Wednesday, August 30, 2006

สาระสุขภาพ (3)

อาหารอันตรายเมื่อท้องว่าง

คุณทราบไหมว่าเมื่อท้องของคุณว่างแล้วคุณรับประทานอาหารเข้าไป อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของคุณได้ เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะรับประทานอาหาร ควรเลือกชนิดของอาหารเสียก่อน อาหารที่ไม่ควรรับประทาน ขณะท้องว่างมีชนิดใดบ้าง มีบางชนิดที่เราแทบไม่เชื่อเลยล่ะ

กล้วย.. เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การรับประทานกล้วย ขณะท้องว่าง จะทำให้ปริมาณธาตุแมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไป เป็นการยับยั้ง การทำงานของหลอดเลือดหัวใจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อย่างยิ่ง

กระเทียม.. เพราะจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหาร ได้รับการกระตุ้นเกิด โรคกระเพาะอาหารอักเสบอย่างรุนแรง

ผัก.. การรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง จะทำให้กระเพาะอาหารเกิดอาการผิดปรกติ นอกจากนั้น ยังไม่ควรอาบน้ำ และออกกำลังกายด้วยเช่นกัน เพราะการอาบน้ำและการออกกำลังกาย ในขณะที่ท้องว่าง จะทำให้เกิดอาการช็อก เนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย

นมและนมถั่วเหลือง.. แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน แต่จะเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อกระเพาะอาหาร มีสารอาหารประเภทแป้งอยู่ด้วย

น้ำตาลหรืออาหารหวาน... ไม่ควรรับประทานอาหารหวาน หรือน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ช็อกโกแลต เพราะหากรับประทานขณะท้องว่าง จะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่งผลต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิด
และลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต

ชา...ที่แก่เกินไป ช าทำให้กรดเกลือในน้ำย่อย ในกระเพาะอาหารเจือจาง ส่งผลให้การทำงาน ของระบบย่อยอาหารลดลง และเกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ มือเท้าไม่มีแรง จิตใจไม่สงบ

ลูกพลับ.. ไม่ควรรับประทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง เพราะกระเพาะอาหารจะหลั่งกรดเกลือออกมามาก หากไปรวมตัวกับยาง และสารแขวนลอยในลูกพลับแล้วจะทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร



ไอศกรีม อาหารขยะ
ไอศกรีมบางยี่ห้อ บางผู้ผลิต ใช้ไขมันที่เหลือจากโรงฆ่าสัตว์ แทน และได้ใส่ส่วนผสมสังเคราะห์ จากสารเคมีต่าง ๆ ดังนี้
1. ไดอิธิลกลูคอล ( diethyl glucol )..สารเคมีราคาถูก ใช้ตีไขมัน ให้กระจาย แทนการใช้ ่ไข่ เป็นสารกันเยือกแข็ง ที่ใช้กันน้ำแข็ง ( anti freeze) และผสมในน้ำยากัดสี
2. อัลดีไฮด์ - ซี71 ( aldehyde-C71 ).. ใช้สร้างกลิ่น เชอร์รี่ ให้ไอศกรีมเป็นของเหลวติดไฟง่าย และยังนำไปใช้ทำสีอะนิลีน พลาสติกและยาง
3. ไปเปอร์โอรัล ( piperoral )..ใช้แทนวานิลลา เป็นสารเคมีที่ใช้ฆ่าเหาและหมัด
4. อิธิลอะซีเตท (ethyl acetate ).. ใช้สร้างกลิ่นรสสับปะรด ใช้เป็นตัวทำความสะอาดหนังและผ้าทอ กลิ่นของสารเคมีตัวนี้ ทำให้เกิดโรคปอดเรื้อรัง ตับ และหัวใจผิดปกติ
5. บิวธีรัลดีไฮด์ ( butyraldehyde) ใช้สร้างกลิ่นรสเมล็ดในผล ไม้เปลือกแข็ง เป็นสารประกอบสำคัญในกาวยาง
6. แอนนิล อะซีเตท( anyle acetate) ใช้สร้างกลิ่นรสกล้วยหอม เป็นสารทำลายใช้ล้างไขมัน
7. เบนซิล อะซีเตท(benzyle acetate) ใช้สร้างกลิ่นและรสสตรอเบอร์รี่ เป็นสารละลายไนเตรทเวลาเกิดความอยากอยากให้คิดถึงสารเคมีเหล่านี้ ทั้งสารกันเยือกแข็ง ตัวทำละลายน้ำมัน น้ำยาลอกสี ยาฆ่าเหา ยาฆ่าหมัด บางยี่ห้อมีตัวนั้น บ้างมี ตัวนี้ ไมใช ่ว่าทุกยี่ห้อ จะมีหมด ทุกตัว นะครับ นอกจากนี้สารที่ใช้ทำความหวานก็คือ แซคคาริน หรือน้ำตาลเทียม ทั้งมีสารเติมสีเติมกลิ่น ซึ่งเหล่านี้ล้วนพิสูจน์แล้วว่า มีส่วนสนับสนุนทำให้เกิดมะเร็งได้ ไอศกรีม อาหารขยะ เป็นสาเหตุโรคอาหารเป็นพิษ ถึง 98 เปอร์เซ็นต์
อย่าลืมนะครับ จะซื้ออะไรดูสักนิดเช่น

น้ำมันพืช.. มีสาร กันหืน BTH หรือเปล่า ซีอิ้ว น้ำปลา แมกก..ี้ มี สารกัน บูด (โซเดียมเบนโซเอท) หรือผงชูรส (โมโนโซเดียมกลูตาเมท) หรือไม่

ขนมปัง.. ขาวมีสารกันเสีย สารกันบูดไหม
หรืออาหารใดๆ.. ก็แล้วแต่ แวะอ่านดูฉลากสักนิด ว่า มีผงชูรส มีวัตถุกันเสีย เจือสีสังเคราะห์ แต่งกลิ่น แต่งรส หรือเปล่า แม้ อย.อนุญาตก็ตามเถอะ

ที่มา : http://www.rapidreply.net/cgi-bin/varpro/vartrack.cgi?t=mysuccess:23

สาระสุขภาพ (1)

ภัยร้ายมันฝรั่งทอด

มันฝรั่งทอด คุกกี้กรอบๆ หรือขนมสำเร็จรูปในถุงสวยๆ ทั้งหลาย ไม่ได้ทำให้อ้วนหากออกกำลังกายสม่ำเสมอ และควบคุมปริมาณอาหารที่กินในแต่ละวัน แต่อาหารเหล่านี้เต็มไปด้วยไขมันชนิดที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ให้มีโอกาสเป็นโรคหัวใจและโรคมะเร็งมากขึ้น...

ที่มา : Are You Getting Enough Fat?"
By Colleen Pierre, R.D. Reader's Digest, 2001


ผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิด

ยาคุมกำเนิด ทำให้กระดูกบางลงได้ นำไปสู่ปัญหากระดูกพรุน เมื่อแก่ตัวลง ดังนั้นหากจำเป็นต้องกินหรือฉีดยาเหล่านี้ ก็อย่าลืมหมั่นกินอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น ผักใบเขียวเข้ม ปลาเล็กปลาน้อย ฯลฯ
หรือทานแคลเซียมเสริมไว้ด้วย...

ที่มา : Canadian Medical Association Journal, October 2001


ผู้หญิงชอบดื่มพึงระวัง

คุณผู้หญิงที่ชอบดื่มพึงระวังเพราะร่างกายคุณ จะซึมซับแอลกอออล์ได้เร็วกว่าผู้ชาย ( เมาเร็วกว่า)
แล้วคุณยังมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม ได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ดื่มถึง 50% แถมยังกระดูกเปราะกว่ากันมาก
เพราะเหล้าจะเข้าไปทำลายเนื้อกระดูก(bone mass) ของคุณ...

ที่มา : Rethinking Drinking" Reader's Digest, December 2001


นั่งรถตรงไหนปลอดภัยที่สุด

นั่งรถเก๋งที่เบาะหลังตรงกลางปลอดภัยที่สุด รองลงมาคือ ที่นั่งด้านหลังทางซ้าย (หลังคนนั่งข้างคนขับ)
เพราะตามสถิติอุบัติเหตุจะเกิดทางด้านหน้า และ ด้านคนขับมากกว่า และหากมีคนนั่งรถไปกับคุณด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น จะลด อันตรายจากอุบัติเหตุการชนด้านหน้ารถลงไปด้วย...

ที่มา : The Seattle Times, November 11, 2001
(ข้อมูลจาก http://www.thaihealth.or.th/th/index_th.php )


ทานกะหล่ำปลีดิบมีพิษนะ
ในกะหล่ำปลีดิบจะมีสารพิษที่เรียกว่า กอยโตรเจน (Goibrogen) ซึ่งเป็นสารที่จะไปกันไม่ให้ต่อมไทรอยด์จับไอโอดีน ไปสร้างเป็น ฮอร์โมนไทร๊อกซิน (Thyroscine) ได้ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นคือ จะทำให้เกิดเป็นโรคคอหอยพอก แต่สารพิษเหล่านี้จะถูกทำลายได้ โดยการต้ม จึงควรรับประทานกะหล่ำปลีสุก จะดีกว่ากะหล่ำปลีดิบ


ถั่วงอกดิบมีโทษครับ
ในผักสดบางชนิดมีสารพิษที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น ในถั่วงอก มีสารพิษพวกที่เรียกว่าไฟเตต ซึ่งเมื่อกินเข้าไปจะ ไปจับแร่ธาตุบางชนิดที่อยู่ในอาหาร ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแร่ธาตุเหล่านั้นเข้าร่างกาย ร่างกายจะเป็นโรคขาดแร่ธาตุ สารพิษเหล่านี้สามารถทำลายได้โดยการต้ม จึงควรรับประทานถั่วงอกสุขดีกว่าถั่วงอกดิบ


วิธีป้องกันตะคริว
ตะคริวเกิดขึ้นเนื่องจากร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่ การดื่มน้ำและ รับประทานผลไม้สดมากๆ
จึงช่วยลดการเป็นตะคริวได้...

ที่มา : Health& Fitness Column, Detroit News,
August 22, 2001


อดนอนบ่อยๆ ระวังเป็นเบาหวาน

ร่างกายที่ไม่ได้รับการนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม จะใช้อินซูลินได้น้อยลง คนอดนอนบ่อยๆ จึงมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานสูงกว่าปกติ...

ที่มา : The Seattle Times, July 22, 2001


ตรวจฉี่ด้วยตัวเอง

ร่างกายแต่ละคนต้องการน้ำไม่เท่ากัน แพทย์แนะนำว่าควรดื่มมาก พอที่จะถ่ายปัสสาวะได้ทุกๆ 3-4 ชั่วโมง หากปัสสาวะคุณเป็นสีเหลือง เข้มกว่าปกติ แสดงว่าคุณกำลังขาดน้ำ...

ที่มา : Health & Fitness Column, Detroit News, August 22, 2001


เนยแท้ vs เนยเทียม

เนยแท้ๆ ที่ทำมาจากนม อร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกายกว่าเนยเทียม หรือมาร์การีนซึ่งไม่มีประโยชน์เลยแถมเป็นพิษต่อร่างกายอีกต่างหาก แต่ไม่ควรจะบริโภคเนยให้มากนักเพราะมากไป ก็ทำให้เป็นโรคหัวใจ และความดันได้ง่าย...

สาระสุขภาพ (2)

วิธีชะลอความแก่ 7 ประการ

เรื่องความชราที่มาเยือนนั้นเป็นไปตามวัยก็จริง แต่หนุ่มสาวสมัยนี้กลับ "แก่ก่อนวัย" ถึงเป็นที่มาของความเชื่อที่ว่า "ทุกอย่างนั้นอยู่ที่ใจ" เคล็ดลับเหล่านี้ได้จาก น.พ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ สูตินารีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
๑.ต้องไม่อยากแก่... ต้องตั้งใจคงความเป็นหนุ่มเป็นสาวเอาไว้ และต้องปฏิบัติควบคู่ไปทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ
๒.มีใจเป็นหนุ่มสาว..คือ รักอิสระ มองโลกในแง่ดีและที่สำคัญมีความหวังเสมอ หรือการคบเพื่อนที่อายุน้อยกว่าก็เป็นวิธีการที่ดี
๓.ลดความเครียด.. เลิกเอาคิ้วผูกโบได้แล้ว ลองยิ้มให้มากขึ้น ถ้าไม่รู้จะยิ้มอย่างไรก็ลองยิ้มกับกระจกเงาที่บ้านดูสิ
๔.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ.. ออกกำลังการอย่างน้อย 15 นาทีจะดี
๕.กินอาหารต้านชรา.. พยายามเลือกอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกาย เช่น พืชผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ
๖.นอนหลับเพียงพอ.. เราควรจะนอนให้เพียงพอกับร่างกาย ที่ดีที่สุดควรนอนก่อนสี่ทุ่มจะดีที่สุด
๗.ความรัก.. ความรักเท่านั้นที่จะช่วยให้คนสดชื่น กระชุ่มกระชวย ทั้งความรักของคนหรือสัตว์ ก็จะช่วยให้เราหัวใจเบิกบาน

ขนมเด็กเคลือบยาพิษ Safe Stamp ระวัง !
อันตรายจากอาหารขบเคี้ยว ข้อมูลจากการสำรวจของราชพฤกษ์โพล คณะสาธารณะสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเก็บตัวอย่างจากขนมหลายประเภท จากโรงเรียนอนุบาลและประถมศึกษา จำนวน 40 โรงเรียน ในพื้นที่17 เขตของกรุงเทพมหานคร พบว่าภัยร้ายที่แฝงอยู่ในขนมเด็ก โดยเฉพาะสารตะกั่วซึ่งเป็นพิษต่อร่างกาย ขณะเดียวกันก็ยังพบสารอันตรายอื่นๆ โดยเฉพาะเกลือโซเดียมในปริมาณมากน้อยต่างกันไป ซึ่งหากบริโภค มากจนตกค้างสะสมในร่างกาย อาจมีผลให้เส้นเลือดในสมองโป่งพองได้ 10 อันดับขนมขบเคี้ยวประเภทข้าว แป้ง ที่พบปริมาณโซเดียมสูงสุดดังนี้
1. ข้าวเกรียบปลาหมึก ตราอาริงาโตป้ง
2. ขนมทอดกรอบตราปูไทย ซองส้มเข้มป้ง
3. ข้าวเกรียบทอด ตราเอสบี รสพริกหยวกี่
4. ข้าวเกรียบกุ้ง ตราฮานามิ รสเม็กซิกันชิลลี่ษ
5. แป้งมันฝรั่งทอดกรอบ ตราโรลเลอร์ โคสเตอร์ รสหัวหอมทรงเครื่อง
6. แป้งข้าวโพดอบกรอบ ตราโจโต้ รสปลาหมึก
7. ข้าวเกรียบกุ้ง ตราคาลบี้ รสต้มยำรสแซบ
8. ข้าวเกรียบปลา ตรามโนห์รา
9. ข้าวเกรียบกุ้ง ตรามโนห์รา
10. ข้าวเกรียบรสมะเขือเทศ


โทษของน้ำต้มเดือดหลายๆ ครั้ง
น้ำประปามีแร่ธาตุหลายชนิด เมื่อต้มเดือดแล้วเดือดอีกหลายๆ ครั้ง น้ำจำนวนมากจะระเหยกลายเป็นไอ ส่วนที่เหลือ จึงมีปริมาณแร่ธาตุ ชนิดต่างๆ เข้มข้นขึ้นมาก และเกินมาตรฐานการบริโภค น้ำที่ต้มเดือดนานๆ
ไอออนของซิลเวอร์ไนเตรทที่อยู่ในน้ำ จะเปลี่ยนเป็นซิลเวอร์ไนไตรท์ ซึ่งเป็นสารที่ให้โทษแก่ร่างกาย และแร่ธาตุบางอย่างที่เป็นโทษต่อร่างกาย จะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเพราะการระเหยของน้ำ และอาจมากจนเกินขีดจำกัด ความสามารถของร่างกาย ในการกำจัดขับถ่ายออกมา จึงไม่ควรดื่มน้ำที่ ต้มเดือดแล้วหลาย ๆ ครั้ง ครับ

อาหารต้านมะเร็ง 5 ประการเพื่อการป้องกัน 1. รับประทานผักตระกูลกะหล่ำให้มาก เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักคะน้า หัวผักกาด บรอคโคลี่ ฯลฯ
เพื่อป้องกัน โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลำไส้ส่วนปลาย กระเพาะอาหาร และอวัยวะระบบทางเดินหายใจ
2. รับประทานอาหารที่มีกากมาก เช่น ผัก ผลไม้ ข้าว ข้าวโพด และเมล็ดธัญพืชอื่น ๆ เพื่อป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่
3. รับประทานอาหารที่มีเบต้าแคโรทีน และไวตามินเอสูง เช่น ผัก ผลไม้สีเขียว-เหลือง เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร กล่องเสียง และปอดำ
4. รับประทานอาหารที่มีไวตามินซีสูงเช่น ผัก ผลไม้ต่างๆ เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร และกระเพาะอาหาร
5. ควบคุมน้ำหนักตัว..โรคอ้วนมีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็ง เช่น มดลูก ถุงน้ำดี เต้านม และลำไส้ใหญ่

ผลกระทบของการอดนอน
งานวิจัยเชิงทดลอง โดยอาสาสมัครหนุ่มสาว ทดลองนอนหลับวันละ 4 ชม. เป็นเวลา 6 คืน เมื่อเจาะตัวอย่างเลือด พบว่า มีปัญหาระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นและควบคุมยาก ซึ่งเกือบจะเป็นเหมือนโรคเบาหวาน นักวิจัยยังพบว่าการอดนอนเป็นสาเหตุของโรคอ้วน โดยเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเร่งการเติบโต ซึ่งเป็นฮอร์โมนกระตุ้นการเจริญเติบโตทางกายภาพ และควบคุมสัดส่วนของไขมันต่อกล้ามเนื้อในร่างกาย
การอดนอนทำให้ฮอร์โมนนี้หลั่งน้อยลง ร่ายกายรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลต่อฮอร์โมนเลปติน ซึ่งเป็นสารที่สื่อต่อระบบประสาท ว่า ควรจะอิ่มได้เร็วหรือช้าเท่าใด ตามความต้องการอาหารของร่างกาย เมื่อระดับเลปตินลดลงจากการนอนน้อย ผู้คนจะรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น แม้จะได้กินอาหารจนได้พลังงานเพียงพอแล้วก็ตาม .
การนอนไม่พอยังส่งผลต่อเม็ดเลือดขาว และกลไกการตอบสนองภูมิคุ้มกันต่างๆ ของร่างกาย ทำให้เจ็บป่วยง่ายเมื่อเจอเชื้อโรค การนอนไม่พออาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง มีความเกี่ยวข้องกันในเรื่องวงจรการหลั่งฮอร์โมนแปรปรวน เนื่องมาจากการอดนอนและ แสงรบกวนในเวลากลางคืน ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม ฉะนั้น นอกจากเราควรจะนอนให้เพียงพอแล้ว เรายังไม่ควรเปิดไฟนอนอีกด้วย


6 อัศวินช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
ร่างกายของคนเราสามารถสร้างคอเลสเตอรอลได้เองอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าเรารับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
ระดับคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ก็จะมีสูงขึ้นตามไปด้วย เสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดอุดตัน และหัวใจวายแน่นอน อาหารบางอย่างมีคุณสมบัติ ช่วยควบคุมคอเลสเตอรอลได้ เป็นอย่างดีเยี่ยม 6 อัศวินตัวสำคัญนั้นคือ
1.มะเขือต่างๆ..
2.หอมหัวใหญ่..
3.กระเทียม
4.ถั่วเหลือง..
5. แอปเปิล..
6.โยเกิร์ต
วันใดมื้อใดที่คุณมีเมนูอาหารซึ่งอุดมไปด้วยไขมันมากๆ ก็ควรรับประทานอัศวินตัวหนึ่งตัวใดเพื่อควบคุมไขมัน.

Sunday, August 27, 2006

นอนท่าไหน ?

นอนหงาย:
1. กางแขนกางขา: ช่างรักอิสระเสรี อะไรขนาดนั้น ท่านอนบ่งบอก ความเป็นตัวของตัวเอง อย่างแรง รักความสะดวกสบาย รักสวยรักงาม จับจ่ายใช้สอย สุรุ่ยสุร่าย แต่ก็หาเงินเก่งพอๆ กัน ที่แย่หน่อยคือ ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน และสนุกกับ การตั้งสโมสร ซะด้วยซิ...

2. นอนเอาขาไขว้กันแบบไขว่ห้าง:
ท่านว่า คนที่นอนท่านี้ ไม่ค่อยกล้ายอมรับ ความเปลี่ยนแปลงใดได้ง่ายๆ แถมยังชอบ หมกมุ่นอยู่กับ เรื่องของตนเอง รักที่จะอยู่คนเดียว ข้อดีก็คือ ช่างมีน้ำอดน้ำทน กับเรื่องรอบๆ ตัวได้ดีจริงๆ

3. นอนเอามือไพล่ประสานกัน รองศรีษะ: เขาว่า คนนอนท่านี้เป็นนิจ เป็นคนฉลาด ปราดเปรื่อง ปัญญาเฉียบแหลม ชอบเรียนรู้ สิ่งใหม่ๆ ไม่รู้จบ บางครั้ง ก็มีความคิด แปลก แหวกแนว ที่ชาวบ้านตามไม่ทัน เป็นคนน่ารัก ที่ให้ความสนใจครอบครัว อยู่เสมอ... แต่มันสำคัญที่ว่า... ช่างเป็นคนที่ รักคนยาก ซะเหลือเกิน... ช่างเลือกเกินไปหรือเปล่า?

นอนคว่ำ:
4. นอนคว่ำ: ถ้านอนท่านี้ ได้ทั้งคืน ก็ให้รีบสำรวจได้แล้วว่า เป็นคน ใจคอคับแคบ หรือเปล่า มักจะเอาแต่ใจตนเองเป็นใหญ่ และต้องการให้ ใครต่อใคร ทำตามความต้องการของตัวเองอยู่เสมอๆ แถมยังเป็น คนสับเพร่า จับจดเสียด้วยนะ........รีบเปลี่ยนท่านอนซะเถอะ

นอนตะแคง:
5. นอนตะแคง: ท่านี้ เป็นท่านอนของคนที่ มีความเชื่อมั่นในตัวเอง และไม่ว่าจะทำงานอะไร ก็มักจะก้าวไปสู่ความสำเร็จ ด้วยความอุตสาหะ มานะ พยายาม อย่างสม่ำเสมอ ยิ่งไปกว่านั้น ท่านว่า คนที่ชอบ นอนตะแคงขวา เหยียดแขนขวา ไปเหนือศรีษะละก็... อำนาจ วาสนา ดีนักแล...?

6. นอนตะแคงงอขาขึ้นข้างหนึ่ง: ไม่ดีละมั้ง... ท่านว่า ขี้ระแวง สงสัยอยู่ไม่สร่าง โดยไร้เหตุผล จู้จี้ขี้บ่นไม่รู้เวลา นอกจากจะขาด ความเป็นตัวของตัวเองแล้ว อาจจะพาลเป็น โรคประสาทได้ง่ายๆ... ทั้งตัวเอง และคนข้างเคียงน่ะแหล่ะ!

7. นอนงอตัว: นี่ก็อีกคน... น่าจะเป็น คนขี้อิจฉาตาร้อน กลัวใครเขา จะได้ดีไปกว่าตนซะหมด พูดง่ายๆ ก็คือ ค่อนข้างจะเป็น คนเห็นแก่ตัวอย่างแรง แถมยัง เจ้าคิดเจ้าแค้น ชอบพยาบาทรุนแรงด้วยนะ... ระวังหน่อย!

8. นอนทับแขนตัวเอง: คนนี้ตรงกันข้ามกับ คนนอนงอตัว ท่าที่ 7 เลย... ช่างสุภาพอ่อนโยน จริงใจ เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก อะไรจะปานนั้น... แต่ดูเหมือน จะมีกรรมมาบัง เพราะเขาจะเป็นคนที่ ขาดความมั่นใจในตนเอง และขาดความอบอุ่นในชีวิต.. น่าสงสารนะ

ท่าพิสดาร:
9. นอนคุดคู้: เป็นคนขี้เหงาอย่างแรง ซึมเศร้าง่าย เพราะไปฝังใจกับเรื่องเศร้าๆ เรืองผิดหวัง หรือสูญเสียในอดีต เป็นคนขี้ระแวง และมีความลังเล ไม่มั่นใจอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้สึกว่า ขาดความรักความอบอุ่น.. เติมเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม

ท่าพิสดาร:
10. นอนคลุมโปง: เชื่อไหมว่า ภายนอก เขาคนนี้อาจจะดูผึ่งผาย น่าเชื่อถือมาก แต่ลึกลงไปแล้ว เขาขี้อาย จิตใจอ่อนแอ... เขาชอบมีความลับ และเก็บความลับเก่งด้วยนะ มีอะไร ก็จะแอบเก็บไว้ในใจ แล้วเก็บเอาไปกังวล วุ่นวายใจ วนเวียนอยู่กับปัญหานั้น คนเดียว ไม่รู้จบรู้สิ้นสักที... ไม่รู้ว่า นอนขมวดคิ้วนิ่วหน้า ด้วยรึเปล่า?

พรสวรรค์พิเศษ ห้ามลอกเลียนแบบ:
11. นอนเอามือจับอวัยวะเพศของตัวเอง: คนนี้มาแปลก... ท่านว่า จะชอบหมกมุ่น อยู่ใน กามารมณ์ มีความต้องการทางเพศสูง ใจร้อน โกรธง่ายหายเร็ว รักใครหลงใครละก็ เป็นได้หัวปักหัวปำ แบบกู่ไม่กลับ ทั้งๆ ที่เป็น คนมีสติปัญญา เฉลียวฉลาด อยู่หรอกนะ

พรสวรรค์พิเศษ ห้ามลอกเลียนแบบ:
12. นอนละเมอ: จะซีเรียสอะไรกันได้ขนาดนั้น ก็ไม่รู้... เขาเป็นคนคิดมาก ยังฝังจิตฝังใจกับ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ ไม่ยอมลีม... สังเกตดีๆ จะเห็นว่า เขาขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง และจะคล้อยตามคนอื่นอยู่เสมอ... ถ้าเขาละเมอบ่อยมาก และรุนแรงขึ้นละก็ น่าจะเตือน ให้เขาปรึกษาแพทย์ หรือผู้รู้ซะได้แล้ว

พรสวรรค์พิเศษ ห้ามลอกเลียนแบบ:
13. นอนกัดฟัน: นี่ก็คนเก็บกด... โบราณว่า เป็นคนอาภัพ ซึ่งเขาอาจจะ คิดไปเอง ก็เลยอมทุกข์ เก็บกดความทุกข์ไว้ในใจ หน้าฉากอาจจะดูรื่นเริง แต่แอบไปนอนกัดฟันกรอดๆ ทุกคืน... ปล่อยวางซะบ้างเถอะ จะเอาอะไรกันนักหนากับชีวิต

พรสวรรค์พิเศษ ห้ามลอกเลียนแบบ:
14. นอนอ้าปาก: ชวนเขา ไปตรวจสุขภาพร่างกายบ้างเถอะ เพราะ โบราณท่านว่า คนนอนท่านี้ มักจะมีโรคภัยเบียดเบียน ให้สุขภาพไม่แข็งแรง เดี๋ยวจะพาลอายุไม่ยืนซะเปล่าๆ

พรสวรรค์พิเศษ ห้ามลอกเลียนแบบ:
15. นอนลืมตา ถ้าไม่ได้เป็นผลมาจาก ทำตา 2 ชั้น ละก็ ท่านให้ระวัง จะถูกใส่ร้าย ใส่ความ หรืออาจจะ เกิดอุบัติเหตุได้ เตือนๆ ให้ระมัดระวัง รอบคอบ อย่าประมาท ก็แล้วกันนะ

Tuesday, August 22, 2006

มองโลกในแง่ดีบ้างซินะ

คนเราหากรู้จักมองโลกในแง่ดี อะไรร้าย ๆ ก็จะกลายเป็นดี แม้แต่คำด่า หรือคำสบถ ก็สามารถแปรเปลี่ยนเป็นคำชมได้



" เหี้ย "
คุณเป็นคนที่มีความอดทน , ไม่เรื่องมาก , ไม่เลือกกินหากคุณโกรธคุณก็จะดุดัน แต่คุณมักไม่ระรานผู้อื่นก่อนคุณว่ายน้ำเก่ง ดำน้ำเก่ง แถมยังปีนต้นไม้เก่งอีกด้วย...ญาติคุณที่ฟิลิปปินส์ ถือได้ว่าเป็นนักล่าตัวฉกาจเลยทีเดียว


" ต่ำ " , " สถุล " , " ไพร่ " , " สลัม "
คุณเป็นคนติดดิน ทำอะไรก็ได้สบาย ๆ ชิว ๆคุณอาจจะไม่ได้รวยล้นฟ้า แต่ก็พอใจในชีวิตตนเองคนที่อยู่สูงกว่าคุณใช่ว่าจะดีกว่าคุณเสมอไปและคุณยังเป็นคนที่ดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง



" ควาย "
คุณเป็นคนที่มีความอดทน รูปร่างกำยำล่ำสันคุณถือได้ว่าเป็นวีรบุรุษของชาติ เพราะบรรพบุรุษของคุณเคยออกไปฝ่าดงธนู สู้รบปรบมือกับทหารพม่ามาแล้วคุณเป็นคนกตัญญูรู้คุณคนอื่น ฉลาด และอ่อนโยนหากถึงเวลาสู้ขึ้นมา คุณก็จะฮึดสู้สุดใจขาดดิ้น...

" หยาบคาย " , " ถ่อย "
คุณเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม รักใครรักจริงมีอะไรก็ไม่ปิดบัง พูดซึ่ง ๆ หน้า ไม่ต้องว่ากันลับหลังคุณซื่อตรงต่อจิตใต้สำนักและเป็นตัวของตัวเอง...แต่บางครั้ง...คุณก็ต้องรักษาน้ำใจของผู้อื่นบ้าง



" หน้าส้นตีน "
คุณเป็นคนที่มีความอดทน คุณอาจจะหน้าตาไม่ดี ผิวพรรณอาจจะหยาบกระด้างไปบ้าง แต่ก็มีคุณงามความดี เผ่าพันธุ์มนุษย์จะไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ หากไม่มีคุณอาจจะเป็นเพราะทำบุญปิดทองหลังพระ จนไม่มีใครสนใจแต่ซักวันต้องมีคนเห็นความสำคัญของคุณอย่างแน่นอน ...ปล. ปัจจุบันมีสปาสำหรับคุณโดยเฉพาะแล้วอีกด้วย

" บ้ากาม " , " ลามก " , " หื่น "
หากไม่มีคุณ เผ่าพันธุ์มนุษย์คงสูญพันธุ์ไปนานแล้วคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญ ( กูรู ) ผู้รอบรู้เรื่องเพศศึกษาทฤษฎีก็แน่น พร้อมที่จะปฎิบัติงานจริง ไม่ต้องลีลาคุณบางคนอาจจะเก่งกว่าสูตินารีแพทย์เสียอีก...



" สัตว์!! "
คุณเป็นคนที่มีจิตใจ มีเลือด มีเนื้อ มีจิตวิญญานคุณเป็นสิ่งมีชีวิต คุณรู้จักรัก , ห่วงใย และการต่อสู้อันที่จริงมนุษย์ก็ถือเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่อัพเกรดแล้วคุณคงไม่ชอบให้ใครมาเรียกว่า " ไอ้สิ่งของ " หรอกนะ

" โรคจิต " , " วิปริต " , " บ้า "
คุณเป็นคนที่แปลกแยกไปจากคนอื่น คุณเป็นตัวของตัวเองคุณอาจจะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม แต่คุณก็รู้จักที่จะใช้ชีวิตในแบบของตนเอง ไม่ต้องไปตามก้นใคร...( แต่ก็ควรใช้แบบมีขอบเขต ก่อนจะโดนจับเข้าคุก )



" ดอกทอง "
ปัจจุบันคุณรู้ไหม ทองราคาบาทละเท่าไหร่ ??อย่างที่เขาว่า " มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่ "อย่างน้อยคุณก็ดูดีมีระดับกว่า ดอกเงิน กับ ดอกทองแดง



" แรด "
คำนี้ผู้ชายไม่ค่อยชอบใช้ ปกติจะตกอยู่กับผู้หญิงหรือไม่ก็เพศที่ 3 มักจะพูดคำนี้...คุณเป็นคนที่อดทนแข็งแกร่ง คุณอาจจะโผงผาง แต่ก็มีความอ่อนโยนในตนเอง" ไปแรด " หมายความ คุณกำลังจะออกไปเผชิญโลกกว้าง !!

................

Monday, August 21, 2006

ทัศนคติบอด

นายชนะโทรไปบริษัทนี้เป็นหนที่สองในรอบสัปดาห์นี้. บริษัทนี้เป็นลูกค้ารายใหม่ที่เขากำลังติดตามเรื่องอยู่
เสียงของโอเปอร์เรเตอร์ซึ่งรับสายด้วยเสียงที่เป็นมิตร และอ่อนโยนกล่าวว่า "สวัสดีคะบริษัทเอบีซีอิงค์ ยินดีต้อนรับคะ "

คุณชนะกล่าวว่า " ผมขอเรียนสายกับคุณสมจิต ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์หน่อยครับ"

โอเปอร์เรเตอร์กล่าวทักขึ้นมาว่า " นั่นคุณชนะใช่ไหมคะ"

นายชนะรู้สึกแปลกใจความสามารถในการจดจำเสียงของพนักงานคนนี้ได้ เขากล่าวตอบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความประทับใจ

"ใช่แล้วครับ ขอบคุณที่จำได้ครับ " เธอกล่าวว่า

"ยินดีคะ ดิฉันจะโอนสายให้นะคะ " หลังจากที่ชนะสนทนาเรื่องงานกับสมจิตจบ นายชนะจึงถามสมจิตขึ้นมาว่า "คุณสมจิต ผมขอชมพนักงานรับโทรศัพท์ของคุณหน่อยครับ เธอเก่งจริงๆเลยที่จำเสียงผมได้
เป็นการให้บริการที่เกินความคาดหวังของผมจริงๆเลยครับ

ผมเองไม่ได้เป็นลูกค้าประจำ และก็ไม่ได้โทรมาบ่อยๆ ขนาดที่เธอจะจำเสียงผมได้ด้วย เธอมีเคล็ดลับอะไรครับ" สมจิตพูดว่า " เธอชื่อเรณูคะ เธอได้รับคำชมอย่างนี้บ่อยๆ หากคุณฟังเรื่องของเธอมากขึ้นกว่านี้คุณจะยิ่งประทับใจ สนใจฟังไหมละคะ"

นายชนะรีบกล่าวตอบด้วยความกระตือรือร้นว่า "สนใจสิครับ ช่วยกรุณาเล่าให้ฟังหน่อยครับ " สมจิตเริ่มต้นเล่าอย่างอารมณ์ดี "คุณเรณูเธอตาบอดคะ เธอจึงต้องอาศัยการฟังเพียงอย่างเดียว ทำให้เธอสามารถจดจำชื่อคนได้ดี เธออาศัยอยู่ที่สมุทรปราการและมาทำงานที่ออฟฟิศนี่ ซึ่งอยู่แถวดอนเมือง ซึ่งถือว่าไกลมากโดยเฉพาะสำหรับเธอ ซึ่งต้องเดินทางโดยรถเมล์เหมือนคนปกติ ส่วนใหญ่ก็จะมีคนตาดีอย่างพวกเราที่คอยช่วยดูสายรถเมล์ และส่งเธอขึ้นรถให้ เธอไม่เคยมาสายเลย และก็ไม่เคยเรียกร้องขอรถรับส่งแต่อย่างใด ไม่เหมือนพนักงานปกติของพวกเราหลายคน

ตอนที่เราย้ายสำนักงานจากในเมือง ต้องขอรถรับส่งให้ด้วย แถมหลายๆคนที่มีรถส่วนตัวก็ยังมาทำงานสาย พร้อมกับเหตุผลสารพัด คิดแล้วอายแทนคนตาดีเลยคะ" เธอหยุดเว้นจังหวะสักครู่ก่อนจะเล่าต่อว่า
"คุณเรณูมีทัศนคติที่ดีมากๆกับงานของเธอ เธอเคยเล่าให้ดิฉันฟังว่าสำหรับเธอแล้ว การรับโทรศัพท์ไม่ใช่งาน แต่มันคือชีวิต เงินเดือนที่บริษัทให้กับเธอ ทำให้เธอสามารถเลี้ยงตัวเอง และครอบครัวได้อย่างดี นอกจากนี้เธอยังมีเงินเหลือกว่าครึ่งสะสมไว้อีก ที่จริงแล้วเพื่อนคนตาดีหลายคนเคยหยิบยืมจากเธอในยามฉุกเฉิน

คุณเรณูกล่าวว่าบริษัทเรา เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และสังคมมอบโอกาส ให้เธอได้พิสูจน์ว่าเธอมีคุณค่าและสามารถมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ประโยชน์ ให้กับสังคมได้ เธอบอกว่าเธอพยายามทำงานของเธออย่างสุดความสามารถ ซึ่งรวมทั้งพยายามจำชื่อของผู้ที่โทรเข้ามาด้วย

เธอบอกว่าทุกคืนก่อนเข้านอน เธออยากรีบนอนไวๆ เพื่อจะได้รีบตื่นขึ้นมาทำงาน เธออดใจรอจะมาทำงานไม่ไหว แหมอย่าหาว่าดิฉันบ่นเลยคะ แต่พวกตาดีๆอย่างพวกเรากลับภาวนา ให้ถึงวันหยุดเร็วๆเสียนี่กระไร" คุณสมจิตจบเรื่องด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ อย่างคนอารมณ์ดี

เมื่อชนะมาเล่าเรื่องนี้ให้กับผมฟังในรถระหว่างที่เราเดินทางไปพบลูกค้าที่นวนคร ผมจึงเสริมความเห็นของผมไปว่า " เราน่าจะเล่าเรื่องนี้ให้คนที่มาเข้าอบรม กับเราฟังบ้างนะ บ่อยครั้งเรามักจะได้ยินคนบ่นว่างานหนัก หรือไม่ก็ปัญหาเรื่องงานมีมาก สิ่งที่คุณเรณูมีแตกต่างกับเรา ไม่ใช่ว่าเธอตาบอดหรอกครับ ความจริงพวกเราต่างหากที่บอด"

Sunday, August 20, 2006

รักหรือ ! เด็กโง่



รัก.......... แท้..เป็น..................ตำนาน
รัก..... สิ้นลมปราน..เป็น........บทประพันธ์
รัก........... ไม่แปรผัน..เป็น..........นิยาย
รัก........... จนวันตาย..เป็น..........นิทาน
รัก........... จนวันตาย..เป็น..........นิทาน
รัก........... ตลอดกาล..เป็น..........ละคร
รัก...... อยู่ทุกตอน..เป็น......ละครน้ำเน่า
รัก.........ไม่เคยเก่า..เป็น.......จริงช่วงแรก
รัก........... ในความแปลก..เป็น.....คำฮิต
รัก........... ด้วยชีวิต..เป็น.............ลิเก
รัก....... ไม่โลเล..เป็น............ความฝัน
รัก.......... เธอนิรันด์..เป็น..........ชื่อเพลง
รัก........ นะตัวเอง..เป็น...........เด็กอมมือ
รัก............ ซื่อสัตย์..เป็น.............คำลวง
รัก.........หมดทรวง..เป็น..........คำติดปาก
รัก............ เธอมาก..เป็น............คำฮอต
รัก.......เดียวตลอด..เป็น........ไปไม่ได้!!!!!

Saturday, August 19, 2006

สายใยรัก (1)


บันทึกจากสายใยรัก

ไช่ว่าจะมีแค่เราเท่านั้นที่เดียวดาย
ยังมีใครและใครอีกหลายคน ที่เศร้าไม่ต่างจากเรา
หรืออาจจะมากกว่าเรา สิ่งที่ฉันจะบอกเธอก็คือว่า...
เศร้าใจไปใยกับวิกฤติทั้งมวล
ช่วงเวลานั้นต้องผ่านไปในเร็ววัน.บนเส้นทางชีวิตของคนเรา
แม้จะอ้างว้าง ไม่ราบเรียบ แต่ก็ยังอีกยาวไกล บนเส้นทางนั้น เรามิอาจหลีกพ้น
จากความรัก ความชิงชัง ความเมตตาปราณี และความไม่ใยดีต่อกัน

Friday, August 18, 2006

มะเร็งชอบคนแบบไหน ?



มะเร็งชอบคนแบบไหน ??


เมื่อเอ่ยถึงมะเร็งคนร้อยทั้งร้อยเป็นต้องกลัว ดังนั้นจะทำอย่างไรดีจึงจะมีสุขภาพดีปลอดภัยจากมะเร็งกัน เรามาดูกันดีกว่าว่าคนแบบไหนบ้างที่มะเร็งชอบไปอยู่กับคนประเภทไหนกันบ้าง

คนแพ้อะไรง่าย ชื่อก็บอกว่าแล้ว ขี้แพ้ เลยพาลแพ้มะเร็งไปด้วยไงล่ะ นักวิจัยสหรัฐ ได้สำรวจพบกว่าเกือบ 4 หมื่นคนที่แพ้ยาหรือสารเคมีง่าย จะมีโอกาสเป็นมะเร็งง่ายกว่าคนไม่แพ้อะไรเลยเช่น ผู้หญิงมักจะเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าคนปกติ 30% ผู้ชายเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากสูงกว่าคนปกติ 41%

คนนอนดึก แม้ว่าปัจจุบันยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของมะเร็ง แต่ที่น่าเชื่อถือ คือการนอนหลับไม่พอ เป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งต่อการเป็นมะเร็ง เพราะเซลมะเร็งที่ผิดปกติและเกิดขึ้นกระทันหันจะเจริญเติบโตได้ดีในช่วงกลางคืน คนที่นอนไม่พอ ยังควบคุมการเกิดเซลพวกนี้ได้ยาก และคนนอนดึก ยังต้องดื่มกาแฟหรือสูบบุหรี่ เพื่อให้ตื่นตัวตลอด ยิ่งมีโอกาสเป็นมะเร็งมากขึ้น

คนอ้วน ข้อมูลของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ระบุว่า ผู้หญิงอ้วนมีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้มากกว่าผู้หญิงรูปร่างปกติ 2 เท่า สถาบันมะเร็งสหัฐ ก็รายงานว่า ผู้หญิงอ้วน เป็นมะเร็งเต้านมสูงกว่าผู้หญิงปกติ 4-6 เท่า

คนขาดวิตามิน คนที่มีวิตามินในร่างกายน้อย มีโอกาสเป็นมะเร็งสูง เช่น คนขาดวิตามินเอ เสี่ยงต่อมะเร็งกระเพาะ 3.5 เท่า คนขาดวิตามินซี มีโอกาสเป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งต่อมหมวกไต มากถึง 2 เท่า คนขาดวิตามินอี มีโอกาสเป็นมะเร็งผิวหนังมะเร็งกระเพาะ มะเร็งช่องปาก

คนมีคลอเลสเตอรอลต่ำเกินไป คนที่มีคอเลสเตอรอลสูงไปก็เป็นโรคหัวใจ ต้องลดลง จึงปลอดภัย แต่คอเลสเตอรอล เป็นสิ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้และเป็นกองกำลังต้านทานโรค รายงานนักวิจัยชาวอังกฤษ พบว่าปัจจัยเสี่ยงต่อการตายของหญิงวัยกลางคนที่สำคัญ คือมีคอเลสเตอรอลต่ำเกินไป ดังนั้น จึงควรพยายามรักษาระดับ คอเลสเตอรอลให้อยู่ในสมดุลไม่มากไม่น้อยเกินไปจึงเป็นการดีที่สุด

ดื่มชาร้อนเข้มข้นบ่อยๆ คนที่ดื่มชาอุณหภูมิสูง(เกิน 80 องศาเซลเซียส) มีโอกาสเป็นมะเร็งหลอดอาหาร เพราะสารแทนนินในใบชา จะไปทำลายเนื้อเยื่อในหลอดอาหาร กระตุ้นให้เกิดเซลผิดปกติ

คนเป็นความดันโลหิตสูง แม้จะพูดไม่ได้ว่า ความดันโลหิตสูงเป็นเหตุให้เป็นมะเร็ง แต่ทั้ง 2 โรคมันมีอะไรเหมือนๆ กัน คืออ้วน ติดสุรา รับประทานอาหารเค็มจัด

คนอั้นปัสสาวะ ในน้ำปัสสาวะ มีสารชนิดหนึ่งที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ทำลายเนื้อเยื่อกระเพาะปัสสาวะผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ตอนที่ปัสสาวะหรืออุจจาระ จะมีของเสียออกมามาก รวมทั้งสิ่งที่ก่อให้เกิดมะเร็ง จึงอย่าอั้นปัสสาวะบ่อย

คนไม่ดื่มนมเปรี้ยว นมเปรี้ยวมีแบคทีเรียที่ช่วยลดการดูดซึมไขมัน ถ้าดื่มทุกวันจะเพิ่มระดับสารอาหารและมีภูมิคุ้มกันดีขึ้น ยังลดโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมด้วย

Sunday, August 13, 2006

เพือน


คลิ๊กที่รูปภาพ เพื่อขยายให้ใหญ่ขึ้น

Sunday, July 23, 2006

ข้อปฎิบัติที่ทำให้ผู้หญิงดูน่ารัก

คือเรื่องจริงที่ได้รับการพิสูจน์จากสถาบันวิจัยชั้นนำทั่วโลกมาแล้ว
01. น่ารัก
02. ไม่เรื่องมาก
03. ไม่ใจง่าย
04. งอนพอเป็นพิธี
05. ขี้เล่น
06. ชอบเอาใจ
07. จบวิชาทำตาหวาน
08. หัดทำตัวคิกขุซะบ้าง
09. ให้โลกได้รู้ว่ายังมีสาวไร้เดียงสาอยู่
10. สวย
11. ฉลาด
12. มองโลกในแง่ดี
13. ร่าเริง
14. แจ่มใส
15. ติงต๊องได้
16. ทำหน้าเอ๋อได้
17. แต่ไม่บ้า
18. รักธรรมชาติ
19. รักมวลหมู่นก
20. รักสัตว์น่ารักๆ
21. อย่ารัก ตะกวด ก่ะ งู ขอร้อง - -''
22. อย่าเว่อร์
23. แมงสาบตัวเดียว ก็ทำบ้านถล่ม อย่างงี้ไม่เอา
24. สัตว์เล็กๆน้อยๆ กลัวได้แต่พองามจะทำให้เจ้างามยิ่งขึ้น
25. เพราะมันดูแล้วน่าปกป้อง
26. ไม่เล่นกล้าม - -''
27. กินง่าย
28. ทำอะไรง่าย
29. แต่ไม่ปล่อยตัวง่ายๆ
30. อ้อนเก่ง
31. แต่ไม่อ้อน ตี น
32. ง้อเก่ง
33. แต่อย่า ง้อด้วย ตี น - -"
34. ไม่ดุ
35. ไม่ใช้กำลัง
36. ใช้ปัญญาในการตัดสิน
37. เชื่อฟังพ่อแม่
38. นอบน้อม
3 9. ถ่อมตน
40. อย่าพูดมากจนเกินความจำเป็น
41. ปาก กับกระเพาะ ไม่ใช่เครื่องแยกสารอาหาร
42. ชอบท้องฟ้า
43. ชอบดาว
44. ชอบสิ่งสวยงามได้ทุกอย่าง
45. อย่าชอบอะไรที่แฟนตัวเองไม่ชอบ อย่าออกอาการได้ป่ะ - -''
46. พูดเพราะ
47. ยิ้มเก่ง
48. หัวเราะ พอเป็นพิธี
49. ไมได้จบจากสถาบันการก่อการร้าย
50. ใจบุญ
51. ไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ
52. มองโลกเป็นสิ่งที่สวยงาม
53. เชื่อในความรัก
54. มีความหวัง
55. ไม่โรคจิต
56. ไม่ชอบเล่นมีด คัตเตอร์ และปืน
57. รวมถึงอุปกรณ์ อาวุธสงครามทุกชนิด - -"
58. เป็นตัวของตัวเอง
59. ไม่ต้องเลียนแบบใคร
60. มีคำว่า"แฟชั่น" อยู่ในหัวโดยที่ไม่ต้องมาจากหนังสือ
61. ไม่ตามกระแส
62. เงิน ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต
63. รู้จักแต่งตัวให้เข้ากับใบหน้า สถานการณ์
64. ใช้เสียงได้ในระดับพอเหมาะ
65. ไม่เอาแต่ใจ
66. ไม่เจ้าอารมณ์
67. ขยัน
68. ใช้เงินอย่างฉลาด
69. ชอบฟังเพลง
70. ชอบอ่านหนังสือ
71. ไม่เอาหนังสือ กับ สเตอริโอ ทุ่มใส่สามี เมื่อทะเลาะกัน - -"
72. ไม่เป็นฝ่ายชวนทะเลาะ
73. รู้จักให้อภัย
74. มีความเป็นผู้หญิงสูง
75. กุลสตรี น่ะรู้จักมั้ย?
76. เป็นงานบ้าน
77. เป็นงานเรือน
78. ทำอาหารอร่อย
79. ไม่ยั่วยวนจนเกินงาม
80. ไม่ชอบถูกข่มขืนและความรุนแรง
81. ไม่ขี้หงุดหงิด
82. ไม่เอาเรื่องเล็กมาทำเป็นเรื่องใหญ่
83. ไม่ฆ่าตัวตาย
84. ไม่จมปลักอยู่กับความเศร้า
85. ร้องไห้ เพื่อให้ตัวเองเข้มแข็งในวันพรุ่งนี้
86. ไม่หักหลัง
87. ยอมรับความจริง
88. ไม่งี่เง่า
89. เชื่อในคำพูดของคนที่รัก
90. มีอารมณ์ขัน
91. มีจุดมุ่งหมายในชีวิต
92. มีความฝัน
93. มีจินตนาการ
94. และกล้าลงมือทำ
95. เป็นคนใจดี ไม่ใช่ผู้หญิงใจร้าย
96. อุทาน ได้น่ารัก เมื่อตกใจ
97. ไม่ตอแหล โกหก หลอกลวง
98. แยกออกระหว่าง SEX และความรัก
99. มีความเป็นอิสระ
100. ให้อิสระ กับสามีตัวเองในอัตรา ที่พอเหมาะ พอควร และสมน้ำสมเนื้อ
101. จุดอ่อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้หญิงในเรื่องความรัก คือ"ก า ร คิ ด ม า ก".. +!!

อ่านแล้วก็สำรวจตัวเองโดยด่วน ถ้าไม่มีเลยแม้แต่ข ้อเดียว"ไปตายซะ"
ถ้ามี 1-25 ข้อ คุณคงเคยชินกับการอยู่คนเดียวแล้วซินะ ทำต่อไปเถอะ
ถ้ามี 26-50 ข้อ คุณเป็นคนธรรมดาที่โลกขี้เกียจจำ แต่พยายามเข้าเถอะ อนาคตยังสดใส
ถ้ามี 51-75 ข้อ คุณก็เป็นคนน่ารักอยู่แล้วหนิ จะรออะไรอีกหล่ะ รีบหาหนุ่มมาควงได้แล้ว
ถ้ามี 76-100 ข้อ แล้วคุณยังไม่มีแฟน แสดงว่าคุณเป็นคนช่างเลือกหรือเล่นตัวอย่างร้ายกาจที่สุด จะแกล้งผู้ชายให้คลั่งไคล้ไปถึงไหนกัน
ถ้ามีครบทุกข้อ ให้โลกแตกยังง่ายกว่าการที่คุณจะอกหัก หรือไม่มีแฟน
แต่ถ้าไม่มีจริงๆ "เบอร์โทรศัพท์คุณเบอร์อะไรครับ"

Thursday, July 13, 2006

ก้อนหินวิเศษ

นานมาแล้ว ได้ยินมาว่ามีหินวิเศษอยู่ชนิดหนึ่ง ถ้าผู้ใดที่ได้ครอบครอง จะสามารถนำไปแตะกับสิ่งของอะไรก็ได้ สิ่งนั้นจะกลายเป็นทองคำ ทำให้ชายผู้หนึ่งเกิดความสนใจ อยากจะเปลี่ยนแปลงชีวิตให้เป็นคนร่ำรวยขึ้นมา จึงตามหาหินก้อนนั้นเป็นการใหญ่

เมื่อตามหาจนถึงชายหาดแห่งหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยก้อนหิน เขาตัดสินใจเก็บหินขึ้นมาดูทีละก้อน ถ้าก้อนไหนไม่ใช่ก็จะขว้างมันลงทะเลไป เขาใช้ความพยายามอยู่นาน จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ก้อนแล้วก้อนเล่าก็ยังไม่ใช่สิ่งที่เขาค้นหาอยู่ดี

และในที่สุดความพยายามของเขาก็ประสบความสำเร็จจนได้ เขาได้พบกับหินวิเศษจริงๆ แต่ไม่ทันที่เขาจะได้คิดอะไร เขาก็ขว้างมันลงทะเลไปเหมือนหินก้อนที่ผ่านๆ มา เขาตกใจมาก ถึงกับรำพันออกมาว่า "ต้องเริ่มต้นใหม่อีกแล้วหรือเนี่ย"
ในชายหาดนั้น จะมีหินวิเศษชนิดนี้สักกี่ก้อนกันเชียว เหตุผลที่ทำให้ชายคนนี้ละทิ้งสิ่งที่เขาค้นหามานานก็คือ "ความเคยชิน" นั่นเอง

บ่อยครั้งที่เราพยายามค้นหาสิ่งที่ต้องการมาตลอดชีวิต จนกระทั่งวันหนึ่งที่เรามี "โอกาส" พบมันแล้ว แต่ด้วย "ความเคยชิน" ในชีวิตประจำวัน เราก็มองข้าม "โอกาส" นั้นไป
"โอกาส" ..ที่อาจจะไม่ปรากฏบ่อยนัก เราจึงต้องเริ่มต้นใหม่อยู่ร่ำไป

อย่าคิดแต่จะเริ่มต้นใหม่ เพราะสิ่งที่มีอยู่คือโอกาส สิ่งใหม่คือความหวัง ทิ้งเก่าไปหาใหม่ ก็เท่ากับ ทิ้งโอกาสที่มีอยู่ แล้วไปรอความหวังที่ยังมาไม่ถึง.........^__*


โง่นักหรือฉันนี่


ฉันเป็นลูกสาวคนโตของบ้านนี้ จากพี่น้องทั้งหมด 3 คน ฉันเป็นคนที่เรียนเก่ง และใคร ๆ ก็พูดว่าฉันเป็นคนที่น่ารัก และเรียนเก่งกว่าใครๆ . ตั้งแต่เล็ก ๆ แล้วที่ทุกคนต่างทึ่งในความสามารถด้านการเรียนรู้ของฉัน หลังจากจบชั้นประถม ฉันก็สามารถเข้าไปเรียนต่อในระดับมัธยม ในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงที่สุดในตัวจังหวัด และพักในหอพักที่ทางโรงเรียนได้จัดเตรียมไว้ให้

ฉันรู้ดีว่าทั้งพ่อและแม่ รวมทั้งน้อง ๆ ภูมิอกภูมิใจในตัวฉันเป็นอย่างมาก ฉันเป็นเด็กคนแรกในหมู่บ้านนี้ ที่ได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงแห่งนี้. และการได้เข้าพักในหอพัก ทำให้ฉันได้รู้ถึงอิสรภาพ และความสุขที่แท้จริงสำหรับชีวิตฉัน. ที่นี้ ฉันจะไปใน กับใครก็ได้ ซึ่งผิดกับชีวิตฉันเมื่อตอนอยู่ที่บ้านที่ทุกย่างก้าวของฉัน ต้องอยู่ในสายตาของพ่อแม่โดยตลอด จะไปไหนก็ต้องมีพ่อหรือแม่ไปด้วย แม้แต่การเข้าตลาดเพื่อเดินหาซื้อสิ่งของ ฉันก็ไม่สามารถไปคนเดียวได้

ในโรงเรียนแห่งใหม่นี้ ฉันได้เรียนรู้การเข้าสังคม ฉันมีเพื่อนสนิท 3 คน ชื่อนา และซู ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดก้าวแรกในชีวิตฉัน เขาทั้งสองชักนำฉันให้ลิ่มลองการสูบบุหรี่ พวกเขาลักลอบนำบุหรี่เข้าห้องพัก ซึ่งถือเป็นการท้าทายต่อกฎระเบียบของโรงเรียน แต่ก็ไม่มีใครสงสัยในตัวฉัน เพราะใคร ๆ ต่างก็มองว่าฉันเป็นเด็กดี อยู่ในโอวาทมาโดยตลอด แถมยังเรียนเก่งติดอันดับ 1 ของห้อง เด็กผู้ชายในห้องฉันต่างก็ให้ความเอ็นดู และพร้อมให้ความช่วยเหลือฉันทุกอย่าง เพราะในกลุ่มฉันทุกคนต่างก็หน้าตาดี ๆ ทั้งนั้น.

ฉันเริ่มคบกับเพื่อนชายคนหนึ่ง เขามีหน้าตาที่ดีมาก แถมยังรวยอีกต่างหาก เขาให้ทุกอย่างที่ฉันอยากได้ ฉันจึงไม่มีปัญหาในด้านการเงินเลย แม้ฉันจะมาจากครอบครัวที่ยากจนในชนบท ของใช้ทุกอย่างที่เพื่อน ๆ ในโรงเรียนฉันเขามีกัน ฉันก็สามารถมีได้

พฤติกรรมของฉันเริ่มเละเทะลงทุกขณะ แต่ถึงกระนั้น ผลการสอบของฉันก็อยู่ในขั้นที่ดีเลิศ เหนือกว่าคนอื่นอยู่ดี แต่เพื่อนชายของฉันคนนั้น เขาสอบไม่ผ่านในเกือบทุกวิชา จนในที่สุดเขาก็รู้สึกอับอาย และย้ายเข้าไปเรียนในโรงเรียนอื่น ซึ่งมาตรฐานต่ำกว่า ฉันเริ่มรู้สึกสับสน เพราะชีวิตฉันตอนนี้ได้ขาดหลักพึ่งพิงแล้ว.

ในช่วงนี้ ทุกปลายสัปดาห์ ฉันจะไปเที่ยวในตัวเมืองและบังเอิญได้รู้จักกับวัยรุ่นชายกลุ่มหนึ่ง ทุกคนมีมอเตอร์ไซค์ขับขี่โฉบเฉียวไปมา โดยไม่รอช้าฉันก็เข้าไปร่วมในแกงค์นี้ด้วย ฉันรู้สึกมีความสุขเหลือกิน ฉันได้ไปไหนต่อไหน สุดแต่ใจจะคิด ตอนนี้ฉันเริ่มหนีเรียน และเริ่มปีนกำแพงออกจากหอพักในยามค่ำคืนเพียงเพื่อให้ได้ออกไปพบกับชายในกลุ่มนั้น ฉันจับคู่กับชายที่ชื่อซัน แม้หนุ่มคนนี้จะเทียบไม่ได้กับเพื่อนชายคนแรกของฉัน แต่หนุ่มคนนี้เขาก็เก่งมาก เขาพาฉันไปเที่ยวได้ทุกที่ แม้แต่ในไนท์คลับ ในวันแรกที่เขาพาฉันมาที่นี่ ฉันรู้สึกกลัวและเบื่อหน่ายมาก แต่ชั่วเวลาไม่นานฉันก็รู้สึกสนุกและประทับใจมากกับสถานที่เช่นนี้ แต่ฉันก็ระวังตัวเองมากฉันไม่ยอมดื่มของมึนเมาทุกอย่างแม้เพื่อนฉันจะขยั้นขยออย่างไร ฉันก็ไม่ยอม ฉันกลัวจะพลาดและถูกเขาทำมิดีมิร้าย ยังไง ๆ ฉันก็ต้องรักษาเกียรติยศในตัวฉัน ตัวฉันก็ต้องสำหรับคนที่จะมาเป็นสามีฉันซิ ฉันคิดอยู่ในใจ
ผลการเรียนของฉันเริ่มตกต่ำลง สำหรับของเพื่อนๆ ฉันก็ไม่ต้องพูดถึง เขาแย่กว่าฉันแน่นอน ก็เขาโง่กว่าฉันนิ การบ้านทุกอย่างเขาก็ลอกจากฉันมาโดยตลอด เมาะห์ กับ เปาะห์ของฉันเริ่มรู้ระแคะระคายในพฤติกรรมของฉัน ทั้งสองคนเสียใจมาก ฉันเห็นเมาะห์ร้องให้ ฉันสงสารแม่ ตั้งใจว่าจะไม่ทำให้แม่เสียใจอีก.

ฉันเข้าไปเรียนในสายอาชีพ ในสถาบันการศึกษาเอกชนแห่งหนึ่ง ในตอนนี้ก็ได้มีโอกาสสนิทสนมกับผู้ชายในเครื่องแบบคนหนึ่ง ดูเขาสมาร์ทมากเลย และเขาก็ชักนำให้ฉันต้องเข้าไนท์คลับอีกครั้งหนึ่ง ฉันคิดว่าเขาคงจะเป็นคนดี แต่ก็ผิดคาดเพราะเขาดื่มเหล้า และพยายามพาฉันไป... แต่ฉันไม่ยอม ไม่ได้หรอกตัวฉันต้องสำหรับผู้ที่จะมาเป็นสามีฉันเท่านั้น ฉันคิดอย่างนี้มาโดยตลอด.

แต่ฉันก็อดทนได้ไม่นาน หลังจากฉันเลิกกับชายในเครื่องแบบคนนั้น ฉันก็ได้คบกับเพื่อนชายในสถาบันเดียวกันกับฉันชื่อ มีน แต่คน ๆ นี้ก็ยิ่งกว่าคนเก่า ๆ อีก เขาพยายามเหลือเกินที่จะทำอะไร ๆ กับฉัน เขาพูดกับฉันว่า "ก็เห็นเธอสูบบุหรี่ ไปเที่ยวไนท์คลับ จะไม่เคยเรื่องเหล่านั้นเลยหรือ เป็นไปไม่ได้หรอก"
ฉันสาบานว่า ฉันไม่เคยมีพฤติกรรมเลยเถิดถึงขนาดนั้น เพื่อน ๆ ฉันบอกกับฉันว่า "ลองหน่อยเถิดน่า รับรองจะติดใจ"
ฉันไหวหวั่นใจ และเริ่มจะคล้อยตามเพื่อนแล้ว และแล้วฉันก็ตกลงไปสู่ห้วงลึกแห่งอารมณ์ตนเอง ฉันมัวเมาอยู่ภายใต้อ้อมกอดของมีน และแล้วฉันก็เป็นของเขา มีนบอกกับฉันว่า รู้แล้วว่าฉันเป็นคนแรกของเขาจริง ๆ เขาสัญญากับฉันว่าจะรับผิดชอบทุกอย่าง.

ฉันรู้สึกสับสนกับตัวเอง ไม่รู้จะทำอะไร ไม่รู้จะเป็นอย่างไร ไม่รู้จะหันไปทางใด ฉันคิดถึงแม่ ทุกครั้งที่ฉันเห็นหน้าแม่ ฉันรู้ซึ้งถึงความผิดหวังของแม่ ฉันเจ็บปวดมากที่ได้เห็นน้ำตาของแม่ แต่แม่คงไม่รู้หรอกว่าฉันเป็นอย่างนี้แล้ว.

ฉันกับมีน ได้เจอกันบ่อยครั้งขึ้น เพื่อนๆ ฉันบอกว่าระยะหลังนี้ไม่เห็นมีนออกไปใหนกับคนอื่นเลยนอกเสียจากฉัน เขาคงจะจริงใจต่อฉันมาก แต่ในแกงค์ฉันคงไม่มีใครรู้หรอกว่าฉันได้เสียท่าให้เขาแล้ว. ฉันรู้สึกเบื่อหน่ายและเจ็บปวด กับชีวิตตนเอง ฉันสับสนและท้อแท้ สิ้นหวัง.........

แต่มีนก็มาหาฉันโดยตลอด และทุกครั้งที่มาหา ก็ต้องชวนฉันไปข้างนอก และทุกครั้งที่ไปข้างนอกฉันก็ต้องพ่ายแพ้ต่ออารมณ์ของตนเองทุกที ฉันตกเป็นของเขาทุกครั้งตามแต่เขาจะปรารถนา.
ฉันต้องยอมกับเขาอย่างนี้ตลอดไปเลยหรือ ..? ฉันต้องยอมปล่อยอารมณ์ตนเองให้อยู่ภายใต้การชักใยของนัฟซูซาตานนี้อีกนานเท่าไร ? ความสุขเพียงชั่วครู่ ชั่วยาม ที่เขามอบให้กับฉันมันเทียบกันไม่ได้เลยกับความทุกข์ระทมที่ฉันต้องเผชิญเพียงเดียวดายนับจากนั้น.
แม้ฉันจะไม่เคยหลั่งน้ำตาให้กับใคร แต่น้ำตาที่ไหลออกมาจากอก และฝังแน่นอยู่ข้างใน มันช่างเจ็บปวดรวดร้าวยิ่งไปกว่าน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มใครต่อใครหลายเท่านัก .

ชีวิตฉันในอดีต ถึงแม้จะเละเทะเพียงใด ฉันก็ไม่ทิ้งการละหมาด แต่หลังจากรู้จักกับมีน และปล่อยตัวให้กับเขา ฉันก็เริ่มทิ้งละหมาด ฉันไม่มีกำลังใจใด ๆ แม้แต่จะลุกขึ้นปฎิบัติศาสนกิจสำคัญที่ชีวิตฉันไม่เคยขาดเลย อนาถหนอชีวิตนี้ ...!

ทำไมฉันจึงต้องจมปลักอยู่ภายใต้นัฟซูเถื่อนเช่นนี้ ? ทำอย่างไรฉันจึงจะสามารถเอาชนะตนเองให้เป็นเด็กดีและฉลาดเช่นเดิมได้ ? ทำไม..ทำไม ...? มีนมาหาฉันอีกแล้ว และโดยพลันที่ได้เห็นหน้าเขา ฉันก็ไม่มีกะจิตกะใจใด ๆ ที่จะปฏิเสธการร้องขอ และแล้วชีวิตฉันก็ต้องตกอยู่ภายใต้ม่านใยแห่งซาตานอีกตามเคย.

ฉันอยากจะเลิกกับเขา ฉันอยากจะหนีห่างจากเขาไปให้ไกลที่สุด แต่ใครจะช่วยฉันได้ ?

Wednesday, July 05, 2006


ภักดีในพระเจ้า ศรัทธาในพระองค์


การเลี้ยงลูก

การเลี้ยงลูกเลี้ยงลูกด้วยอารมณ์ ลูกจะบ่มนิสัยพาล

เลี้ยงลูกด้วยหย่อนยาน ลูกจะรานหย่อนวินัย

เลี้ยงลูกด้วยตึงเกิน ลูกจะเมินข้องคับใจ

เลี้ยงลูกด้วยกลางไว้ ลูกจะได้แนวทางเดิน

เลี้ยงลูกด้วยอบรม ลู กจะสมสุขเจริญ

เลี้ยงลูกด้วยส่วนเกิน ลูกจะเดินออกจากใจ

เลี้ยงลูกด้วยธรรมะ ลูกจะละบาปทั้งหลาย

เลี้ยงลูกด้วยอภัย ลูกจะใจนักกีฬา

เลี้ยงลูกด้วยลำเอียง ลูกจะเลี่ยงกติกา

เลี้ยงลูกด้วยเงินตรา ลูกจะพานอกลู่ทาง

เลี้ยงลูกด้วยเหตุผล ลูกจะคนจิตใจกว้าง

เลี้ยงลูกให้ถูกทาง ลูกจะสร้างสิ่งดีงาม

ด้วยความปรารถนาดีจากผู้ที่ยังอ่อนประสบการณ์

Monday, June 26, 2006

ครอบครัวสุขสันติ์


ครอบครัวซากีนะห์


ครอบครัวสุขสันต์ ใครบ้างล่ะที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตของตนเอง. ต่อไปนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวหนึ่งที่ทั้งเขาและเธอดำรงชีวิตครอบครัวที่เปี่ยมด้วยความรัก ทั้งคู่ปรารถนาสร้างครอบครัวภายใต้ร่มเงาแห่งทางนำจากอัลเลาะห์ตะอาลา...

*****
คิดถึงวันนั้นทีไร ผมรู้สึกปลื้มใจ และมีความสุขมากจนสุดที่จะสรรหาถ้อยคำใด ๆ มาบอกกล่าวให้ใครๆ ได้เข้าใจ ทุกอย่างก็อัลฮัมดูลิลลาห์ พิธีการแห่งการอิญาบและกอบูลที่ดำเนินไปท่ามกลางความปลื้มปิติจนสุดที่จะพรรณนาใด ๆ ได้ ความสุขที่มีนี้ทำให้ผมไม่ลืมในการ “ซูโกร” ด้วยการลุกขึ้นแสดงความภักดีต่ออัลเลาะห์ในทุก 3 ช่วงหลังของทุกค่ำคืน

ทุกคืนวันที่ผ่านไปในชีวิตครอบครัวของเราทุกอย่างเป็นไปด้วยความห่วงใย ห่วงหา และเอื้ออาทรต่อกัน. ผมคาดคิดไม่ถึงเลยว่าอัลเลาะห์จะมีความกรุณาและปราณีต่อผมขนาดนี้ โดยการประทานคู่ชีวิตที่ดีมาก ๆ เช่นนี้มาให้. เธอคอยย้ำเตือนให้ผมแสดงความภักดีต่ออัลเลาะห์ตลอดเวลา ทุกครั้งเมื่อถึงเวลาละหมาดจะมีเธอนี่แหละที่คอยบอกกึ่งบังคับให้ต้องทำในทันทีทันใด โดยมิอาจจะละเลยใดๆ ได้ ใบหน้าของเธอที่อิ่มเอิบด้วยพลังแห่งอีมาน ทำให้ผมมิอาจจะขัดขืนใด ๆ ได้

ที่ดียิ่งกว่านั้น ผมรู้สึกปลื้มใจมาก ในทุกครั้งที่ต้องออกจากบ้านไปทำงาน ต้องจากเธอไป ไม่ว่าเวลาไปหรือเวลากลับ เธอจะยิ้มระรื่นให้กับผมโดยตลอด เธอจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นให้สลามกับผมทุกครั้ง จนถึงวันนี้ ยังไม่มีโอกาสแม้ซักครั้งเดียว ที่ผมจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นในการให้สลาม ซุบฮานัลเลาะห์

แม้ว่าเธอจะมีอายุมากกว่าผม 2 ปี แต่ไม่เคยแม้ซักครั้งเดียวที่เธอจะแสดงถึงความเหนือกว่า ทั้งทางคำพูดหรือการกระทำ วาจาของเธอที่อ่อนโยน และท่าทีที่สุภาพ ทุกอย่างเป็นไปอย่างธรรมชาติ โดยไม่มีการปรุงแต่งใด ๆ

มีครั้งหนึ่งที่ผมลองให้เธอโกหกด้วยการบอกให้คนที่มาหาผมที่บ้านว่า ผมไม่อยู่ ปรากฏว่าเธอร้องให้ และไม่ยอมทำตาม “ฉันจะเป็นภรรยาของชาวสวรรค์ จะไม่ทำตามในความไม่ถูกต้อง”

ด้วยความกลัวเธอจะเสียความรู้สึก ผมจึงบอกว่า “แค่อยากลองใจเธอเท่านั้น” แล้วเราต่างก็หัวเราะครื้นเครง

บัดนี้เป็นที่ประจักษ์แก่ผมแล้วว่า วจนะของท่านศาสดานั้น แน่แท้ที่สุด ไม่มีข้อกังขาใด ๆ ทั้งสิ้น จากที่ท่านรอซูล ฯ ได้กล่าวว่า “โลกนี้ เป็นเพียงแค่ความสุขชั่วคราว และไม่มีความสุขอื่นใด ในโลกนี้ ที่จะดียิ่งไปกว่าการมีภรรยาที่ซอลีหะฮ์ (อันนาซาอี และอิบนูมาญะห์)

วันและคืนของชีวิตครอบครัวผมผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนถึงวันนี้แทบไม่น่าเชื่อว่าผ่านไป 6 เดือนแล้ว มาซาอัลเลาะห์...

คืนหนึ่ง หลังจากนอนหลับสนิท ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อได้ยินเสียงเธอร้องให้อย่างสะอึกสะอื่น ผมข้องใจมากเหตุไฉนเธอจึงต้องมาร้องให้ในตอนดึกดื่นและค่อนคืนเช่นนี้ ผมเข้าไปถาม เธอก้มหน้านิ่งไม่ตอบคำถามผม และยังคงร้องให้ไม่หยุด
ผมจึงเข้าไปใกล้และกอดเธอ ลูบไล้เส้นผมเบาๆ . ตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่ร่วมชีวิตกันมา บ่อยครั้งที่ผมเห็นเธอตื่นขึ้นมาละหมาดตะฮัจญุดในยามค่ำคืน แต่ไม่เคยมีครั้งไหน ที่ผมเห็นเธอร้องให้ เหมือนกับครั้งนี้ ผมจึงถามเธออีกครั้ง เธอก็ยังร้องให้และไม่ยอมคำถามผม

ผมพยายามคาดคั้นและจะรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับภรรยาของผม สุดท้ายเธอก็ยอมบอก

อัสตัฆฟีรุลเลาะห์... อัลฮัมดูลิลลาห์ กับคำตอบของเธอผมตกใจ แต่ก็รู้สึกสุขใจอย่างยิ่ง เมื่อได้รู้ถึงเหตุที่ทำให้เธอต้องร้องให้ เธอท้องแล้ว 3 เดือน และคืนนี้เธอรู้สึกอยากกินบะหมี่ซุปไก่ อาหารโปรดของเธอ อยากกินมาก ๆ จนทนไม่ไหว เธอบอกว่าจะปลุกให้ผมไปหามาก็คงลำบากแล้วในช่วงดึกดื่นเช่นนี้ ประกอบกับบ้านก็อยู่ในชนบท

เมื่อได้ยินคำพูดของภรรยาสุดที่รักเช่นนี้ ผมไม่รอช้าแต่งตัวเข้าเมืองเพื่อไปหาอาหารจานโปรดของภรรยาให้ได้ แม้จะคิดอยู่แล้วว่า ร้านต่างๆ คงปิดหมดแล้ว

ก็เป็นดังคาด ทุกร้านปิดหมด ผมคิดในใจว่ายังไงๆ ก็ต้องหามาให้ได้ จึงไปที่ร้านหนึ่ง และเรียกเจ้าของร้านซึ่งก็คงหลับสนิทแล้ว ผมบอกถึงความประสงค์ แรกๆ เจ้าของร้านไม่ยอมขาย และไม่ยอมเปิดประตู ผมก็ร้องขออีก และแจ้งถึงเหตุผลที่ต้องขอซื้อ เมื่อรู้ถึงเหตุผลเจ้าของร้านก็ยอมออกมาเปิดบ้าน และเข้าโรงครัวทำให้ผมอย่างดีเลย

เมื่อทำเสร็จ เขาก็ออกมาให้ผม ผมจ่ายเงินให้ ปรากฏว่าเจ้าของร้านยิ้มให้ผมและไม่ยอมรับเงิน และบอกว่า “เก็บเงินนี้ไว้เพื่อเป็นของขวัญให้กับลูกของคุณ”

ก่อนออกจากร้าน เจ้าของร้านพูดทิ้งท้ายกับผมว่า “คืนนี้ผมเห็นคุณมีความสุขมาก ผมก็มีความสุขอีกเช่นกันที่ได้ช่วยเหลือคุณ แท้จริงแล้วการตอบแทนจากอัลเลาะห์ก็คือสิ่งที่ผมคำนึงถึงมากกว่า”
กลับถึงบ้าน ผมก็เล่าทุกอย่างให้ภรรยาฟัง เธอกล่าวตอบด้วยอัลฮัมดูลิลลาห์ และย้ำว่า “อัลเลาะห์ทรงรักเรามาก เราจึงต้องซูโกรต่ออัลเลาะห์ให้มาก ๆ แท้จริงแล้วอัลเลาะห์จะทรงตอบแทนด้วยผลบุญมากมายเป็นทวีคูณทั้งสิ่งดีที่เราได้กระทำไป และสิ่งที่เจ้าของร้านได้ช่วยเหลือเราในคืนนี้”

และเราก็ร่วมละหมาดซูโกรต่อเอกองค์อัลเลาะห์….

Saturday, June 24, 2006

ข้อคิดเตือนใจ สำหรับใครหลายคนที่มี “รัก”

ความรักนั้น มันก็เหมือนกับ "ผีเสื้อ"
ยิ่งคุณวิ่งเข้าหามันเท่าไหร่ มันก็จะห่างคุณออกไปเท่านั้น
แต่ถ้าคุณปล่อยมันไป มันจะเข้ามาหาคุณเองแหล่ะ
. . . ถ้าคุณไม่คาดหวังกับมันมาก

ความรักสามารถทำให้คุณมีความสุข แต่มักจะทำให้คุณเจ็บปวด
แต่ความรักจะเป็นสิ่งที่พิเศษ ถ้าคุณได้ให้มันกับใครสักคนที่คู่ควร
สำหรับ ใครที่ "ไม่ใคร่โสด"

เค้าบอกว่า...
ความรักไม่ไช่ การเป็นคนดีพร้อม สมบูรณ์ ของใคร
แต่รักคือการหาใครสักคนที่ช่วยให้คุณเป็นคนดีที่สุดเท่าที่คุณดีได้
สำหรับ ใครที่เป็น "คนเจ้าชู้"
อย่าพูดคำว่า "รัก" เลย ถ้าคุณไม่ได้ใส่ใจกับความหมายนั้น
อย่าพูดถึงความรู้สึก ถ้ายังไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น
อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตเค้าเลย ถ้าคุณจะทำให้เค้าเสียใจ
อย่าไปมองลึกถึงดวงตา ถ้าทุกคำพูดของคุณล้วนโกหกทั้งเพ
สำหรับ ใครที่ "อกหัก"
การอกหัก มันยืนยาวตราบเท่าที่คุณต้องการให้มันอยู่กับคุณ
และบาดความรู้สึกคุณได้เจ็บลึกเท่าที่คุณยอมให้บาด
ที่สำคัญก็คือว่ามันไม่ใช่จะพ้นจากสภาวะอกหักได้
แต่มันอยู่ที่ว่า. .. เราเรียนรู้จากมัน ได้แค่ไหน ต่างหาก . . .
สำหรับ ใคร ๆ ที่ "ไร้เดียงสาในรัก"
จะรักได้อย่างไร :
รักแต่อย่าลุ่มหลง คงเส้นคงวาแต่ไม่ดื้อรั้น
แบ่งปัน และ ไม่เอาเปรียบพยายามเข้าใจกันและกัน มากกว่าที่จะเรียกร้อง
หากต้องเจ็บ ก็เจ็บ แต่อย่าเอาความเจ็บนั้น ติดตัวเสมอไป
สำหรับ ใครที่ "มีคนหลงรักอยู่"

เค้าบอกว่า . . .
มันเจ็บปวดที่เห็นคนที่เรารัก มีความสุขกับคนอื่น
แต่มันจะเจ็บปวดยิ่งกว่าถ้าคนที่เรารัก ไม่มีความสุขเมื่ออยู่กับเรา
สำหรับ ใครที่ "กลัวต่อการสารภาพรัก"
ความรักมันเจ็บปวด ถ้าคุณต้องไปบอกเลิกกับใครสักคน
แต่มันจะเจ็บยิ่งกว่า ถ้ามีคนมาบอกเลิกกับคุณ
แต่มันจะเจ็บที่สุด หากคนที่คุณรัก ไม่เคยได้รู้เลยว่า "คุณรักเค้า"
สำหรับ ใคร ๆ ที่ยัง "คบๆ กันอยู่"

เค้าบอกว่า . . .
สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต ก็คือ การที่เราพบ และ รักใครสักคน
จนสุดท้าย พบว่ามันไม่ใช่
และคุณเสียเวลาไปเป็นปีๆ ให้กับคนที่คนที่ไม่คู่ควร
ถ้าเค้าคนนั้นของคุณ ไม่ใช่คนที่ใช่เลยของคุณตอนนี้ แล้วล่ะก็
จะมาเสียเวลา เป็นปีๆ กับเค้าทำไม ปล่อยไปเถิด . . .

Wednesday, June 21, 2006

คู่มือดำเนินชีวิต

Tuesday, June 13, 2006

ฉากเศร้าจากมุสลิมะห์ของเรา

มีหัวใจมนุษย์เพศแม่คนไหนบ้าง ที่ไม่แหลกสลาย เมื่อถูกชายที่ตนเองทุ่มเทให้อย่างหมดจิตหมดใจ ทั้งเนื้อทั้งตัว แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา ก็คือสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกว่า แท้ที่จริงแล้วเขาก็คือ “สัตว์ร้าย” แต่มาสิงอยู่ในร่างของมนุษย์

ถ้อยคำที่หวานฉ่ำ คำพูดที่หยาดเยิ้มของเขา จริงๆ แล้วนั้นเป็นเพียงแค่เครื่องมือที่เขาใช้เพื่อนำมาเล่นกับผู้หญิง ซึ่งอ่อนต่อสังคมและเขลาต่อโลกอย่างเธอ ประกอบกับตั้งแต่เกิดมา เธอยังไม่เคยได้รับการใส่ใจจากพ่อแม่ของเธอเลย

เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว แต่โชคร้าย เมื่ออายุได้ 3 ขวบ แม่ก็เสียชีวิตเพราะเป็นโรคเนื้องอกในสมอง เธอเติบโตมากับบิดา ซึ่งหารายได้เลี้ยงชีพด้วยการเป็นลูกจ้างในโรงงาน ที่มีรายได้แค่น้อยนิด ลำพังแค่พ่อคนเดียวก็แทบเอาชีวิตไม่รอดแล้ว ชีวิตของเธอจึงเติบโตมากับความอดๆ อยาก ๆ เธอพยายามประคับประคองการศึกษาของเธอ แต่ก็ทำได้แค่ ป. 6 เธอก็ต้องยุติการศึกษาเสียแล้ว...

ทั้งหมดข้างต้น เป็นเพียงแค่ฉากเสี้ยวหนึ่งของชีวิตเศร้า หญิงสาวคนหนึ่งที่ปัจจุบันมีอายุ 19 ปีซึ่งกว่าที่เธอจะพาชีวิตมาถึงวันนี้ เธอต้องอยู่กับความเศร้า และความรวดร้าวใจอย่างแสนสาหัส

เธอบอกว่า “หนูรู้สึกเหมือนเป็นเทพธิดา เมื่อมีชายคนหนึ่งเข้ามา เขาพูดกับหนูดีมาก จนหนูปักใจเชื่อเขา ในตอนนั้นหนูรู้สึกว่าเขาเป็นเสมือนเทพบุรุษสำหรับชีวิตหนู.... “

“เขาบอกว่ารักหนู และจะแต่งงานด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่พร้อมจึงขอหมั้นไว้ก่อน” เธอบอกด้วยน้ำตานองหน้า และยังเล่าต่อว่า “หนูไม่รู้เป็นอะไรในตอนนั้น ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร หนูก็จะเชื่อไปหมด เขาให้หนูทำอะไร หนูจะไม่ขัดใจเขาเลย เขาชวนหนูไปไหน หนูจะไปด้วยทุกที่ จนในที่สุดหนูก็เป็นของเขา...” น้ำตาเธอไหลอาบสองแก้ม เป็นทางยาว และตกกระทบพื้นเป็นระยะๆ บ่งบอกให้เรารู้ว่า ความรวดร้าวของเธอนั้นแผ่ซ่านและยั้งลึกลงไปจนสุดที่เราจะยั้งถึงได้.

เธอเงียบเสียงลง พร้อมกับหยิบผ้าขนหนู ซึ่งก็ดูเหมือนเป็นผ้าที่ใช้มามากหรือใช้มานานแล้ว เธอเงยหน้าและมองมายังผม จนผมต้องหลบไปทางอื่นเสีย เพราะไม่อยากให้เธอเห็นน้ำตาของผมที่ปริ่มๆ อยู่รอบขอบตา ทำท่าจะไหลออกมาให้ได้

เราเงียบชั่วขณะหนึ่ง และแล้วเธอก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นเสีย “หลังจากนั้นไม่นานหนูก็ท้อง พอเขารู้ เขาก็หนีจากหนูไปเลย” ตาเธอเริ่มแดงอีกครั้งหนึ่ง คำพูดของเธอเริ่มติดๆ ขัด ๆ ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร และแล้วน้ำตาเธอก็ไหลพรากเป็นทางยาวอีกครั้งหนึ่ง “และหนูก็ติดเชื้อเอดส์”

และแล้วทั้งผมและเธอต่างก็อยู่ในบรรยากาศที่มัวซัว น้ำตาที่ต่างก็รินไหลออกมาสื่อถึงความรู้สึกที่มีอยู่ในใจมากกว่าคำพูดหลายเท่านัก

แม้ผมไม่คิดที่จะถามอะไรเธออีกแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่าเธอมีอะไรอีกมากมายที่อยากจะบอก อยากจะระบายถึงสิ่งที่มีอยู่ในใจ
เธอย้อนอดีตจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขาคนนั้น “ชีวิตหนูว้าเหว่มาก หนูเหมือนคนตัวคนเดียว ตั้งแต่เล็กๆ แล้ว หน้าตาของแม่เป็นอย่างไรก็ไม่รู้ มีพ่ออยู่หนึ่งคนก็ไม่เคยใส่ใจหนู บางวันที่หนูอดไม่มีข้าวกิน พ่อก็ไม่เคยถามหนูซักคำว่ากินอะไรหรือยัง ถ้าหนูตายอย่างหมาข้างถนน พ่อก็คงไม่ใส่ใจกับศพของหนูหรอก” เธอหยุดเช็ดน้ำตา และเล่าต่อว่า “เมื่อเขา (ผู้ชายคนนั้น) มาหาหนู และพูดดีกับหนู หนูก็ปักใจและมั่นใจในตัวเขา จนถึงขั้นเลยเถิด หลังจากนั้นหนูก็อยู่กับเขาตลอด”

เธอเล่าต่อว่า “ในช่วงที่หนูอยู่กับเขา ทำให้หนูได้เห็นธาตุแท้ในตัวเขา เขาติดยาเสพติด ไม่ว่าหนูจะอ้อนวอน และร้องขออย่างไร เขาก็ไม่ยอมเลิก ไม่ไช่ไม่ยอมเลิกอย่างเดียว เขายังทำต่อหน้าหนูซะด้วย.... และพอหนูท้องเขาก็หนีหายไปเลย”

แม้ต้องระทมขมขื่นเพียงใด แต่เธอก็คิดอยู่เสมอว่า ชีวิตต้องดำรงอยู่ต่อไป เธอกลับบ้านไปหาพ่อ แต่พ่อเธอกลับทำเป็นไม่ใส่ใจยิ่งกว่าเดิมอีก และด้วยท่าทีที่เย็นชาที่ได้รับจากพ่อ เธอจึงตัดสินใจออกจากบ้านอีกครั้งหนึ่ง เธอจึงบากหน้าไปหาน้าชาย เพื่อขออาศัยอยู่ด้วย น้าชายใจดีและให้เธออยู่ด้วย แม้น้าชายคนนี้จะมีลูกแล้ว 5 คน แต่น้าเธอก็ให้อยู่โดยไม่แสดงความรังเกียจใด ๆ และเมื่อรู้ว่าเธอท้อง น้าเธอก็ให้ความใส่ใจมากขึ้น.

ได้อยู่บ้านน้าทุกอย่างก็ราบเรียบดี ทุกอย่างก็เป็นไปตามอัตภาพ เธอคิดอยู่เสมอว่าเมื่อคลอดลูกออกมาแล้วเธอจะดูแลลูกอย่างดีที่สุด จะเลี้ยงเอง ไม่ให้ใคร เธอเล่าต่อว่า “เมื่อคลอดลูกออกมาแล้ว ใจฉันแทบสลายเมื่อหมอบอกว่าฉันติดเชื้อเอดส์ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้น ฉันไม่เคยมีปัญหาด้าน สุขภาพเลย”

เธอบอกว่า “หนูสำนึกในความผิดบาปของหนู และนี้คงเป็นบทลงโทษจากพระเจ้า กับพฤติกรรมของหนูที่ผ่านมา หนูขอยอมรับกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวหนู แม้ว่าหนูจะเผชิญกับความเจ็บปวดมาตลอดทั้งชีวิตก็ตามที”

เธอได้ลูกสาว ซึ่งก็ได้รับคำยืนยันว่า ไม่ติดเชื้อ

เธอต้องเผชิญกับความยุ่งยากในชีวิตอีกครั้งหนึ่ง เมื่อทุกคนในบ้านน้าของเธอต่างก็แสดงความ รังเกียจ ยิ่งนับวันการแสดงออกถึงความรังเกียจก็ยิ่งมากขึ้น โดยเฉพาะจากภรรยาของน้าชาย.

ลูกของเธอไม่มีใครแตะต้อง ถึงลูกจะร้องให้อย่างไรก็ไม่มีใครมาใส่ใจ และเมื่อถึงจุดหนึ่ง เมื่อความรังเกียจของพวกเขามาถึงขีดสุด เขาก็ให้เธอแยกอยู่ต่างหาก ภาชนะต่างๆ ห้ามใช้ปนกันโดยเด็ดขาด เธอไม่รู้จะหันหน้าทางไหน จะกลับไปหาพ่อ พ่อก็รังเกียจเธอไม่ต่างกับคนอื่น.

เราสุดแสนจะรันทดใจ เพราะเธออายุแค่เพียงเท่านี้ แต่ชตากรรมชีวิตของเธอช่างหนักหนาสาหัส ชีวิตเธอไม่มีใครแล้วยังพอว่า แต่ยังต้องเผชิญกับความรังเกียจจากคนรอบข้างเสียอีก แล้วชีวิตเธอจะอยู่ต่อไปอย่างไร ???

วันนี้มีองค์กรสาธารณกุศลช่วยเหลือให้ที่พักพิงกับเธอและลูก เพื่อให้เธอและลูกได้พบกับชีวิตใหม่ ชีวิตที่มีคนรอบข้างพอจะเข้าใจและพร้อมให้กำลังใจ เธอบอกว่า “วันนี้หนูเหมือนคนที่เกิดใหม่ หนูโชคดีที่ได้ “แม่” ที่พร้อมดูแลหนู แม้ว่าจะเพียงแค่ชั่วระยะเวลาสั้นๆ “

ภารกิจประจำวันของเธอที่นี้ ตื่นเช้าเธอก็ช่วยอาบน้ำให้กับเด็ก ๆ เธอช่วยเหลือคนไข้รายอื่นๆ และช่วยทำกับกับข้าว ตลอดจนทำความสะอาด ปัดกวาดห้องนอน และภารกิจอื่นเท่าที่ “แม่” จะให้ทำ

เธอกล่าวทิ้งท้ายว่า “ที่ตรงนี้ หนูได้รับพลังใจสำคัญเพื่อการก้าวเดินต่อไปสำหรับชีวิตหนู และชีวิตของลูกหนูที่จะต้องเติบโตอย่างดีที่สุด” เธอกล่าวไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

เราหวังว่าซักวันหนึ่ง เธอจะได้รับความรักที่แท้จริง ความรักที่ไร้ซึ่งมายาจริตแห่งสัตว์โลกทั้งมวล.

Thursday, June 01, 2006

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดต่างๆ

อาการของการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย
1. มะเร็งปากมดลูก อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณอาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูดเนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ได้
2. มะเร็งในมดลูก อาการ มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่องท้อง
3. มะเร็งรังไข่ อาการ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์ มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการปวดหลัง
4. มะเร็งในเม็ดเลือด (ลูคีเมีย) อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติมักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุและมักจะเกิดร่วมกับอาหารปวดตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกายบางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของช่องท้อง
5. มะเร็งปอด อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลายน้ำหนักลดอย่างฮวบฮาบ เจ็บ หน้าอกและหายใจลำบากหรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
6. มะเร็งตับ อาการ ปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ชัด
7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ
8. มะเร็งสมอง อาการ ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่นอาเจียนหรือการผิดปกติของการมองเห็น ตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือ การเป็นลมโดยกะทันหันอวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงานเช่นมีอาการชาและเป็นอัมพาตชั่วคราวควรให้ความระวังเป็นพิเศษหากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการเหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย
9. มะเร็งในช่องปาก อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษา หรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือกเนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำหรือเป็นเวลานาน
10. มะเร็งในลำคอ อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที มีก้อนบวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึกได้
11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วอาเจียนออกมาเป็นเลือดท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อยบ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ
12. มะเร็งทรวงอก อาการมีเลือดหรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนาขึ้นมีก้อนบวมจนจับได้เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิดขึ้นที่เต้านมเป็นเวลานานควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อมีอายุมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียกว่าซีสต์ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกันแน่
13. มะเร็งลำไส้ อาการ น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วมีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติ มีเลือดออกปนมากับอุจจาระ

****ซึ่งมีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้วคือถ้าใช้กระดาษทิชชูซับแล้วเลือดมีสีแดงสดนั่นคืออาการของริดสีดวงทวารแต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำนั่นคือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้
14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้เกิดอาการติดเชื้อในบาง ส่วนของร่างกายมะเร็งผิวหนัง อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานานตลอดจนไฝหรือหูดที่โตขึ้นและมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง ขนาด นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่ เรียกว่าเมลาโนมา (Melanoma)คือเนื้องอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกายหรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติว่าเคยเป็นโรคนี้มาก่อนคุณจะมีอัตราเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆ ส่วนอันนี้เค้าฟอเวิร์ดติดมาด้วย

วิธีรักษา - ไปที่ร้านยาจีน ซื้อหัวเตย 1 ตำลึง หัวขิง 1 ตำลึง ก้อนเกลือ 3 ก้อน นำมารวมกันแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 1 วัน ในน้ำ 1 ชาม ให้ดื่มจนหมดชาม
สรรพคุณในการรักษา - หลังจากดื่มยานี้แล้ว ควรดื่มน้ำตามมาก ๆ นำส่วนที่เหลือมารับประทาน
ยานี้จะขับเอาของเสียออกทางอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ต้องตกใจ เป็นการขับของเสียออกหมดแล้วจะปกติ

***ตำรานี้ห้ามซื้อขาย หรือคิดเป็นเงินค่ารักษา