Monday, June 26, 2006

ครอบครัวสุขสันติ์


ครอบครัวซากีนะห์


ครอบครัวสุขสันต์ ใครบ้างล่ะที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นจริงในชีวิตของตนเอง. ต่อไปนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวหนึ่งที่ทั้งเขาและเธอดำรงชีวิตครอบครัวที่เปี่ยมด้วยความรัก ทั้งคู่ปรารถนาสร้างครอบครัวภายใต้ร่มเงาแห่งทางนำจากอัลเลาะห์ตะอาลา...

*****
คิดถึงวันนั้นทีไร ผมรู้สึกปลื้มใจ และมีความสุขมากจนสุดที่จะสรรหาถ้อยคำใด ๆ มาบอกกล่าวให้ใครๆ ได้เข้าใจ ทุกอย่างก็อัลฮัมดูลิลลาห์ พิธีการแห่งการอิญาบและกอบูลที่ดำเนินไปท่ามกลางความปลื้มปิติจนสุดที่จะพรรณนาใด ๆ ได้ ความสุขที่มีนี้ทำให้ผมไม่ลืมในการ “ซูโกร” ด้วยการลุกขึ้นแสดงความภักดีต่ออัลเลาะห์ในทุก 3 ช่วงหลังของทุกค่ำคืน

ทุกคืนวันที่ผ่านไปในชีวิตครอบครัวของเราทุกอย่างเป็นไปด้วยความห่วงใย ห่วงหา และเอื้ออาทรต่อกัน. ผมคาดคิดไม่ถึงเลยว่าอัลเลาะห์จะมีความกรุณาและปราณีต่อผมขนาดนี้ โดยการประทานคู่ชีวิตที่ดีมาก ๆ เช่นนี้มาให้. เธอคอยย้ำเตือนให้ผมแสดงความภักดีต่ออัลเลาะห์ตลอดเวลา ทุกครั้งเมื่อถึงเวลาละหมาดจะมีเธอนี่แหละที่คอยบอกกึ่งบังคับให้ต้องทำในทันทีทันใด โดยมิอาจจะละเลยใดๆ ได้ ใบหน้าของเธอที่อิ่มเอิบด้วยพลังแห่งอีมาน ทำให้ผมมิอาจจะขัดขืนใด ๆ ได้

ที่ดียิ่งกว่านั้น ผมรู้สึกปลื้มใจมาก ในทุกครั้งที่ต้องออกจากบ้านไปทำงาน ต้องจากเธอไป ไม่ว่าเวลาไปหรือเวลากลับ เธอจะยิ้มระรื่นให้กับผมโดยตลอด เธอจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นให้สลามกับผมทุกครั้ง จนถึงวันนี้ ยังไม่มีโอกาสแม้ซักครั้งเดียว ที่ผมจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นในการให้สลาม ซุบฮานัลเลาะห์

แม้ว่าเธอจะมีอายุมากกว่าผม 2 ปี แต่ไม่เคยแม้ซักครั้งเดียวที่เธอจะแสดงถึงความเหนือกว่า ทั้งทางคำพูดหรือการกระทำ วาจาของเธอที่อ่อนโยน และท่าทีที่สุภาพ ทุกอย่างเป็นไปอย่างธรรมชาติ โดยไม่มีการปรุงแต่งใด ๆ

มีครั้งหนึ่งที่ผมลองให้เธอโกหกด้วยการบอกให้คนที่มาหาผมที่บ้านว่า ผมไม่อยู่ ปรากฏว่าเธอร้องให้ และไม่ยอมทำตาม “ฉันจะเป็นภรรยาของชาวสวรรค์ จะไม่ทำตามในความไม่ถูกต้อง”

ด้วยความกลัวเธอจะเสียความรู้สึก ผมจึงบอกว่า “แค่อยากลองใจเธอเท่านั้น” แล้วเราต่างก็หัวเราะครื้นเครง

บัดนี้เป็นที่ประจักษ์แก่ผมแล้วว่า วจนะของท่านศาสดานั้น แน่แท้ที่สุด ไม่มีข้อกังขาใด ๆ ทั้งสิ้น จากที่ท่านรอซูล ฯ ได้กล่าวว่า “โลกนี้ เป็นเพียงแค่ความสุขชั่วคราว และไม่มีความสุขอื่นใด ในโลกนี้ ที่จะดียิ่งไปกว่าการมีภรรยาที่ซอลีหะฮ์ (อันนาซาอี และอิบนูมาญะห์)

วันและคืนของชีวิตครอบครัวผมผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนถึงวันนี้แทบไม่น่าเชื่อว่าผ่านไป 6 เดือนแล้ว มาซาอัลเลาะห์...

คืนหนึ่ง หลังจากนอนหลับสนิท ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อได้ยินเสียงเธอร้องให้อย่างสะอึกสะอื่น ผมข้องใจมากเหตุไฉนเธอจึงต้องมาร้องให้ในตอนดึกดื่นและค่อนคืนเช่นนี้ ผมเข้าไปถาม เธอก้มหน้านิ่งไม่ตอบคำถามผม และยังคงร้องให้ไม่หยุด
ผมจึงเข้าไปใกล้และกอดเธอ ลูบไล้เส้นผมเบาๆ . ตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่ร่วมชีวิตกันมา บ่อยครั้งที่ผมเห็นเธอตื่นขึ้นมาละหมาดตะฮัจญุดในยามค่ำคืน แต่ไม่เคยมีครั้งไหน ที่ผมเห็นเธอร้องให้ เหมือนกับครั้งนี้ ผมจึงถามเธออีกครั้ง เธอก็ยังร้องให้และไม่ยอมคำถามผม

ผมพยายามคาดคั้นและจะรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับภรรยาของผม สุดท้ายเธอก็ยอมบอก

อัสตัฆฟีรุลเลาะห์... อัลฮัมดูลิลลาห์ กับคำตอบของเธอผมตกใจ แต่ก็รู้สึกสุขใจอย่างยิ่ง เมื่อได้รู้ถึงเหตุที่ทำให้เธอต้องร้องให้ เธอท้องแล้ว 3 เดือน และคืนนี้เธอรู้สึกอยากกินบะหมี่ซุปไก่ อาหารโปรดของเธอ อยากกินมาก ๆ จนทนไม่ไหว เธอบอกว่าจะปลุกให้ผมไปหามาก็คงลำบากแล้วในช่วงดึกดื่นเช่นนี้ ประกอบกับบ้านก็อยู่ในชนบท

เมื่อได้ยินคำพูดของภรรยาสุดที่รักเช่นนี้ ผมไม่รอช้าแต่งตัวเข้าเมืองเพื่อไปหาอาหารจานโปรดของภรรยาให้ได้ แม้จะคิดอยู่แล้วว่า ร้านต่างๆ คงปิดหมดแล้ว

ก็เป็นดังคาด ทุกร้านปิดหมด ผมคิดในใจว่ายังไงๆ ก็ต้องหามาให้ได้ จึงไปที่ร้านหนึ่ง และเรียกเจ้าของร้านซึ่งก็คงหลับสนิทแล้ว ผมบอกถึงความประสงค์ แรกๆ เจ้าของร้านไม่ยอมขาย และไม่ยอมเปิดประตู ผมก็ร้องขออีก และแจ้งถึงเหตุผลที่ต้องขอซื้อ เมื่อรู้ถึงเหตุผลเจ้าของร้านก็ยอมออกมาเปิดบ้าน และเข้าโรงครัวทำให้ผมอย่างดีเลย

เมื่อทำเสร็จ เขาก็ออกมาให้ผม ผมจ่ายเงินให้ ปรากฏว่าเจ้าของร้านยิ้มให้ผมและไม่ยอมรับเงิน และบอกว่า “เก็บเงินนี้ไว้เพื่อเป็นของขวัญให้กับลูกของคุณ”

ก่อนออกจากร้าน เจ้าของร้านพูดทิ้งท้ายกับผมว่า “คืนนี้ผมเห็นคุณมีความสุขมาก ผมก็มีความสุขอีกเช่นกันที่ได้ช่วยเหลือคุณ แท้จริงแล้วการตอบแทนจากอัลเลาะห์ก็คือสิ่งที่ผมคำนึงถึงมากกว่า”
กลับถึงบ้าน ผมก็เล่าทุกอย่างให้ภรรยาฟัง เธอกล่าวตอบด้วยอัลฮัมดูลิลลาห์ และย้ำว่า “อัลเลาะห์ทรงรักเรามาก เราจึงต้องซูโกรต่ออัลเลาะห์ให้มาก ๆ แท้จริงแล้วอัลเลาะห์จะทรงตอบแทนด้วยผลบุญมากมายเป็นทวีคูณทั้งสิ่งดีที่เราได้กระทำไป และสิ่งที่เจ้าของร้านได้ช่วยเหลือเราในคืนนี้”

และเราก็ร่วมละหมาดซูโกรต่อเอกองค์อัลเลาะห์….

Saturday, June 24, 2006

ข้อคิดเตือนใจ สำหรับใครหลายคนที่มี “รัก”

ความรักนั้น มันก็เหมือนกับ "ผีเสื้อ"
ยิ่งคุณวิ่งเข้าหามันเท่าไหร่ มันก็จะห่างคุณออกไปเท่านั้น
แต่ถ้าคุณปล่อยมันไป มันจะเข้ามาหาคุณเองแหล่ะ
. . . ถ้าคุณไม่คาดหวังกับมันมาก

ความรักสามารถทำให้คุณมีความสุข แต่มักจะทำให้คุณเจ็บปวด
แต่ความรักจะเป็นสิ่งที่พิเศษ ถ้าคุณได้ให้มันกับใครสักคนที่คู่ควร
สำหรับ ใครที่ "ไม่ใคร่โสด"

เค้าบอกว่า...
ความรักไม่ไช่ การเป็นคนดีพร้อม สมบูรณ์ ของใคร
แต่รักคือการหาใครสักคนที่ช่วยให้คุณเป็นคนดีที่สุดเท่าที่คุณดีได้
สำหรับ ใครที่เป็น "คนเจ้าชู้"
อย่าพูดคำว่า "รัก" เลย ถ้าคุณไม่ได้ใส่ใจกับความหมายนั้น
อย่าพูดถึงความรู้สึก ถ้ายังไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น
อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตเค้าเลย ถ้าคุณจะทำให้เค้าเสียใจ
อย่าไปมองลึกถึงดวงตา ถ้าทุกคำพูดของคุณล้วนโกหกทั้งเพ
สำหรับ ใครที่ "อกหัก"
การอกหัก มันยืนยาวตราบเท่าที่คุณต้องการให้มันอยู่กับคุณ
และบาดความรู้สึกคุณได้เจ็บลึกเท่าที่คุณยอมให้บาด
ที่สำคัญก็คือว่ามันไม่ใช่จะพ้นจากสภาวะอกหักได้
แต่มันอยู่ที่ว่า. .. เราเรียนรู้จากมัน ได้แค่ไหน ต่างหาก . . .
สำหรับ ใคร ๆ ที่ "ไร้เดียงสาในรัก"
จะรักได้อย่างไร :
รักแต่อย่าลุ่มหลง คงเส้นคงวาแต่ไม่ดื้อรั้น
แบ่งปัน และ ไม่เอาเปรียบพยายามเข้าใจกันและกัน มากกว่าที่จะเรียกร้อง
หากต้องเจ็บ ก็เจ็บ แต่อย่าเอาความเจ็บนั้น ติดตัวเสมอไป
สำหรับ ใครที่ "มีคนหลงรักอยู่"

เค้าบอกว่า . . .
มันเจ็บปวดที่เห็นคนที่เรารัก มีความสุขกับคนอื่น
แต่มันจะเจ็บปวดยิ่งกว่าถ้าคนที่เรารัก ไม่มีความสุขเมื่ออยู่กับเรา
สำหรับ ใครที่ "กลัวต่อการสารภาพรัก"
ความรักมันเจ็บปวด ถ้าคุณต้องไปบอกเลิกกับใครสักคน
แต่มันจะเจ็บยิ่งกว่า ถ้ามีคนมาบอกเลิกกับคุณ
แต่มันจะเจ็บที่สุด หากคนที่คุณรัก ไม่เคยได้รู้เลยว่า "คุณรักเค้า"
สำหรับ ใคร ๆ ที่ยัง "คบๆ กันอยู่"

เค้าบอกว่า . . .
สิ่งที่น่าเศร้าในชีวิต ก็คือ การที่เราพบ และ รักใครสักคน
จนสุดท้าย พบว่ามันไม่ใช่
และคุณเสียเวลาไปเป็นปีๆ ให้กับคนที่คนที่ไม่คู่ควร
ถ้าเค้าคนนั้นของคุณ ไม่ใช่คนที่ใช่เลยของคุณตอนนี้ แล้วล่ะก็
จะมาเสียเวลา เป็นปีๆ กับเค้าทำไม ปล่อยไปเถิด . . .

Tuesday, June 13, 2006

ฉากเศร้าจากมุสลิมะห์ของเรา

มีหัวใจมนุษย์เพศแม่คนไหนบ้าง ที่ไม่แหลกสลาย เมื่อถูกชายที่ตนเองทุ่มเทให้อย่างหมดจิตหมดใจ ทั้งเนื้อทั้งตัว แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา ก็คือสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกว่า แท้ที่จริงแล้วเขาก็คือ “สัตว์ร้าย” แต่มาสิงอยู่ในร่างของมนุษย์

ถ้อยคำที่หวานฉ่ำ คำพูดที่หยาดเยิ้มของเขา จริงๆ แล้วนั้นเป็นเพียงแค่เครื่องมือที่เขาใช้เพื่อนำมาเล่นกับผู้หญิง ซึ่งอ่อนต่อสังคมและเขลาต่อโลกอย่างเธอ ประกอบกับตั้งแต่เกิดมา เธอยังไม่เคยได้รับการใส่ใจจากพ่อแม่ของเธอเลย

เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัว แต่โชคร้าย เมื่ออายุได้ 3 ขวบ แม่ก็เสียชีวิตเพราะเป็นโรคเนื้องอกในสมอง เธอเติบโตมากับบิดา ซึ่งหารายได้เลี้ยงชีพด้วยการเป็นลูกจ้างในโรงงาน ที่มีรายได้แค่น้อยนิด ลำพังแค่พ่อคนเดียวก็แทบเอาชีวิตไม่รอดแล้ว ชีวิตของเธอจึงเติบโตมากับความอดๆ อยาก ๆ เธอพยายามประคับประคองการศึกษาของเธอ แต่ก็ทำได้แค่ ป. 6 เธอก็ต้องยุติการศึกษาเสียแล้ว...

ทั้งหมดข้างต้น เป็นเพียงแค่ฉากเสี้ยวหนึ่งของชีวิตเศร้า หญิงสาวคนหนึ่งที่ปัจจุบันมีอายุ 19 ปีซึ่งกว่าที่เธอจะพาชีวิตมาถึงวันนี้ เธอต้องอยู่กับความเศร้า และความรวดร้าวใจอย่างแสนสาหัส

เธอบอกว่า “หนูรู้สึกเหมือนเป็นเทพธิดา เมื่อมีชายคนหนึ่งเข้ามา เขาพูดกับหนูดีมาก จนหนูปักใจเชื่อเขา ในตอนนั้นหนูรู้สึกว่าเขาเป็นเสมือนเทพบุรุษสำหรับชีวิตหนู.... “

“เขาบอกว่ารักหนู และจะแต่งงานด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่พร้อมจึงขอหมั้นไว้ก่อน” เธอบอกด้วยน้ำตานองหน้า และยังเล่าต่อว่า “หนูไม่รู้เป็นอะไรในตอนนั้น ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร หนูก็จะเชื่อไปหมด เขาให้หนูทำอะไร หนูจะไม่ขัดใจเขาเลย เขาชวนหนูไปไหน หนูจะไปด้วยทุกที่ จนในที่สุดหนูก็เป็นของเขา...” น้ำตาเธอไหลอาบสองแก้ม เป็นทางยาว และตกกระทบพื้นเป็นระยะๆ บ่งบอกให้เรารู้ว่า ความรวดร้าวของเธอนั้นแผ่ซ่านและยั้งลึกลงไปจนสุดที่เราจะยั้งถึงได้.

เธอเงียบเสียงลง พร้อมกับหยิบผ้าขนหนู ซึ่งก็ดูเหมือนเป็นผ้าที่ใช้มามากหรือใช้มานานแล้ว เธอเงยหน้าและมองมายังผม จนผมต้องหลบไปทางอื่นเสีย เพราะไม่อยากให้เธอเห็นน้ำตาของผมที่ปริ่มๆ อยู่รอบขอบตา ทำท่าจะไหลออกมาให้ได้

เราเงียบชั่วขณะหนึ่ง และแล้วเธอก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นเสีย “หลังจากนั้นไม่นานหนูก็ท้อง พอเขารู้ เขาก็หนีจากหนูไปเลย” ตาเธอเริ่มแดงอีกครั้งหนึ่ง คำพูดของเธอเริ่มติดๆ ขัด ๆ ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร และแล้วน้ำตาเธอก็ไหลพรากเป็นทางยาวอีกครั้งหนึ่ง “และหนูก็ติดเชื้อเอดส์”

และแล้วทั้งผมและเธอต่างก็อยู่ในบรรยากาศที่มัวซัว น้ำตาที่ต่างก็รินไหลออกมาสื่อถึงความรู้สึกที่มีอยู่ในใจมากกว่าคำพูดหลายเท่านัก

แม้ผมไม่คิดที่จะถามอะไรเธออีกแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่าเธอมีอะไรอีกมากมายที่อยากจะบอก อยากจะระบายถึงสิ่งที่มีอยู่ในใจ
เธอย้อนอดีตจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขาคนนั้น “ชีวิตหนูว้าเหว่มาก หนูเหมือนคนตัวคนเดียว ตั้งแต่เล็กๆ แล้ว หน้าตาของแม่เป็นอย่างไรก็ไม่รู้ มีพ่ออยู่หนึ่งคนก็ไม่เคยใส่ใจหนู บางวันที่หนูอดไม่มีข้าวกิน พ่อก็ไม่เคยถามหนูซักคำว่ากินอะไรหรือยัง ถ้าหนูตายอย่างหมาข้างถนน พ่อก็คงไม่ใส่ใจกับศพของหนูหรอก” เธอหยุดเช็ดน้ำตา และเล่าต่อว่า “เมื่อเขา (ผู้ชายคนนั้น) มาหาหนู และพูดดีกับหนู หนูก็ปักใจและมั่นใจในตัวเขา จนถึงขั้นเลยเถิด หลังจากนั้นหนูก็อยู่กับเขาตลอด”

เธอเล่าต่อว่า “ในช่วงที่หนูอยู่กับเขา ทำให้หนูได้เห็นธาตุแท้ในตัวเขา เขาติดยาเสพติด ไม่ว่าหนูจะอ้อนวอน และร้องขออย่างไร เขาก็ไม่ยอมเลิก ไม่ไช่ไม่ยอมเลิกอย่างเดียว เขายังทำต่อหน้าหนูซะด้วย.... และพอหนูท้องเขาก็หนีหายไปเลย”

แม้ต้องระทมขมขื่นเพียงใด แต่เธอก็คิดอยู่เสมอว่า ชีวิตต้องดำรงอยู่ต่อไป เธอกลับบ้านไปหาพ่อ แต่พ่อเธอกลับทำเป็นไม่ใส่ใจยิ่งกว่าเดิมอีก และด้วยท่าทีที่เย็นชาที่ได้รับจากพ่อ เธอจึงตัดสินใจออกจากบ้านอีกครั้งหนึ่ง เธอจึงบากหน้าไปหาน้าชาย เพื่อขออาศัยอยู่ด้วย น้าชายใจดีและให้เธออยู่ด้วย แม้น้าชายคนนี้จะมีลูกแล้ว 5 คน แต่น้าเธอก็ให้อยู่โดยไม่แสดงความรังเกียจใด ๆ และเมื่อรู้ว่าเธอท้อง น้าเธอก็ให้ความใส่ใจมากขึ้น.

ได้อยู่บ้านน้าทุกอย่างก็ราบเรียบดี ทุกอย่างก็เป็นไปตามอัตภาพ เธอคิดอยู่เสมอว่าเมื่อคลอดลูกออกมาแล้วเธอจะดูแลลูกอย่างดีที่สุด จะเลี้ยงเอง ไม่ให้ใคร เธอเล่าต่อว่า “เมื่อคลอดลูกออกมาแล้ว ใจฉันแทบสลายเมื่อหมอบอกว่าฉันติดเชื้อเอดส์ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้น ฉันไม่เคยมีปัญหาด้าน สุขภาพเลย”

เธอบอกว่า “หนูสำนึกในความผิดบาปของหนู และนี้คงเป็นบทลงโทษจากพระเจ้า กับพฤติกรรมของหนูที่ผ่านมา หนูขอยอมรับกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวหนู แม้ว่าหนูจะเผชิญกับความเจ็บปวดมาตลอดทั้งชีวิตก็ตามที”

เธอได้ลูกสาว ซึ่งก็ได้รับคำยืนยันว่า ไม่ติดเชื้อ

เธอต้องเผชิญกับความยุ่งยากในชีวิตอีกครั้งหนึ่ง เมื่อทุกคนในบ้านน้าของเธอต่างก็แสดงความ รังเกียจ ยิ่งนับวันการแสดงออกถึงความรังเกียจก็ยิ่งมากขึ้น โดยเฉพาะจากภรรยาของน้าชาย.

ลูกของเธอไม่มีใครแตะต้อง ถึงลูกจะร้องให้อย่างไรก็ไม่มีใครมาใส่ใจ และเมื่อถึงจุดหนึ่ง เมื่อความรังเกียจของพวกเขามาถึงขีดสุด เขาก็ให้เธอแยกอยู่ต่างหาก ภาชนะต่างๆ ห้ามใช้ปนกันโดยเด็ดขาด เธอไม่รู้จะหันหน้าทางไหน จะกลับไปหาพ่อ พ่อก็รังเกียจเธอไม่ต่างกับคนอื่น.

เราสุดแสนจะรันทดใจ เพราะเธออายุแค่เพียงเท่านี้ แต่ชตากรรมชีวิตของเธอช่างหนักหนาสาหัส ชีวิตเธอไม่มีใครแล้วยังพอว่า แต่ยังต้องเผชิญกับความรังเกียจจากคนรอบข้างเสียอีก แล้วชีวิตเธอจะอยู่ต่อไปอย่างไร ???

วันนี้มีองค์กรสาธารณกุศลช่วยเหลือให้ที่พักพิงกับเธอและลูก เพื่อให้เธอและลูกได้พบกับชีวิตใหม่ ชีวิตที่มีคนรอบข้างพอจะเข้าใจและพร้อมให้กำลังใจ เธอบอกว่า “วันนี้หนูเหมือนคนที่เกิดใหม่ หนูโชคดีที่ได้ “แม่” ที่พร้อมดูแลหนู แม้ว่าจะเพียงแค่ชั่วระยะเวลาสั้นๆ “

ภารกิจประจำวันของเธอที่นี้ ตื่นเช้าเธอก็ช่วยอาบน้ำให้กับเด็ก ๆ เธอช่วยเหลือคนไข้รายอื่นๆ และช่วยทำกับกับข้าว ตลอดจนทำความสะอาด ปัดกวาดห้องนอน และภารกิจอื่นเท่าที่ “แม่” จะให้ทำ

เธอกล่าวทิ้งท้ายว่า “ที่ตรงนี้ หนูได้รับพลังใจสำคัญเพื่อการก้าวเดินต่อไปสำหรับชีวิตหนู และชีวิตของลูกหนูที่จะต้องเติบโตอย่างดีที่สุด” เธอกล่าวไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

เราหวังว่าซักวันหนึ่ง เธอจะได้รับความรักที่แท้จริง ความรักที่ไร้ซึ่งมายาจริตแห่งสัตว์โลกทั้งมวล.

Thursday, June 01, 2006

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดต่างๆ

อาการของการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย
1. มะเร็งปากมดลูก อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณอาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูดเนื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ได้
2. มะเร็งในมดลูก อาการ มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่องท้อง
3. มะเร็งรังไข่ อาการ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอหรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศสัมพันธ์ มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการปวดหลัง
4. มะเร็งในเม็ดเลือด (ลูคีเมีย) อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติมักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุและมักจะเกิดร่วมกับอาหารปวดตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกายบางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของช่องท้อง
5. มะเร็งปอด อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลายน้ำหนักลดอย่างฮวบฮาบ เจ็บ หน้าอกและหายใจลำบากหรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
6. มะเร็งตับ อาการ ปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ชัด
7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ
8. มะเร็งสมอง อาการ ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่นอาเจียนหรือการผิดปกติของการมองเห็น ตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือ การเป็นลมโดยกะทันหันอวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงานเช่นมีอาการชาและเป็นอัมพาตชั่วคราวควรให้ความระวังเป็นพิเศษหากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการเหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย
9. มะเร็งในช่องปาก อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษา หรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือกเนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำหรือเป็นเวลานาน
10. มะเร็งในลำคอ อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที มีก้อนบวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึกได้
11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วอาเจียนออกมาเป็นเลือดท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อยบ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ
12. มะเร็งทรวงอก อาการมีเลือดหรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนาขึ้นมีก้อนบวมจนจับได้เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิดขึ้นที่เต้านมเป็นเวลานานควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน 10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อมีอายุมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียกว่าซีสต์ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกันแน่
13. มะเร็งลำไส้ อาการ น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วมีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติ มีเลือดออกปนมากับอุจจาระ

****ซึ่งมีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้วคือถ้าใช้กระดาษทิชชูซับแล้วเลือดมีสีแดงสดนั่นคืออาการของริดสีดวงทวารแต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำนั่นคือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้
14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้เกิดอาการติดเชื้อในบาง ส่วนของร่างกายมะเร็งผิวหนัง อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานานตลอดจนไฝหรือหูดที่โตขึ้นและมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง ขนาด นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่ เรียกว่าเมลาโนมา (Melanoma)คือเนื้องอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกายหรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติว่าเคยเป็นโรคนี้มาก่อนคุณจะมีอัตราเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆ ส่วนอันนี้เค้าฟอเวิร์ดติดมาด้วย

วิธีรักษา - ไปที่ร้านยาจีน ซื้อหัวเตย 1 ตำลึง หัวขิง 1 ตำลึง ก้อนเกลือ 3 ก้อน นำมารวมกันแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 1 วัน ในน้ำ 1 ชาม ให้ดื่มจนหมดชาม
สรรพคุณในการรักษา - หลังจากดื่มยานี้แล้ว ควรดื่มน้ำตามมาก ๆ นำส่วนที่เหลือมารับประทาน
ยานี้จะขับเอาของเสียออกทางอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ต้องตกใจ เป็นการขับของเสียออกหมดแล้วจะปกติ

***ตำรานี้ห้ามซื้อขาย หรือคิดเป็นเงินค่ารักษา