

ที่บ้านจูมะห์ ถือเป็นการเปิดมิติใหม่ของชีวิตคู่ระหว่างผมกับ ไรฮานา และทุกอย่างก็เป็นอย่างที่ไรฮานาได้บอกก่อนที่จะเดินทางมา ญาติใกล้ชิดทุกคนทั้งในฝ่ายไรฮานา และฝ่ายผม รวมทั้งคุณแม่และน้องสาวผมก็มาด้วย

ทุกคนได้ให้ความสำคัญกับผมและไรฮานามาก ในฐานะที่เป็นคู่แต่งงานล่าสุดในบรรดาญาติพี่น้องของทั้งสองครอบครัว ทุกคนได้ให้ความรักและความใส่ใจกับผมและไรฮานาเป็นพิเศษ

ไม่ทันที่จะได้นั่งติดพื้น จูมะห์และลูกๆ ของเขาก็ได้มานั่งหน้าผม ซึ่งก็มีไรฮานา นั่งข้างๆ ถัดไปก็เป็นแม่ผม และแม่ของไรฮานา
คำพูดต้อนรับผมจากจูมะห์ทำให้ผมต้องสะอึก เพราะความเข้าใจของญาติพี่น้อง กับความเป็นจริงในระหว่างผมกับไรฮานานั้น ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

“ดีใจมากนะที่มากันในวันนี้ พวกเราในบ้านทุกคน รวมทั้งญาติ ต่างก็เฝ้ารอที่จะได้พบกับคู่แต่งงานที่ดีที่สุด คู่แต่งงานตาม อุดมคติ คู่แต่งงานที่อยากให้ลูกหลานได้เอาเป็นแบบอย่าง....”

ลูกๆ และญาติจูมะห์ได้เข้ามาสลามและยิ้มด้วยไมตรีจิตที่ล้ำลึก

ผมสังเกตเห็นไรฮานายิ้มแย้มแจ่มใส ตาเป็นประกายด้วยความสุข และความประทับใจในไมตรีจิตอันดีเยี่ยมที่ญาติพี่น้องได้ให้มา และชื่นชมในชีวิตคู่ของเรา

ไรฮานา ดีใจ แต่ผมเศร้าใจ ในใจผมร่ำให้ เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่คนภายนอกมอง กับสิ่งที่เป็นจริงในครอบครัวผมไม่ตรงกันเลย ทุกอย่างเหมือนอยู่กันคนละขั้ว

ทำไมเขาต้องมองว่านี่คือคู่แต่งงานในอุดมคติ และควรเป็นแบบอย่าง เพราะผมจบจากนอกนั้นหรือ ? เพราะไรฮานาได้เกียรตินิยม แถมยังมีบุคลิกภาพที่ดี และมีอีหม่านที่เข้มแข็ง กระนั้นหรือ ?

รักแท้ที่บริสุทธิ์คงไม่ง่ายนักที่จะเกิดขึ้นกับใคร อิบนูฮัซมิ และภรรยา คือตัวอย่างของชีวิตคู่ที่เปี่ยมด้วยความรัก ต่างคนต่างรักกัน โดยไม่มีสิ่งใดๆ มาสั่นคลอนลงได้ เป็นความรักที่ยืนยงคู่กับชีวิต ความรักที่บ่มเพาะและก่อเกิดเป็นความสุขในคู่ของตนเองอย่างยั่งยืนชั่วชีวิต

แต่สิ่งนี้ไม่มีในตัวผม ผมไม่ได้มีความรักต่อไรฮานา เหมือนกับที่ไรฮานามี

การต้อนรับจากคนในบ้านนี้ชั่งยิ่งใหญ่ในความรู้สึก แต่ด้อยค่าเมื่อเทียบกับความเป็นจริงในตัวผม แต่ที่นี้ก็ทำให้ผมได้เห็นถึงความพิเศษของไรฮานาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเธอได้พูดดีและยกย่องผม เธอปกป้องผมทุกอย่างเพื่อไม่ให้คุณแม่ผม และแม่ของเธอเองต้องรู้สึกลำบากใจ

นอกจากเธอจะไม่พูดถึงความบกพร่องในตัวผมแล้ว เธอกลับกล่าวยกย่อง และบอกให้ทุกคนในญาติพี่น้องว่า “เธอประทับใจและมีความสุขมากที่ได้มาเป็นภรรยาของผม”

ผมรู้สึกละอายตนเอง และลำบากใจเป็นทวีคูณเมื่อทั้งคุณแม่ผมและแม่ของไรฮานา ได้พูดถึงซูรียะห์ ทุกคนอยากจะได้อุ้มหลานเร็วๆ

ผมเงียบและแกล้งมองไปทางอื่นเสีย แต่ไรฮานากลับเข้ามาใกล้ชิดกับผมและจับแขนพร้อมกับบอกว่า “ไม่นานหรอกแม่ ยังไงก็ช่วยดุอาอให้หนูด้วย”

7. ไรฮานาตั้งครรภ์

เหตุการณ์ที่บ้านจูมะห์ ทำให้ผมต้องคิดหนัก ยังไงๆ ผมก็ต้องทำดีต่อไรฮานา แม้ไม่ไช่บนพื้นฐานของความรักก็ตาม เพราะผมไม่ได้รักเธอเลย การแต่งงานก็เกิดขึ้นโดยบังเอิญ เป็นความประสงค์ของครอบครัว ไม่ไช่ความต้องการของผม
และแล้วไรฮานาก็ตั้งท้อง ซึ่งช่วงนี้ก็ดูเธอสดใสมากขึ้น เธอได้นำเรื่องนี้บอกกล่าวกับทุกคนๆ ล้วนดีใจและแวะมาเยี่ยมที่บ้านหลายคน นี่ขนาดแค่ตั้งท้อง ถ้าเกิดคลอดเมื่อไร คงจะเป็นข่าวใหญ่สำหรับพวกเขาแน่

จนถึงตอนนี้ ผมก็ไม่ได้รู้สึกรักเธอเลยแม้ซักนิด ในท่ามกลางความสุขของเธอ แต่ใจผมกลับรู้สึกอ้างว้าง ความชิงชังต่อตนเองได้เข้ามาเกาะกุมจิตใจผมมากขึ้นไปอีก บางเสี้ยวเวลา ก็เกิดคำถามต่อตัวผมเองว่า “ไหนล่ะความรับผิดชอบในชีวิตของผู้ชายเช่นคุณ ?”

อาถรรพ์จากคลีโอฟัตราช่างยิ่งใหญ่ จนผู้ชายคนนี้มิอาจ จะสลัดทิ้งไปได้ เธอคนนั้นยังคงเวียนว่ายในห่วงสำนึกหลอกหลอนทรงจำ.
- ยังมีต่อ -

ภาพจากฐานปิรามิด ทายาทคลีโอฟัตรา ? (ภาพประกอบเท่านั้น)

ม่านใย มายา แห่งยอดหญิงคลีโอฟัตรา (5)

8. ไรฮานากลับไปอยู่กับครอบครัว

และแล้ววันที่ผมรู้สึกสบายใจที่สุดก็มาถึง เมื่อไรฮานาตั้งท้องเข้าสู่เดือนที่ 6 เธอได้ขอกลับไปอยู่กับครอบครัว ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ ผมก็ไปส่งเธอถึงบ้าน เพราะครอบครัวเธออยู่ไกลจากบ้านพักผมมาก

ดูเหมือนว่าทุกคนในครอบครัวเธอไม่ได้เฉลียวใจ และไม่คิดถึงความผิดปกติใด ๆ กับความเว้าแหว่งในชีวิตครอบครัวระหว่างผมกับ ไรฮานา และพวกเขาก็ไม่เอะใจเลยที่ผมเลือกที่จะอยู่ที่บ้านพักคนเดียว โดยไม่มีภรรยา

ก่อนกลับไรฮานาได้มาส่งผมถึงรั้วหน้าบ้าน แล้วบอกกับผมว่า บัง ฮานาได้เก็บเงินสะสมไว้จำนวนหนึ่ง เอาไว้ใช้ในตอนคลอด ทั้งหมดได้เก็บไว้ที่ธนาคาร ให้บังไปเบิกได้ด้วยบัตร ATM

ฮานาได้เก็บไว้ใต้หมอน รหัสก็คือวันและเดือนที่เราแต่งงานกัน...

แม้จะข้องใจว่าทำไมเธอจึงไม่พกติดตัว และไม่พากลับบ้าน แต่ผมก็ไม่ได้ถามอะไร

และผมก็ไม่ได้คิดเลยแม้ซักนิดว่า การร่ำลาของเราในวันนั้น และคำพูดของเธอคำนั้น นั้นคือสิ่งสุดท้ายที่ผมจะได้เห็นและฟังจากเธอ

9. ความรวดร้าวของชีวิตผู้ชาย

การได้อยู่บ้านคนเดียว ผมรู้สึกชีวิตโล่งสบายมากขึ้น ไม่มีเธอชีวิตไม่มีสิ่งใดทำให้ต้องรู้สึกลำบาก ชีวิตเคยชินกับการอยู่คนเดียวมาหลายปี โดยเฉพาะช่วงที่อยู่อียิปต์

เวลาผ่านไปนับเดือน ที่ผมอยู่อย่างนี้ โดยลืมสิ้นไรฮานา หญิงผู้เป็นภรรยา

แต่แล้ววันหนึ่ง ฝนตกหนัก เวลาก็เข้ามักริบแล้ว ผมจึงต้องฝ่าฝนกลับบ้าน แต่ไม่ทันได้เข้าบ้านผมก็ล้มฟุบหมดเรี่ยวแรง รู้สึกปวดหัวอย่างแรง คลื่นไส้และอาเจียนหลายครั้ง อาการเดิมได้กำเริบขึ้นมาอีกแล้ว ผมจำต้องรวบรวมกำลังประคองตนเองเข้าห้องนอนให้ได้

ผมคิดถึงไรฮานา ถ้ามีเธออยู่เธอคงจะช่วยดูแลผมได้มาก เธอคงจะช่วยประคองผมให้เข้าบ้าน เตรียมน้ำอุ่นไว้ให้ ทำถั่วต้มให้ผมกิน และช่วยนวดหลัง.

คืนนี้ผมรู้สึกรวดร้าวและทรมานมาก นอนก็ไม่ค่อยหลับร่างกายเจ็บปวด จิตใจร่ำร้องคนช่วยดูแล...

ผมมารู้สึกตัวอีกที เวลาเกือบ 7 โมง ในเช้าวันใหม่ ร่างกายสดชื่นขึ้น แต่เมื่อคืนผมไม่ได้ละหมาดอีซา ในขณะที่ซุบฮิในเช้านี้ ก็หมดเวลาแล้ว ถ้าไรฮานาอยู่ เธอคงไม่ปล่อยให้ผมเป็นอย่างนี้.

10. ชีวิตคู่กับสาวอียิปต์

วันนี้ผมไปโรงเรียนตามปกติ โดยช่วงนี้ผมต้องเข้าคอร์สอบรมภาษาอาหรับ โดยหนึ่งในคณะวิทยากรเป็นศาสตราจารย์ที่เคยเรียนในอียิปต์ และได้รู้จักกับผู้เข้าอบรมที่จบจากอียิปต์คนหนึ่ง เขาเป็นรุ่นพี่ผมหลายปี ....

ความที่จบจากสถาบันเดียวกัน ทำให้ผมสนิทกับเขามาก เขาเล่าถึงประสบการณ์ การใช้ชีวิตคู่ของเขากับผู้หญิงอียิปต์ ซึ่งเขาบอกว่า เป็นความข่มขื่นอย่างยิ่ง

เขาถามผมว่าแต่งงานหรือยัง แล้วแต่งกับผู้หญิงที่ไหน ? ผมก็ตอบตามความเป็นจริง เขาบอกกับผมว่าหวังว่าเธอคงเป็นผู้หญิงที่ดี ปกติเมื่อจบมาจากนอก ทางครอบครัวก็คงจัดหาผู้หญิงดีๆ ให้อยู่แล้ว อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องเป็นผู้หญิงที่ผ่านจากโรงเรียนสอนศาสนาในระดับที่ดีๆ มาแล้ว

เขาถามผมอีกว่าภรรยาคุณจบมาจากไหน เรียนศาสนามาบ้างหรือเปล่า ?”

ผมตอบไปว่ารู้ว่าเธอเคยเรียนศาสนา ก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัย และจบมาด้วยเกียรตินิยม

อัลฮัมดูลิลลาห์ คุณเป็นคนที่โชคดีมาก ซึ่งผิดกับผมที่ผิดพลาดอย่างแรงในการตัดสินใจมีคู่

เขาบอกกับผม และก็ทำให้ผมอยากรู้มากขึ้นว่าเป็นอย่างไร

เขาเล่าให้ผมฟังว่าตนเองได้ตัดสินใจผิดพลาดที่เลือกผู้หญิงอียิปต์มาเป็นภรรยา ถ้าไม่เช่นนั้นชีวิตผมคงไม่รวดร้าวอย่างที่เป็นอยู่นี้แน่นอน

เขาบอกอีกว่าคุณก็รู้ดีว่า ผู้หญิงอียิปต์นั้นสวยมากๆ ๆ ชีวิตผมในเวลานั้น หลงกับความสวยงามของผู้หญิงในประเทศนั้น และด้วยความสวยนี้แหละ ที่ทำให้ผมหมดสิ้นทุกอย่างทั้งทรัพย์สิน เงินทองของพ่อแม่ และเกียรติยศของตนเอง พ่อผมเกือบจะเสียสติ ตัวผมเองเกือบจะบ้าไปแล้ว

ดูเพื่อนคนนี้จะอึดอัดกับปัญหาในครอบครัวตนเองมาก ไม่ทันที่ผมจะถามอะไร เขาก็เล่าต่อไปอีกว่า


ผมเกิดมาเป็นลูกคนเดียว จากครอบครัวที่ถือได้ว่าร่ำรวยพอสมควร ผมไปศึกษาต่อที่อียิปต์ ก็ด้วยทุนจากทางบ้าน ในปีแรกที่ผมไปเรียนที่นั้น ผมสอบได้ระดับญัยยิด ซึ่งมีไม่มากนักที่นักศึกษาจากต่างชาติจะสามารถทำคะแนนได้ระดับนี้

และในปีที่สอง ผมก็ได้ไม่น้อยกว่าปีแรก ทำให้เจ้าของบ้านที่ผมเช่าอยู่ เขาประทับใจในตัวผม และเชิญผมไปกินข้าวที่บ้านเขา ในทุกครั้งที่เขาว่าง เขาก็จะเชิญผมไป และตรงนี้เองที่ทำให้ผมได้รู้จักกับลูกสาวเขา

ครั้งแรกที่ผมได้เห็นเธอผมก็ตะลึงเลย เพราะเธอสวยมาก สวยอย่างที่ไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ไหนสวยอย่างนี้มาก่อนเลย แต่เธอไม่คลุมผมนะอย่างไรก็ตาม ในเวลานั้นผมคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ผมต้องแต่งงานกับเธอคนนี้ให้ได้

และผมก็ไม่ได้ตบมือข้างเดียว เมื่อเธอคนนั้น ก็มีใจให้กับผมด้วย และเมื่อเรื่องนี้ได้รู้ถึงพ่อของเธอ พ่อเธอก็เรียกผมให้ไปคุย โดยบอกว่า ให้ผมเลิกติดต่อกับลูกสาวเสีย หรือไม่ถ้าคิดจะรักกันจริงๆ ก็ขอให้ นิกาห์ให้จบๆ ไปเลย แน่นอนว่า ผมต้องเลือกทางที่สองคือ นิกาห์

เมื่อเรื่องนี้ทราบถึงเพื่อนๆ ทุกคน ต่างก็ท้วงติงในเชิงไม่เห็นด้วย โดยพวกเขาบอกให้ผมเลือกผู้หญิงในประเทศจะดีกว่า ทั้งกริยามารยาทที่เรียบร้อย การแต่งกายก็มิดชิด.

ในตอนนั้นผมรู้สึกรังเกียจเพื่อน ผมคิดว่าพวกเขาคงจะอิจฉาผม

ในส่วนของผม ยังไงๆ ผมก็ไม่เปลี่ยนใจ ผมต้องแต่งงานกับเธอให้ได้ และผมก็ได้แต่งงานกับเธอจริงๆ โดยมีค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว

นอกจากมะฮัรที่สูงมากแล้ว ผมต้องซื้อบ้านใหม่ให้เธอ ต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้านให้ดูหรูหรา และงานแต่งก็ต้องจัดในโรงแร


ในฐานะที่เป็นลูกคนเดียว ทางบ้านผมแม้จะไม่เห็นด้วยในตอนแรก แต่เมื่อผมยืนกรานจะเอาให้ได้ ทั้งพ่อและแม่ก็จำต้องยอม แม้ว่าต้องขายทรัพย์สินบางส่วนจากทางบ้านไ

และเมื่อจบปริญญาตรี ผมก็ชวนเธอกลับบ้าน โดยขอให้ขายทรัพย์สินทั้งหมดที่ผมซื้อให้เธอในอียิปต์ แต่เธอยืนกรานไม่ยอมขา

เมื่อกลับบ้าน ผมได้สอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในขณะที่เธออยู่บ้านทำหน้าที่ดูแลลูกอย่างเดีย

ช่วงปีแรกที่กลับมาอยู่บ้าน ก็ไม่มีปัญหาอะไร เธอขออะไรผมสนองให้ทั้งหมด และทุกปีผมต้องพาเธอกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่อียิปต์


แต่เมื่อได้ลูกคนที่ 3 ชีวิตครอบครัวของผมก็ต้องลำบากมา

มื่อมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้เท่าดิม และเธอไม่เคยเปลี่ยนแปลง วิถีการดำรงชีวิตเลย เธอไม่เคยประหยัด เธอคิดอยากได้อะไรผมต้องซื้อให้ เพราะหากมิเช่นนั้นเธอก็จะโวยวาย จะอยู่ไม่เป็นสุข ทำเอาบ้านเกือบจะพังไป เธอก็ไม่เคยแคร์ใคร แม้แต่ผมซึ่งเป็นสามี

เมื่อรายได้ไม่เพิ่ม ผมก็ต้องทำงานอื่นเสริม ผมไปทำธุรกิจด้วย โดยขอให้พ่อและแม่ได้ขายทรัพย์สินที่มีเพื่อทำทุน แต่ก็ไม่ประสบความ สำเร็จเลย

เมื่อไม่มีช่องทางใด ๆ ในการเพิ่มรายได้ ผมก็ต้องขอจากพ่อและแม่อีกครั้งหนึ่ง โดยขอให้ขายที่ดินแปลงสุดท้าย เพื่อเพิ่มทุนทำธุรกิจต่อให้ได้ แม้ท่านทั้งสองจะเสียใจแต่ก็ไม่เคยปฏิเสธผม

ชีวิตผมตกอยู่ในภาวะที่ลำบากมาก แต่เธอก็ไม่เคยสนใจใดๆ กับปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัว เธอยังคงเป็นเธอเหมือนเดิม ที่ผมต้องสนองทุกอย่างที่เธออยากได้ หากมิเช่นนั้น บ้านก็จะกลายเป็นนรก

ผมขอให้เธอขายเครื่องประดับที่ผมซื้อให้ออกไปบ้างในบางส่วน เธอปฎิเสธ และเธอก็จะเปรียบเทียบชีวิตเธอกับญาติๆ ของเธอที่ได้สามีเป็นชายอียิปต์ ที่เธออ้างว่ามีความสุขสบายกว่าเธอ

- ยังมีต่อ -



Monday, August 22, 2011

ม่านใย มายา แห่งยอดหญิงคลีโอฟัตรา (6)

11. ชีวิตคู่กับสาวอียิปต์

วันนี้ผมไปโรงเรียนตามปกติ โดยช่วงนี้ผมต้องเข้าคอร์สอบรมภาษาอาหรับ โดยหนึ่งในคณะวิทยากรเป็นศาสตราจารย์ที่เคยเรียนในอียิปต์ และได้รู้จักกับผู้เข้าอบรมที่จบจากอียิปต์คนหนึ่ง เขาเป็นรุ่นพี่ผมหลายปี ....

ความที่จบจากสถาบันเดียวกัน ทำให้ผมสนิทกับเขามาก เขาเล่าถึงประสบการณ์ การใช้ชีวิตคู่ของเขากับผู้หญิงอียิปต์ ซึ่งเขาบอกว่า เป็นความข่มขื่นอย่างยิ่ง

เขาถามผมว่าแต่งงานหรือยัง แล้วแต่งกับผู้หญิงที่ไหน ? ผมก็ตอบตามความเป็นจริง เขาบอกกับผมว่า “หวังว่าเธอคงเป็นผู้หญิงที่ดี ปกติเมื่อจบมาจากนอก ทางครอบครัวก็คงจัดหาผู้หญิงดีๆ ให้อยู่แล้ว อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องเป็นผู้หญิงที่ผ่านจากโรงเรียนสอนศาสนาในระดับที่ดีๆ มาแล้ว”

เขาถามผมอีกว่า “ภรรยาคุณจบมาจากไหน เรียนศาสนามาบ้างหรือเปล่า ?”
ผมตอบไปว่า “รู้ว่าเธอเคยเรียนศาสนา ก่อนจะเข้ามหาวิทยาลัย และจบมาด้วยเกียรตินิยม”

“อัลฮัมดูลิลลาห์ คุณเป็นคนที่โชคดีมาก ซึ่งผิดกับผมที่ผิดพลาดอย่างแรงในการตัดสินใจมีคู่”

เขาบอกกับผม และก็ทำให้ผมอยากรู้มากขึ้นว่าเป็นอย่างไร

เขาเล่าให้ผมฟังว่า “ตนเองได้ตัดสินใจผิดพลาดที่เลือกผู้หญิงอียิปต์มาเป็นภรรยา ถ้าไม่เช่นนั้นชีวิตผมคงไม่รวดร้าวอย่างที่เป็นอยู่นี้แน่นอน”

เขาบอกอีกว่า “คุณก็รู้ดีว่า ผู้หญิงอียิปต์นั้นสวยมากๆ ๆ ชีวิตผมในเวลานั้น หลงกับความสวยงามของผู้หญิงในประเทศนั้น และด้วยความสวยนี้แหละ ที่ทำให้ผมหมดสิ้นทุกอย่างทั้งทรัพย์สิน เงินทองของพ่อแม่ และเกียรติยศของตนเอง พ่อผมเกือบจะเสียสติ ตัวผมเองเกือบจะบ้าไปแล้ว”

ดูเพื่อนคนนี้จะอึดอัดกับปัญหาในครอบครัวตนเองมาก ไม่ทันที่ผมจะถามอะไร เขาก็เล่าต่อไปอีกว่า

“ผมเกิดมาเป็นลูกคนเดียว จากครอบครัวที่ถือได้ว่าร่ำรวยพอสมควร ผมไปศึกษาต่อที่อียิปต์ ก็ด้วยทุนจากทางบ้าน ในปีแรกที่ผมไปเรียนที่นั้น ผมสอบได้ระดับญัยยิด ซึ่งมีไม่มากนักที่นักศึกษาจากต่างชาติจะสามารถทำคะแนนได้ระดับนี้

และในปีที่สอง ผมก็ได้ไม่น้อยกว่าปีแรก ทำให้เจ้าของบ้านที่ผมเช่าอยู่ เขาประทับใจในตัวผม และเชิญผมไปกินข้าวที่บ้านเขา ในทุกครั้งที่เขาว่าง เขาก็จะเชิญผมไป และตรงนี้เองที่ทำให้ผมได้รู้จักกับลูกสาวเขา

ครั้งแรกที่ผมได้เห็นเธอผมก็ตะลึงเลย เพราะเธอสวยมาก สวยอย่างที่ไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ไหนสวยอย่างนี้มาก่อนเลย แต่เธอไม่คลุมผมนะอย่างไรก็ตาม ในเวลานั้นผมคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ผมต้องแต่งงานกับเธอคนนี้ให้ได้

และผมก็ไม่ได้ตบมือข้างเดียว เมื่อเธอคนนั้น ก็มีใจให้กับผมด้วย และเมื่อเรื่องนี้ได้รู้ถึงพ่อของเธอ พ่อเธอก็เรียกผมให้ไปคุย โดยบอกว่า ให้ผมเลิกติดต่อกับลูกสาวเสีย หรือไม่ถ้าคิดจะรักกันจริงๆ ก็ขอให้ นิกาห์ให้จบๆ ไปเลย แน่นอนว่า ผมต้องเลือกทางที่สองคือ นิกาห์

เมื่อเรื่องนี้ทราบถึงเพื่อนๆ ทุกคน ต่างก็ท้วงติงในเชิงไม่เห็นด้วย โดยพวกเขาบอกให้ผมเลือกผู้หญิงในประเทศจะดีกว่า ทั้งกริยามารยาทที่เรียบร้อย การแต่งกายก็มิดชิด.

ในตอนนั้นผมรู้สึกรังเกียจเพื่อน ผมคิดว่าพวกเขาคงจะอิจฉาผม

ในส่วนของผม ยังไงๆ ผมก็ไม่เปลี่ยนใจ ผมต้องแต่งงานกับเธอให้ได้ และผมก็ได้แต่งงานกับเธอจริงๆ โดยมีค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว
นอกจากมะฮัรที่สูงมากแล้ว ผมต้องซื้อบ้านใหม่ให้เธอ ต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้านให้ดูหรูหรา และงานแต่งก็ต้องจัดในโรงแรม

ในฐานะที่เป็นลูกคนเดียว ทางบ้านผมแม้จะไม่เห็นด้วยในตอนแรก แต่เมื่อผมยืนกรานจะเอาให้ได้ ทั้งพ่อและแม่ก็จำต้องยอม แม้ว่าต้องขายทรัพย์สินบางส่วนจากทางบ้านไป

และเมื่อจบปริญญาตรี ผมก็ชวนเธอกลับบ้าน โดยขอให้ขายทรัพย์สินทั้งหมดที่ผมซื้อให้เธอในอียิปต์ แต่เธอยืนกรานไม่ยอมขาย

เมื่อกลับบ้าน ผมได้สอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในขณะที่เธออยู่บ้านทำหน้าที่ดูแลลูกอย่างเดียว

ช่วงปีแรกที่กลับมาอยู่บ้าน ก็ไม่มีปัญหาอะไร เธอขออะไรผมสนองให้ทั้งหมด และทุกปีผมต้องพาเธอกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่อียิปต์

แต่เมื่อได้ลูกคนที่ 3 ชีวิตครอบครัวของผมก็ต้องลำบากมาก

เมื่อมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้เท่าเดิม และเธอไม่เคยเปลี่ยนแปลง วิถีการดำรงชีวิตเลย เธอไม่เคยประหยัด เธอคิดอยากได้อะไรผมต้องซื้อให้ เพราะหากมิเช่นนั้นเธอก็จะโวยวาย จะอยู่ไม่เป็นสุข ทำเอาบ้านเกือบจะพังไป เธอก็ไม่เคยแคร์ใคร แม้แต่ผมซึ่งเป็นสามี

เมื่อรายได้ไม่เพิ่ม ผมก็ต้องทำงานอื่นเสริม ผมไปทำธุรกิจด้วย โดยขอให้พ่อและแม่ได้ขายทรัพย์สินที่มีเพื่อทำทุน แต่ก็ไม่ประสบความ สำเร็จเลย
เมื่อไม่มีช่องทางใด ๆ ในการเพิ่มรายได้ ผมก็ต้องขอจากพ่อและแม่อีกครั้งหนึ่ง โดยขอให้ขายที่ดินแปลงสุดท้าย เพื่อเพิ่มทุนทำธุรกิจต่อให้ได้ แม้ท่านทั้งสองจะเสียใจแต่ก็ไม่เคยปฏิเสธผม

ชีวิตผมตกอยู่ในภาวะที่ลำบากมาก แต่เธอก็ไม่เคยสนใจใดๆ กับปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัว เธอยังคงเป็นเธอเหมือนเดิม ที่ผมต้องสนองทุกอย่างที่เธออยากได้ หากมิเช่นนั้น บ้านก็จะกลายเป็นนรก

ผมขอให้เธอขายเครื่องประดับที่ผมซื้อให้ออกไปบ้างในบางส่วน เธอปฎิเสธ และเธอก็จะเปรียบเทียบชีวิตเธอกับญาติๆ ของเธอที่ได้สามีเป็นชายอียิปต์ ที่เธออ้างว่ามีความสุขสบายกว่าเธอ

12. ชตากรรมของพ่อแม่บนความฟุ้งเฟ้อของหญิงอาหรับ

ผมเศร้าใจ และเจ็บปวดมากกับชีวิตตนเอง ผมเสียใจที่ตัดสินใจเลือกผู้หญิงเพียงเพราะความสวยงามบนเรือนร่าง ความสวยของเธอทำให้ผมหลงใหล และสิ้นคิด ชีวิตเหมือนคนไร้หลักยึด แม้จะได้ไปร่ำเรียนถึงต่างประเทศ

ในท่ามกลางความเจ็บปวดของผม ปรากฏว่ายังมีคนที่เจ็บปวดยิ่งกว่า และรับไม่ได้กับสภาพที่เกิดขึ้นในชีวิตผม และคนๆ นั้นก็ไม่ไช่ใครที่ไหน ก็เป็นพ่อและแม่ผมเอง

ทั้งสองเห็นผมอยู่ในสภาพเหมือนคนล้มละลาย พ่อจึงตัดสินใจขายบ้านที่อาศัยอยู่ ซึ่งก็เป็นทรัพย์สินชิ้นสุดท้ายแล้วที่เหลืออยู่
เงินที่ได้มาก็ให้ผมกอบกู้ธุรกิจทั้งหมด โดยทั้งพ่อแม่ผม ยอมไปปลูกกระต๊อบท้ายหมู่บ้านอาศัยหลบแดดหลบฝน

เมื่อถึงขั้นนี้แล้ว ผมยอมอดหลับอดนอนทำงานมากขึ้น ทุ่มเททุกอย่างในชีวิต เพื่อให้เกิดรายได้ ซึ่งก็โชคดี อัลฮัมดูลิลลาห์ ธุรกิจผมกระเตื้องขึ้นมาบ้างแล้ว

แต่แล้วสถานการณ์ในครอบครัว ก็กลับพลิกผันสู่ความเลวร้ายอีกครั้ง เมื่อเธอขอให้ผมพาเธอกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่อียิปต์ เป็นการขอที่ผมไม่อาจจะปฎิเสธได้ และที่ผ่านมาผมก็ไม่เคยปฎิเสธใด ๆ กับการร้องขอจากเธอ ทุกอย่างผมต้องสนอง สนอง และสนอง แม้แต่ในครั้งนี้ ผมไม่มีสิทธิขัดใจเธอเลย เพราะถ้าขัดเมื่อไร บ้านก็จะกลายเป็นนรกทันที

ผมไปอียิปต์ โดยไม่ได้พาลูกไปด้วย อีกทั้งเธอก็ไม่ยอมให้ลูกตามไป แม้จะข้องใจกับท่าทีเช่นนี้ แต่ก็เห็นดีด้วย เพราะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย

แต่เมื่อไปถึงอียิปต์ ก็ได้เห็นถึงธาตุแท้ และเป้าหมายเบื้องลึกของเธอ เมื่อเธอเอาแต่ตำหนิผม พร้อมกับแสดงความเบื่อหน่ายต่อหน้าพ่อแม่ และญาติพี่น้องของเธอ พร้อมบอกให้ผมหย่า และย้ำว่าเธอไม่มีความสุขเลยที่แต่งงานกับคนต่างชาติ เธอต้องการแต่งงานกับชายอียิปต์
เธอยังบอกอีกว่า เธอเจอผู้ชายคนนั้นแล้ว และจะมาขอในอีกไม่กี่วันนี้

เธอได้แสดงวาจาที่ก้าวร้าว ประหนึ่งว่าผมคือศัตรูคู่อาฆาต ไม่มีเยื่อใยใด ในความเป็นสามีภรรยา ที่มีลูกด้วยกันตั้ง 3 คนแล้ว มิน่าล่ะ เธอถึงไม่ยอมให้พาลูกกลับมาด้วย

ผมไม่ยอมหย่า แต่ตัดสินใจกลับบ้านให้เร็วที่สุด เพราะผมมิอาจ จะทนอยู่ดั่ง “ผู้อาศัย” แม้แต่ในบ้านที่ผมซื้อเองเมื่อครั้งแต่งงานใหม่ ๆ

ผมดูเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่างๆ ในบ้าน หลายอย่างที่ซื้อมาจากหยาดเหงื่อของพ่อผม พ่อผู้เป็นเจ้าของเงินที่แท้จริง แต่วันนี้ เพื่อลูกท่านยอมพาแม่ไปอาศัยอยู่ในซอกลืบ ท้ายหมู่บ้าน

ผมยิ่งมองก็ยิ่งรวดร้าวจิตใจ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านหยั่งลึกลงไปในหัวใจ

วันนี้ เป็นวันที่ 3 ที่ผมกลับมาอียิปต์ ผมไม่มีโอกาสได้คุยใด ๆ กับเธอเลย เว้นเสียแต่คำด่าและตำหนิผม

แม้แต่ในยามนอน เธอก็ไปนอนในห้องอื่น และเย็นนี้ ผมเห็นเธอแต่งตัวอย่างดีทั้งเสื้อผ้าและเครื่องประดับ ซึ่งก็คือทรัพย์สินที่ผมซื้อให้ ผมไม่รู้เธอจะไปไหน เธอออกจากบ้านไปไม่มีคำกล่าวแม้ซักคำ

คืนนี้ ผมนั่งรอเธอกลับบ้านทั้งคืน โดยไม่รู้สึกง่วงเลย ผมอยาก จะรู้ว่าเธอไปไหน เธอไปกับใคร แล้วไปทำอะไร ?

เวลาซุบฮิผ่านไป ย่างเข้าสู่เช้าวันใหม่ ผมเห็นรถเก๋งคันหนึ่งวิ่งมาจอดหน้าบ้าน แล้วก็เห็นเธอเปิดประตูเดินออกมา ดูท่าทางเธออิดโรย เธอคงไม่ได้นอนเลยทั้งคืน แล้วเธอไปทำอะไร ?

เธอย่างเท้าก้าวเข้ามาในบ้าน ผมไม่รอช้าเดินเข้าไปหา แต่เธอพยายามเลี่ยงไม่ยอมคุยกับผม ผมจับแขนเธอ พยายามคาดคั้นเอาความจริงให้ได้ ยังไงก็ต้องรู้ให้ได้ว่าเธอไปไหน ? ไปทำอะไร ?

เธอตอบอย่างไม่เกรงใจ และไม่รู้สึกกระดากปากแม้ซักนิดว่า ً“เราจบกันแล้ว และวันนี้ฉันเป็นของคนอื่น คุณไม่มีสิทธิใดๆ อีกแล้วสำหรับฉัน”

ได้ยินดังนั้น ผมหน้ามืด ผมทุบตีเธอไม่ยั้ง จนเธอร้องขอให้หยุด เธอไปแจ้งความต่อตำรวจ ผมถูกจับกุม แต่โชคดีที่ตำรวจพยายามไกล่เกลีย แทนที่จะดำเนินคดีฐานทำร้ายรางกาย แต่สิ่งที่นำความเจ็บปวดก็คือ ทุกคนในครอบครัวเธอเข้าข้างเธอทั้งหมด ทุกคนมองหน้าผมเป็นเสมือนผู้ร้ายที่ต้องการให้ตำรวจดำเนินคดีให้ได้

เมื่อได้รับการปล่อยตัว ผมก็เดินทางกลับบ้านเกิดทันที ผมอยู่บ้านได้ไม่ถึงเดือนก็ได้รับจดหมายที่มีต้นทางมาจากอียิปต์ เมื่อเปิดดูก็พบเอกสารสองชิ้น ชิ้นที่หนึ่ง เป็นหนังสือแสดงการหย่า และอีกหนึ่งชิ้นก็เป็นสำเนาการจดทะเบียนสมรสระหว่างเธอกับชายคนหนึ่ง

ผมรู้สึกเจ็บใจมาก ยิ่งได้ยินเสียงลูกคนเล็กร้องเรียกหาแม่ บางคืนก็ไม่ได้นอน ต้องเฝ้าลูกที่ร้องให้สะอึกสะอื้นตามหาแม่.

- ยังมีต่อ -

ม่านใย มายา แห่งยอดหญิงคลีโอฟัตรา (จบ)

13. รู้ชะตากรรมของเพื่อน เข้าใจชีวิตตนเอง

ได้ฟังประสบการณ์ตรงจากเพื่อน ทำให้ผมคิดถึงไรฮานาอย่างที่สุด ใบหน้าของเธอฉายฉานขึ้นมาในห้วงสำนึกของผม เกือบหนึ่งปีที่อยู่ร่วมกับผม เธอไม่เคยขออะไรซักอย่าง เธอเป็นภรรยาที่ซอลีหะฮ์ ที่ทั้งชีวิตมีแต่ให้และความภักดียิ่งต่อชายผู้เป็นสามี

เป็นความโปรดปรานจากอัลเลาะห์ อย่างล้นเหลือที่ได้ประทานเธอมาให้เป็นภรรยาของผม ผมรู้สึกห่วงหาต่อเธออย่างยิ่ง ภาพชีวิตของเธอที่ได้ร่วมกับผมมา เวียนว่ายในห้วงคำนึง ช่างสุขใจเหลือเกิน แม้เพียงได้คิดถึงเธอ...

แล้วเธอตอนนี้ล่ะเป็นอย่างไร ?

สองเดือนแล้วที่ได้จากลากันมา ก็หมายความว่าเธอท้องได้แปดเดือนแล้ว คงถึงกำหนดคลอดในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ผมจำได้ว่าก่อนจากลากัน เธอได้บอกให้ผมถอนเงินที่เธอเก็บสะสม เพื่อให้เป็นค่าใช้จ่ายในตอนคลอด

ผมออกจากค่ายอบรมภาษา ก่อนถึงบ้านพัก ผมแวะซื้อเสื้อผ้าสำหรับไรฮานา และของใช้ทุกอย่างเท่าที่ผมนึกออกได้ สำหรับลูกที่กำลังจะเกิดมา

ผมหวังสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับเธอ เธอคงดีใจมากที่เห็นผมกลับมาพร้อมกับของฝากที่เธอคงคาดไม่ถึง
เมื่อถึงบ้านผมตรงเข้าห้องนอน ผมยังไม่ลืมสิ่งที่ไรฮานาได้บอกผม ก่อนที่ผมจะร่ำลากันที่บ้านเธอ เธอบอกว่า ได้ออมเงินไว้จำนวนหนึ่งเพื่อใช้ในตอนคลอด ซุกอยู่ใต้หมอน

ร่างกายผมสั่นเมื่อปรากฏว่า ใต้หมอนอย่างที่บอกไม่ได้มีแค่บัตร ATM แต่ยังมีกระดาษเขียนจดหมายสีชมพูดูหวานแวว ซ้อนพับอยู่หลายแผ่น ของใครกันหนอ. ระหว่างผมกับไรฮานาไม่เคยเขียนจดหมายรักสักฉบับ หรือเธอ... หรือมีใครติดต่อกับเธอ

กระดาษสีชมพูชุดนั้น ทำเอาผมใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ใจยังคิดว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะมีชายอื่นเข้ามา...

14. บทเพ้อรำพันจากยอดหญิงไรฮานา

ผมหยิบกระดาษสีชมพูนั้นขึ้นมาเปิดอ่าน โอ้รอบบี ! นี่เป็นบันทึกของไรฮานาที่มีต่อผม กับพฤติกรรมไมใยดีที่ผมมีต่อเธอ วันนี้ได้ประจักษ์ต่อผมเองแล้ว ผมได้ทำความผิดบาปอย่างมหันต์ ได้ทำซอเล็มต่อภรรยาของตนเอง

เธอได้มอบความรักอย่างที่สุดต่อผม ทุกส่วนเสี้ยวในหัวใจเธอมีแต่ความรัก ไม่เคยมีใจเป็นอื่น แม้สักนาที เธอมีความภักดีต่อสามี โดยไม่มีสิ่งใดๆ มาทำให้ต้องเบี่ยงเบนความรู้สึกเป็นอื่น

เธอหวังอยากได้รับความใส่ใจจากผมบ้าง แต่ผมไม่เคยมีให้เธอ เธออดทนและกล้ำกลืนความรู้สึกอันรวดร้าว กับความไม่ใส่ใจจากสามีตนเอง มีเพียงอัลเลาะห์ พระเจ้าผู้ทรงเมตตาอันเป็นผู้ที่เธอพักพิง เธอไม่เคยว่างเว้นจากการขอดุอา หวังความปราณีจากพระองค์ จงประทานสิ่งที่ดีให้กับสามี และให้สามีได้มีความรักอย่างแท้จริงต่อเธอ

“โอ้รอบบี ! ด้วยความสำนึกในคุณูปการอันล้นเหลือ จากพระองค์ ฉันขอนบน้อมต่อพระองค์ ลากัลฮัมดู ยารอบบี ผู้ให้ทางนำต่อฉันด้วยอัลกุรอาน ถ้าไม่ใช่เพราะความเมตตาจากพระองค์ ชีวิตฉันคงต้องตกอยู่ในห้วงมุอซียัตที่มีอยู่รายรอบในสังคม...”

“โอ้อัลเลาะห์ จงเพิ่มพูนความศรัทธา และความอดทนต่อบ่าวคนนี้...” ข้อความส่วนหนึ่งของไรฮานา

และในท้ายที่สุดไรฮานาเขียนเป็นถ้อยคำดูอา

“โอ้อัลเลาะห์ บ่าวผู้อ่อนแอและเต็มไปความผิดบาปคนนี้ ใคร่ขอวิงวอนต่อพระองค์ ด้วยพระองค์เท่านั้นที่บ่าวมอบหมาย ด้วยพระองค์เท่านั้นที่ขอพักพิง บ่าวคนนี้รวดร้าวใจเหลือเกิน เข้าเดือนที่เจ็ดแล้วที่บ่าวตั้งครรภ์ ทุกเวลาที่ผ่านมาบ่าวต้องอยู่กับความทุกข์ยาก เหตุไฉนเล่าสามีของบ่าวผู้นี้จึงไม่เคยสนใจ ไม่เคยเลียวแล บ่าวคนนี้บกพร่องในสิ่งใดหรือ ? ความรักที่บ่าวคนนี้มีให้กับเขายังน้อยไปหรือ ?”

“โอ้อัลเลาะห์ แม้นว่ามีความอ้อนด้อยใดๆ จากบ่าวคนนี้ โปรดจงประทานทางที่ดีที่สุด ให้ฉัน และสามีได้ก้าวเดินต่อไป”

“โอ้ อัลเลาะห์ ด้วยความเมตตาจากพระองค์ บ่าวคนนี้ขอวิงวอน ขอพระองค์อย่าได้ทรงโกรธกริ้วใดๆ ต่อสามี จงให้อภัย และอย่าได้ลงทัณฑ์ ใดๆ ต่อเขา ขอเพียงบ่าวคนนี้ คนเดียว ที่เจ็บปวดก็เพียงพอแล้ว”

“โอ้อัลเลาะห์ จงโปรดประทานความเข้มแข็งต่อบ่าวผู้นี้ ในการปฏิบัติตัวเช่นภรรยาที่ดี บ่าวมีความรักและซื่อสัตย์ต่อเขา โดยไม่คลอนแคลน พระองค์ย่อมรู้ดี ความรักนี้มั่นคง ยั่งยืน ตลอดไป ตราบสิ้นไปของชีวิตบ่าวคนนี้”

“โอ้อัลเลาะห์ จงโปรดประทานความสำนึกแห่งรักในใจเขาด้วยเถิด โปรดตักเตือนเขา ด้วยวิธีการของพระองค์”

“โอ้อัลเลาะห์ บ่าวคนนี้ขอความเมตตาจากพระองค์ โปรดจงรับดุอาอจากบ่าวคนนี้ ด้วยพระองค์เท่านั้นที่บ่าวขอวิงวอน มหาบริสุทธิ์ยิ่ง แด่อัลเลาะห์ผู้ทรงอภิบาล.....อามีน”

15. จบทุกข์ของเธอ แต่เพิ่มความรวดร้าวของเขา

น้ำตาผมไหลอาบสองแก้ม โดยไม่รู้สึกตัว รู้สึกเจ็บแปลบที่อก หายใจไม่ทั่วท้อง ผมเสียใจ และร้องให้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภาพความดีของไรฮานาฉายฉานเข้ามาในความรู้สึก ใบหน้าที่ขาวผ่อง ผิวพรรณอันอ่อนนุ่ม ราวทารกแรกเกิด ได้เวียนว่ายต่อหน้าผม น้ำเสียงที่อ่อนโยน ในวันที่เธอกอดขาผม ได้ผุดเข้ามาในห้วงคำนึง
ภาพแห่งความหลังที่ร่วมชีวิตคู่กับไรฮานา ได้ตราตรึงในความทรงจำ ทำให้รู้สึกห่วงหาอาทร และเกิดความรู้สึกรักต่อเธออย่างสุดซึ้ง และโดยพลัน เหมือนมีลมเย็นจากฟากฟ้า มากระทบกับห้วงลึกในดวงใจผม เป็นสายลมที่พัดกลิ่นใจอันบริสุทธิ์ของเธอ ลบภาพของคลีโอฟัตราออกไปจนหมดสิ้น มีเพียงภาพเธอที่ฝังแน่น ตราตรึงไปตราบชั่วนิรันดร์.

ความรู้สึกรักและห่วงหาต่อไรฮานา เข้ามาเกาะกุมจิตใจ ฝังรากหยั่งลึก จนสุดที่จะมีสิ่งใดมาโยกคลอนได้ ภาพของไรฮานาฉายฉานและเปล่งประกายในความรู้สึก ผมคิดถึงเธอจนควบคุมตนเองไม่ได้แล้ว

ผมตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ ชีวิตจากนี้ไป จะใส่ใจ จะดูแล จะปกป้อง จะคุ้มครอง ทั้งกายและใจของเธอ ด้วยหัวใจดวงนี้ ด้วยตัวตน และด้วยชีวิตนี้ทั้งชีวิต

โดยไม่รอช้า ผมไปที่บ้านเธอทันที หวังอยากพบเธอให้เร็วที่สุด ตลอดเส้นทาง ผมร้องให้ไม่หยุด แม้คนรอบข้างจะมองอย่างสมเพศ แต่ผมไม่ใส่ใจ สายตาของใครทั้งสิ้น

ไม่ทันได้เปิดรั้วบ้าน ทันทีที่แม่ยายเห็นผมก็เดินออกมารับผมที่หน้าบ้านทันที ด้วยใบหน้าที่บ่งบอกถึงความเศร้ารันทดอย่างที่สุด เธอร้องให้สะอึกสะอื้นเข้ามากอดเอวผม ผมรู้สึกแปลกใจ เกิดอะไรขึ้นในบ้านหลังนี้

ผมเช็ดน้ำตาตนเอง แล้วถามไปว่า “เกิดอะไรขึ้น แล้วไรฮานาอยู่ไหน ?”
แม่ยายผมร้องให้หนักขึ้นไปอีก เธอตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือราวคนป่วยหนัก “ไรฮานาและลูกคุณในท้อง ไป....แล้ว”

“ไรฮานาไปไหนเมาะห์” ผมถามด้วยความไม่เข้าใจ

แทนคำตอบ เธอมองไปยังสุเหร่าด้วยสายตาที่เหม่อลอยบ่งบอกถึงความรวดร้าว หรือเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เท่าที่ชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งพึงจะเผชิญหน้ากับมันได้ และชี้ไปยังกูโบร์ ซึ่งอยู่ติดกัน

แม้พอจะเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับไรฮานา แต่ผมยังพยายามปฏิเสธความจริง และหลุดคำถามแบบคนไร้ปัญญา

“ไรฮานา มีความสุขดีไช่ไหมเมาะห์”

จากคำถามนั้น แม่ยายผมก็ทรุดลงต่อหน้าผมทันที ผมพยายามประคองร่างแม่ยาย เธอก็ได้แต่พร่ำเรียกไรฮานา และพยายามบอกให้ผมได้เข้าใจว่า ไรฮานาได้เสียชีวิตแล้ว เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา โดยหกล้มในห้องน้ำ ลูกในท้องก็ไม่ปลอดภัย ทั้งสองคนได้เสียชีวิตไปหลังจากพาไปโรงพยาบาลได้ไม่นาน

โดยก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของเธอจะหมดลง ไรฮานาได้ฝากบอกให้ขอมาอัฟต่อสามีด้วย ที่ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน เธอไม่สามารถทำให้สามีความสุขได้ เธอฝากขอมาอัฟกับความทุกข์ยากต่างๆ ที่สามีต้องเผชิญ เธอได้ร้องขอให้สามีได้โปรดให้อภัยแก่เธอด้วย.....

ผมร้องให้อย่างคนไม่รู้สึกตัว น้ำตาเปียกชุ่มไปทั้งตัว ด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างแสนสาหัส

แม่ยายยังบอกอีกว่า “ตอนที่พาไรฮานาไปโรงพยาบาล ทางเราได้ให้เพื่อนบ้านไปตามบังที่บ้านพัก แต่ก็ไม่พบใคร เขาก็ตามไปที่โรงเรียน ทางโรงเรียนก็บอกว่าบังอยู่ที่ค่ายอบรมภาษา ....”

“...เขาก็กลับมา อีกอย่างหนึ่ง ไรฮานาได้ฝากเตือนไม่ให้พวกเราไปรบกวนบังด้วย เราก็ไม่รู้จะทำอย่างไร”

ความเจ็บปวดที่ประหนึ่งมีอาวุธร้ายนานาชนิด ทิ่มแทงหัวใจ สุดแสนจะทรมาน ชีวิตผมตอนนี้เหมือนคนไร้เลือดเนื้อ น้ำตารินไหล ประดุจสายธาร ปนกับสายเลือด....

โอ้ไรฮานา...
ทำไหมเธอจากไปเร็วเช่นนี้
ทำไหมฉันจึงไม่อาจจะมอบความรักให้แก่เธอได้
ทำไหม เมื่อฉันต้องการไถ่บาปตนเอง เธอก็ชิงจากฉันไป
ทำไหม เมื่อฉันจะให้เกียรติเธอ เธอก็ทิ้งฉันไป
ทำไหม เธอจากฉันไปโดยไม่ให้โอกาสผม แม้เพียงได้ขอมาอัฟ

อัลเลาะห์ได้ลงทัณฑ์ผมอย่างหนักหนา จนสุดจะทนทานแล้ว....อัสตัฆฟีรุลเลาะห์

ที่กูโบร์ ผมได้เห็นร่องรอยหลุมซึ่งเพิ่งกลบใหม่สองหลุม อยู่ติดกัน มีเสาหินฝังเรียงคู่กัน เสาต้นหนึ่งระบุชื่อไรฮานา และวันที่เธอเสียชีวิต ..

ผมสุดจะอดกลั้นกับภาพที่ปรากฏต่อหน้า ความอาวรณ์ต่อเธอมีอย่างสุดล้นเกินจะพรรณนา ตัวผมสั่นเทา หัวใจเต้นแรงและผิดจังหวะ ... ไรฮานาจงกลับมาเถิด


และแล้วทุกอย่างก็ดับมืดลง...

Astaghfirullah

Sunday, April 03, 2011

คำสั่งเสียจากพ่อ



โอ้ลูกรัก... การเป็นผู้ให้นาซีฮัต คนอื่นนั้นทำได้ง่าย แต่สิ่งที่ยากก็คือการเป็นผู้รับนาซีฮัต เพราะนัฟซู ของคนเรามักจะไปในทางเดียวกันกับสิ่งต้องห้าม โดยเฉพาะในหมู่ผู้ที่ไควคว้าหาวิชาความรู้ ที่กำลังสละเวลาคร่ำเคร่งเพื่อให้ได้วิชามา เพียงเพื่อการยกฐานะและความยิ่งใหญ่ทางดนยา* ของตนเอง เขาคิดว่าความรู้ที่เขาได้มาจะเป็นเสมือนเกราะป้องกันภยันตรายใดๆ ที่จะมาย่างเข้าหาชีวิตเขา เขาต้องการจะเรียน เขาต้องการจะรู้ แต่เขาไม่เคยคิดที่จะปฏิบัติในสิ่งที่เขาได้เรียน และในสิ่งที่เขาได้รู้.

อิสลามสอนเราว่า เมื่อใดที่เราได้ความรู้ เมื่อนั้นเราก็ต้องมีภาระกิจที่ต้องปฏิบัติ จากวจนะของท่านศาสดา ตอนหนึ่งความว่า "ผู้ที่ต้องรับโทษทัณฑ์หนักที่สุดในวันแห่งการตอบแทนก็คือ ผู้ที่มีความรู้ แต่ความรู้ที่เขามีนั้นไม่ยังประโยชน์ใดๆ"

โอ้ลูกรัก...เจ้าอย่ามีชีวิตอยู่กับความขาดแคลนอามัล และสูญสิ้นความสามารถประกอบภารกิจการงาน จงมั่นใจเถิดว่า ความรู้ที่ไม่มีการปฏิบัตินั้น จะไม่สามารถให้ความสำเร็จใด ๆ กับใครได้ เปรียบเสมือนนักรบที่มีอาวุธประจำกายที่ครบครัน ออกไปโรมรันกับราชสีห์ ที่เข้มแข็งและดุดัน แต่อนิจจาเขาไม่สามารถนำอาวุธออกมาใช้ แน่นอนเขาก็จะถูกราชสีห์ทำลาย. ถามตัวเองเถิดว่า ตัวเราในขณะที่มีความรู้และวิชาการอยู่ไม่น้อย เราได้นำความรู้เหล่านั้นมาปฎิบัติไหม ? ถ้าไม่ ชีวิตดนยาของเจ้าก็จะไร้ประโยชน์ ในขณะที่อาคีเราะห์เจ้าก็จะถูกโทษทัณฑ์จากอัลเลาะห์

โอ้ลูกรัก... บางคืนเจ้าก็ไม่ได้หลับนอน เจ้าคร่ำเคร่งกับการอ่านหนังสือ ท่องจำตำรับตำรา อะไรคือแรงดันสำคัญให้เจ้าต้องทำเช่นนั้น ต้องการหาความยิ่งใหญ่ทางโลกหรือ ? ต้องการแข่งขันกับเพื่อนๆ หรือ ? ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็เป็นคนที่โชคร้าย แต่ถ้าเจ้าศึกษาหาความรู้ เพื่อการยกระดับแห่งกาลีมะห์ซาฮาดะห์ เพื่อการฟื้นขึ้นของซารีอะห์อัลเลาะห์ ตลอดจนการสร้างเสริมบุคลิกภาพที่ดี และการสร้างภูมิคุ้มกันจากนัฟซูที่ไม่เคยหยุดนิ่งจากการชักชวนเจ้าสู่ทางที่ชั่วร้าย เจ้าก็จะเป็นคนที่โชคดี

โอ้ลูกรัก... เจ้าจงดำรงชีวิตในแบบที่เจ้าต้องการ แต่เจ้าก็จงจำว่า ซักวันหนึ่งเจ้าก็ต้องตาย. เจ้าจงรัก ใครก็ได้ที่เจ้าชอบ แต่เจ้าก็ต้องไม่ลืมว่า ซักวันหนึ่ง เจ้าก็ต้องพรากจากกัน. เจ้าจงทำในสิ่งที่เจ้าอยากจะทำ แต่เจ้าก็ต้องตระหนักอยู่เสมอว่า เจ้าจะต้องรับผลจากการกระทำนั้น ๆ.

Monday, January 07, 2008


กุรบ่านที่ดีที่สุด

บันทึก ริมทะเลอันดามัน

ผมจอดรถที่คอกแพะท้ายเขตหมู่บ้าน และโดยทันทีก็ต้องสัมผัสกับกลิ่นมูลสัตว์ ที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนต้องใช้ผ้าปิดจมูก แต่ถึงกระนั้นก็ผู้คนมากมายแวะเวียนต่อรองราคาแพะ ผมเข้าใจว่าโดยส่วนใหญ่คงมองหาสัตว์ทำกุรบ่าน ผมเหลือบเห็นแพะตัวหนึ่งสีช๊อคโกแลต รูปร่างใหญ่โตและมีเขายาวเกินแพะทั่วไป

ในบรรดาแพะนับสิบตัว ผมดูแล้วแพะตัวนั้นดีที่สุดและสวยที่สุด จึงสอบถามราคาคนขาย คนขายบอกว่า “ตัวนี้ใหญ่ที่สุดราคา 4,000 บาท”

ได้ยินดังนั้นผมจึงต่อรองขอเป็น 3,500 บาท แต่ผมถูกคนขายตำหนิ บอกว่าต่อรองมากเกินไป ผมจึงต่อรองอีกครั้งหนึ่งให้เหลือแค่ 3,800 บาท แต่คนขายก็ยืนกรานไม่ลดให้

ผมหวังอยากได้แพะตัวนั้นมาก และคิดว่าการต่อรองน่าจะเป็นเรื่องปกติสำหรับการซื้อขาย ผมพูดกับคนขายอีกว่า “ยุคนี้น้ำมันขึ้นราคาไม่หยุด แพะไม่น่าจะขึ้นราคาตามไปด้วยนะ”

แล้วคนขายก็ตอบว่า “จริงอยู่ แพะไม่ได้กินน้ำมัน แต่แพะเดินทางมานี้ได้ก็ต้องใช้รถ รถก็ต้องใช้น้ำมัน รถไม่ได้กินหญ้าเหมือนแพะ” คนขายตอบผมด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจกับผมนัก

ผมจึงเปลี่ยนไปดูแพะตัวอื่นต่อ ที่เล็กกว่า และราคาน่าจะถูกกว่า ด้วยหวังอยากลดค่าใช้จ่ายสำหรับการกุรบ่านในปีนี้ เพราะยังมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ อีกมากที่ต้องใช้

ผมจึงถามราคาแพะตัวใหม่ที่เล็กกว่า คนขายตอบแบบห้วนๆ ว่า “ตัวนั้น 3,500 บาท”

แต่ไม่ทันที่ผมจะต่อรองราคา ก็มีผู้หญิงวัยกลางคนๆ หนึ่งเข้ามาในลักษณะการแต่งกายที่ซ่อมซ่อ ดูแล้วน่าจะเป็นเกษตรกร หรือคนรับจ้างทำไร่ทำนา

เธอเข้าไปถามราคา แพะช๊อคโกแลตตัวใหญ่ที่ผมอยากได้ในตอนแรก คนขายดูท่าขี้เกียจตอบ บอกกับเธอไปว่า “ราคา 4,000 บาท ไม่มีลดแล้ว”

ได้ยินราคาดังนั้นเธอจึงตอบไปว่า “แพงมากเลยน่ะ ลดหน่อยได้ไหม” คนขายไม่ตอบ แต่กลับชี้ให้ดูแพะตัวอื่นที่เล็กกว่า

แต่หญิงสาวคนนั้นกลับยืนกราน จะเอาแพะตัวใหญ่สุด เธอพูดว่า “ฉันอยากได้แพะตัวใหญ่สุดนั้น สำหรับทำกุรบ่านของฉันในปีนี้ ฉันอยากทำจากสิ่งที่ดีที่สุด”

ว่าแล้วหญิงสาวคนนั้น ก็ตกลงซื้อแพะตัวใหญ่นั้น โดยไม่พยายามต่อรองราคาอีก

ผมเห็นเธอหยิบถุงพลาสติกจากกระเป๋าเสื้อ เป็นถุงพลาสติกบรรจุเงินของเธอ ผมสังเกตเห็นมีเงินใบ 100 ไม่น่าเกิน 5 ใบ นอกนั้นเป็นใบ 50 กับ 20 บาท และมีเหรียญ 10 กับ 5 บาท รวมอยู่ด้วย ซึ่งกว่าจะนับครบ 4,000 บาท ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร

เมื่อนับเสร็จแล้ว เธอจึงหยิบเงินให้กับคนขาย แล้วพูดว่า “นี่เงินค่าแพะ ตัวใหญ่ที่สุดนั้น แล้วช่วยพาไปส่งที่บ้านด้วย”

คนขายก็รับเงิน และนับอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่ผมก็ยังคงยืนสังเกตุอย่างไม่ยอมให้คลาดสายตา

และแล้วคนขายก็พูดขึ้นมาว่า “มีเงินเกินไป 100 บาท” พร้อมกับหยิบเงินส่วนเกินให้กับหญิงสาวคนนั้น

แต่ผู้หญิงคนนั้นดูท่าจะตั้งใจให้เงินเกิน โดยเธอบอกว่า “เงินนั้น เป็นค่าส่งแพะไปที่บ้าน”

แต่คนขาย ก็ตอบไปด้วยความซื่อสัตย์ในอาชีพตนเองว่า “4,000 บาท ก็เป็นทั้งค่าขนส่งแล้ว เอาเงินคืนไปเถอะ ผมจะเอาเฉพาะตามราคาที่บอกไว้เท่านั้น”

เธอรับเงิน 100 บาทคืน พร้อมกับบอกถึงสถานที่ๆ จะให้คนขายไปส่ง แล้วเธอก็หันหลังกลับ

นอกจากการแต่งกายที่ดูซ่อมซ่อแล้ว พาหนะที่เธอขับมาก็เป็นมอเตอร์ไซค์รุ่นเก่า ขนาด 70 cc. ที่ไม่ค่อยจะได้พบเห็นนักแล้วในปัจจุบันนี้

ผมหันมาดูตนเอง อันตัวเรานี้ ถึงจะไม่ไช่คนรวย แต่ชีวิตก็ไม่เคยลำบาก และเดือดร้อนอะไร ในกระเป๋าผมมีเงิน ซึ่งสามารถซื้อแพะเหล่านั้นได้ไม่ต่ำกว่า 2 ตัว แต่เจตนาผมจะใช้เงินส่วนใหญ่เพื่อซ่อมบำรุงพาหนะคู่กายของตนเอง กับของใช้ส่วนตัวอื่นๆ

แพะหรือสัตว์สำหรับทำกุรบ่าน ก็คิดจะใช้เงินที่เหลือจากใช้ชื้อ “อุปกรณ์ดนยา” เหล่านั้น

ในขณะที่เธอคนนั้น ดูจากการแต่งกาย ดูจากพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง และดูจากเงินแบงค์เล็กแบงค์ย่อย ที่เธอนำมาซื้อแพะ ก็เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงฐานะของเธอทางดนยา

แต่เธอมีอีหม่านที่สูงส่ง เธอเชื่อมั่นในความโปรดปรานของอัลเลาะห์ เธอจึงไม่รีรอตัดสินใจทำกุรบ่าน จากสิ่งที่ดีที่สุดที่มี โดยไม่พะวักพะวงกับเงินที่ต้องเสียไป

เทียบกับเรา ผู้หวังมีบ้านหลังใหญ่โต มีรถคันใหม่เอี่ยม มีของใช้ที่ดูดี และราคาแพง ฯลฯ

วันนี้ ผมคิดถึงเธอ ผมนึกถึงตัวเอง ผมตั้งใจทำกุรบ่านจาก “เงินส่วนที่เหลือ” ซึ่งต่ำกว่าค่าใช้จ่ายปกติของตนเองมาก ผมใช้เงินเพื่อดนยาอย่างไม่คิดเสียดาย แต่สำหรับเพื่อ “พาหนะแห่งอาคีรัต” ผมกลับคิดมาก กลัวที่จะต้องสูญเสีย

โอ้อัลเลาะห์ ผู้ทรงคุ้มครองมนุษย์ จงทำให้บ่าวของพระองค์ ที่ไม่เคยได้สำนึกรู้ในนิกมัตทั้งหลาย ได้ตระหนักในความยิ่งใหญ่ และพึงกระทำความดี เพื่อความโปรดปรานของพระองค์.